หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พัฒนาตัวเองด้วย ทฤษฎี 21 วัน เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนชีวิต สร้างคุณเป็นคนใหม่

โพสท์โดย sompeansomped

 

กฎ 21 วัน เปลี่ยนนิสัย แนวคิดนี้ที่มาจาก ดร.แม็กซ์เวลล์ มอลตซ์ (Dr. Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน เป็นผู้เสนอแนวคิด ‘กฎ 21 วัน เปลี่ยนนิสัย’ ในหนังสือ Psycho-Cybernetics มาจากการที่เขาสังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยที่เขารักษามักใช้เวลาประมาณ 21 วันในการปรับตัวและคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังผ่าตัด เขาสรุปว่า สมองมนุษย์ต้องการเวลา 21 วันในการยอมรับและปรับเปลี่ยนสิ่งใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

ดร.ฟิลลิปปา ลัลลี (Dr.Phillippa Lally) นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ มีผลงานวิจัยที่สำคัญเกี่ยวกับการสร้างนิสัย และ พฤติกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างนิสัยใหม่ก็เคยกล่าวไว้ว่า “การศึกษาพบว่า การทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในบริบทที่คงที่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างนิสัยที่แข็งแกร่ง” ดังนั้น เมื่อตั้งเป้าหมายที่จะสร้างนิสัยใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ในช่วงเวลาและสถานที่เดิม เพื่อให้จิตใต้สำนึกเชื่อมโยงพฤติกรรมนั้นเข้ากับบริบทต่างๆ จนเกิดเป็นความเคยชิน

 

 

ลองฝึกทำติดต่อกัน 21 วันชีวิตเปลี่ยนแน่นอน

 

1.เข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นนอนให้ตรงเวลา การเข้านอนเวลาเดิมและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน จะช่วยให้นาฬิกาชีวิตสมดุลขึ้น เมื่อทำแบบนี้ไปซ้ำ ๆ ก็จะสามารถตื่นได้เองโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกอีกต่อไป

 

การนอนเร็วไม่เกิน 23.00 น. จะช่วยให้ตื่นเต็มตาในตอนเช้า ความจำดีขึ้น และ ระบบเผาผลาญดีขึ้น ลองหากิจกรรมที่ทำให้นอนหลับง่าย อย่างเช่น จุดเทียนหอม ดื่มชาคาโมมายด์ อ่านหนังสือ หรือนั่งสมาธิ

 

การตื่นนอนให้เร็วขึ้น ช่วยให้มีเวลาทำกิจวัตรตอนเช้าได้นานกว่า ได้กินอาหารเช้า ได้ฟังเพลงที่ชอบ ได้มีเวลาแต่งหน้าแต่งตัวเลือกคอสตูมนานกว่าเดิม ไม่ต้องรีบกุลีกุจอออกจากห้องเพื่อไปให้ทันตอกบัตร สแกนนิ้ว อีกต่อไป

 

 

2.ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นง่าย ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดข้น เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ง่วงระหว่างวัน และช่วยลดอาการปวดศีรษะลงได้ 

 

แก้วที่ 1 ดื่มทันทีหลังตื่นนอน

 

แก้วที่ 2 ดื่มหลังกินอาหารเช้าเสร็จ 1 ชั่วโมง 

 

แก้วที่ 3 ดื่มก่อนอาหารกลางวัน 30 นาที

 

แก้วที่ 4 ดื่มหลังกินอาหารกลางวันเสร็จ 1 ชั่วโมง

 

แก้วที่ 5 ดื่มช่วงประมาณ 15.00 น.

 

แก้วที่ 6 ดื่มก่อนอาหารเย็น 30 นาที 

 

แก้วที่ 7 ดื่มหลังกินอาหารเย็นเสร็จ 1 ชั่วโมง 

 

แก้วที่ 8 ดื่มก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง  

 

 

3.อ่านหนังสือวันละ 15 นาที อาจอ่านเป็นบทความสั้น ๆ ในอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์สำนักข่าว หรือหนังสือพิมพ์ เป็นการเพิ่มพูนความรู้รอบตัว ช่วยให้ทักษะการสื่อสารและการเขียนดีขึ้นได้ ยิ่งอ่านเยอะ ยิ่งช่วยให้มีทักษะในการเลือกใช้คำ และ สามารถเรียบเรียงประโยคได้ดีขึ้นไปโดยปริยาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในทุกแขนง 

 

การอ่านเป็นการฝึกสมาธิทางอ้อม ใครที่รู้สึกว่าสมาธิสั้น หรือ ไม่สามารถจดจ่อกับอะไรนาน ๆ ลองอ่านอะไรบางอย่างก่อนเริ่มทำงาน 15 นาที จะช่วยเพิ่มสมาธิ ทำให้สามารถจดจ่อกับงานได้นานขึ้น หรือใครที่นอนหลับยาก การอ่านหนังสือเป็นตัวกล่อมนอนชั้นดี 

 

4.ออกกำลังกายวันละ 20 นาที การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการสร้างไขมันดี (HDL) เป็นไขมันที่ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบ และ ช่วยลดระดับความดันโลหิต กระตุ้นให้สมองสร้างสารแห่งความสุขออกมา ทำให้หายเครียดจากงานอันแสนหนักหน่วง การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอตอนเย็น จะช่วยให้หลับสบายขึ้น การออกกำลังกายท่าโยคะเบา ๆ ในตอนเช้า จะช่วยเรียกเหงื่อและทำให้กระปรี้กระเปร่าหายง่วง

 

 

5.เพิ่มผักลงไปในทุกมื้อ ลองเริ่มฝึกจากผักที่กินง่าย อย่างเช่น แครอท ผักกาดขาว ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ ผักเหล่านี้มีรสชาติหวานและไม่ค่อยมีกลิ่น ทั้งยังมีวิตามินและมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยเรื่องการมองเห็น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ป่วยง่าย

 

 

6.หยอดเงินใส่กระปุกทุกวัน จะออมเงินเท่าไหร่ ลองคิดจำนวนเอาไว้ในหัว แล้วหยอดลงกระปุกทุก ๆ วันจนครบกำหนด หรือจะเปิดบัญชีใหม่เพื่อออม แล้วโอนเงินเข้าไป เมื่อครบ 21 วัน จำนวนเงินในกระปุกหรือในบัญชีจะทำให้รู้สึกอยากออมต่อไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว 

 

7.เขียน Bullet Journal หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า บูโจ คล้ายกับการเขียนไดอารี่ แต่มีความเป็นทางการกว่า สามารถจดได้ตั้งแต่ To do list รายวัน สิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในแต่ละวัน หนังที่ชอบ เพลงที่ฟัง และ อื่น ๆ 

 

การเขียน Bullet Journal เป็นการช่วยเตือนความจำ ช่วยจัดระเบียบและเรียบเรียงความคิด ให้ได้กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เมื่อกลับมาอ่านซ้ำ เหมือนได้ย้อนมองอดีตของตัวเอง เป็นการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ บันทึกผลลัพธ์ไปทีละวัน เมื่อกลับมาอ่านอาจจะทำให้อยากเอาชนะตัวเองคนในอดีตได้มากขึ้น

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile


โพสท์โดย: sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนอำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกันเปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปีเปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถสื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาที่สุดในประเทศไทยสื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?เชื่อหรือไม่ นี่คือเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เห็ดทรัฟเฟิลบทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
"การอาบป่า" ศาสตร์บำบัดจากญี่ปุ่น ธรรมชาติบำบัด การกลับมาอยู่กับตัวเองมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของอีลอน มัสก์ พุ่งสูงกว่า 26 ล้านล้านดอลลาร์ แต่เขาบอกว่า "เงินซื้อความสุขไม่ได้"อวสาน "ตึกแถว" จากศูนย์กลางทำเลทอง..สู่ตึกร้างนอนกลางวัน มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่