ย้อนรอย!! การเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศไทย เป็นการ"เลือกตั้งทางอ้อม"
เขียนโดย ลูกสาวอบต
การเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสยามเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2476 มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในสยาม เพื่อเลือก ส.ส. จำนวน 78 ที่นั่ง จาก 156 ที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนอีก 78 ที่นั่ง ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการเลือกตั้งทางอ้อมโดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้แทนตำบลระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม ถึง 15 พฤศจิกายน
พระยาพหลพลพยุหเสนา
การเลือกตั้งครั้งแรกนี้เป็นการ "เลือกตั้งทางอ้อม" ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ไทยที่ใช้วิธีนี้ โดยมีกระบวนการ 2 ขั้นตอนคือ:
ขั้นตอนที่ 1: ราษฎรในแต่ละตำบลที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะไปเลือกตั้ง "ผู้แทนตำบล"
ขั้นตอนที่ 2: ผู้แทนตำบลเหล่านั้นจะเป็นผู้ไปลงคะแนนเลือก "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)" อีกทัดหนึ่ง
เหตุที่ต้องเลือกตั้งทางอ้อมในขณะนั้น เนื่องจากคณะราษฎรมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยและการศึกษา จึงต้องมีตัวแทน (ผู้แทนตำบล) มาทำหน้าที่คัดเลือก ส.ส. ให้อีกที
สภาพการณ์และข้อกำหนด
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ผลการเลือกตั้ง: ได้ ส.ส. จำนวน 78 คน (รวมกับสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งอีก 78 คน ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญขณะนั้น รวมเป็น 156 คน)
ผู้มาใช้สิทธิ: มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 41.45% ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้นเมื่อเทียบกับความยากลำบากในการเดินทาง
สถิติที่น่าสนใจ
-ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: ประมาณ 4.27 ล้านคน
-ผู้มาใช้สิทธิ: ประมาณ 1.77 ล้านคน หรือคิดเป็น 41.45%
-จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิมากที่สุด: จังหวัดเพชรบุรี (78.82%)
-จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิน้อยที่สุด: จังหวัดแม่ฮ่องสอน (17.71%)
พรรคการเมืองและตัวบุคคล
พรรคการเมือง: ในขณะนั้นยังไม่มีพรรคการเมือง ผู้สมัครทุกคนลงสมัครในนามอิสระ (แม้ว่าผู้นำรัฐบาลจะเป็นคณะราษฎรก็ตาม)
บุคคลสำคัญ: ส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้งในครั้งนั้นและมีบทบาทสำคัญในเวลาต่อมา เช่น นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์, นายเลียง ไชยกาล และนายโชติ คุ้มพันธ์
ผลลัพธ์ทางการเมือง
หลังการเลือกตั้ง สภาฯ ได้ลงมติเลือกให้ พระยาพหลพลพยุหเสนา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเป็นสมัยที่ 2 และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 5 ของไทยขึ้นมาบริหารประเทศ
ปัญหาและอุปสรรคที่พบ
แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็มีปัญหาหลายประการ เช่น:
การเดินทางที่ยากลำบาก: เส้นทางคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวก ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องใช้เวลาเดินทางนานเพื่อไปหน่วยเลือกตั้ง
ความเข้าใจในระบอบใหม่: ประชาชนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าการเลือกตั้งคืออะไร และมีผลต่อชีวิตพวกเขาอย่างไร รวมถึงการที่ต้องเลือกตั้งถึง 2 ต่อ (เลือกผู้แทนตำบลก่อน) ทำให้เกิดความสับสน
ข้อจำกัดเรื่องความรู้: มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ว่าต้องมีความรู้หรือจบการศึกษาตามที่กำหนด ซึ่งในยุคนั้นผู้มีความรู้ส่วนใหญ่มักเป็นข้าราชการหรือคนในเมือง
ความขัดแย้งทางการเมือง: เป็นช่วงเวลาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้เพียงปีเศษ และเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์กบฏบวรเดช (ตุลาคม 2476) มาเพียงเดือนเดียว ทำให้สถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นมีความตึงเครียดสูง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยของไทย แม้จะมีความขลุกขลักอยู่บ้างตามสภาพสังคมในยุคนั้น
เขียนโดย ลูกสาวอบต
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”






