รีวิวหนังดัง STAR TREK INTO DARKNESS ทะยานสู่ห้วงมืด
เขียนโดย machete007
ภารกิจของยาน Enterprise กำลังอจอวิกฤติสุดท้าทายอีกครั้ง เมื่อ Khan ชายลึกลับที่ชาญฉลาดพร้อมยอมทำทุกอย่างเพื่อเผ่าพันธุ์ที่ถูกแช่แข็งกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง
ผลงานการกำกับโดย J.J Abrams ภายใต้การเขียนบทโดย Roberto Orci, Alex Kurtzman และ Damon Lindelof ซึ่งในภาคนี้ทุกอย่างได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
เรื่องย่อ
John Harrison ก่อการร้ายต่อ Starfleet ด้วยการระเบิดหอสมุด ซึ่งเป็นฐานลับเขต 31 แผนนี้เพื่อให้นายพลและกัปตันชั้นผู้ใหญ่เข้าประชุมในที่เดียวกัน แล้วเข้าสังหารได้ในคราวเดียว คืนนั้นกัปตัน Pike ถึงแก่ความตาย
Kirk จึงขออาสาจากนายพล Marcus เพื่อล่าตัวคนร้าย โดยมี Spock เป็นต้นหนเรือ ภารกิจนี้ล่ากันที่ดาวคลิงออน ที่ที่มันวาร์ปหลบหนีมาถึง
John Harrison ยอมจำนนแต่โดยดี เมื่อรู้ว่า Kirk มีตอร์ปิโดที่บรรจุชาวเผ่าของตนทั้งหมด 72 ลูก และชื่อที่แท้จริงของเขาคือ Khan
Khan ก่อเรื่องทั้งหมดเพราะต้องการแก้แค้นให้ครอบครัวของเขา เขาถูกปลุกจากการแช่แข็งโดยนายพล Marcus เพื่อใช้ประโยชน์และเอื้อต่อการก่อสงครามรเหว่างสหพันธ์กับดาวคลิงออน ซึ่งเป็นสิ่งที่นายพล Marcus ถวิลหา
เมื่อ Kirk ปะติดปะต่อเรื่องได้ทั้งหมด เขาอยากรักษาชีวิตเผ่าของ Khan รวมถึงอยากกลับสหพันธ์เพื่อชี้แจงความผิดของนายพล เขาใช้ Khan ต่อกรกับยานของนายพล แต่ Khan ฉลาดมากจนเกินกว่าจะให้ความไว้ใจ แม้ลูกสาวของท่านนายพล Carol Marcus ก็ไม่อาจต่อรอง
ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์
1.ความเข้มข้นของภาคนี้ยกระดับความสนุกไปอีกขั้น ซึ่งไม่ต้องมีการอารัมภบทอะไรอีกแล้ว เราเข้าใจบุคลิกภาพของตัวละครแต่ละคน สิ่งที่เราได้เจอคนใหม่ในภาคนี้คือ Khan เขาไม่ใช่คนชั่วร้าย แต่เพื่อบรรลุเป้าหมาย เขายอมทำคนตายมากมายเพื่อให้สำเร็จ
2.ตัวละครวายร้ายอย่าง Khan ถือว่ามีมิติ เราเข้าใจและรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องจำเป็น แม้กระทั่งการกำจัดสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และนั่นทำให้ Khan ไร้มโนธรรม แต่ด้วยความฉลาดและไหวพริบสูงมาก ทำให้ Khan เป็นตัวละครที่สร้างสีสันมากที่สุดในแฟรนไชส์นี้
3.ความกดดันและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือเสน่ห์ของหนังภาคนี้ เราเห็นยาน USS Enterprise ถึงเวลาเสียหาย ก็มักจะเบื่อ เพราะเป็นมุกเดิมๆ แต่ภาคนี้กลับรู้สึกถึงไหวพริบและการดิ้นรนอย่างมหาศาลของกัปตัน Kirk Spock และทีมที่อยู่ข้างหลังทุกคน ทั้ง Uhura หมอ Bones ช่างเครื่อง Scotty และต้นหน Sulu ได้สร้างความรู้สึกของการทำงานเป็นทีมอย่างลึกซึ้ง และกาาเสียสละของกัปตันจากใจจริง โดยไม่รู้สึกว่าบทยัดเยียดเรื่องคุณธรรมของผู้นำแต่อย่างใด นี่สินะ ผู้นำที่แท้จริง
4.Visual Effect ทำได้ดีมาก ภาพสวยขึ้น แสงสีเฉดสีมีความโดดเด่น ต่างจากภาคที่แล้วปี 2009 ที่เน้นโทนภาพมืดของวายร้าย ไม่มีอะไรน่าจดจำ บวกกับภาคนี้มีฉากต่อสู้ประชิดตัวและฉากกระโดดข้ามยานด้วยชุด Halo ถือว่าสร้างภาพจำอันโดดเด่นเฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี
5.ภาคนี้เล่นกับความรู้สึกคนดูตรงที่วายร้ายไม่ได้ชั่วร้ายเสียทีเดียว มันคือการโต้ตอบเอาคืนกับบุคคลที่สามด้วย Benedict Cumberbatch ในบท Khan สามารถทำได้เหนือความคาดหมาย และบทของเขาก็แจ้งเกิดในวงการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
รู้หรือไม่ ประเทศไหนนิยม ผลไม้ ไทยมากที่สุด
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว







