หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จุดวิกฤตของ Starbucks กลายเป็นเหมือน "โรงงานกาแฟ" กับดักที่ทำให้ Starbucks เสียความไว้ใจจากลูกค้า

เขียนโดย ลูกสาวอบต

Starbucks ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1971 ณ เมืองซีแอตเทิล สหรัฐฯ โดยเริ่มจากร้านขายเมล็ดกาแฟคั่ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟสไตล์อิตาลีที่เน้นประสบการณ์ "บ้านหลังที่สาม" ผ่านการบริหารของ Howard Schultz ซึ่งเข้ามาซื้อกิจการในปี 1987 สตาร์บัคส์ขยายสาขาไปทั่วโลกและเปิดสาขาแรกในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541  ที่ปัจจุบันสตาร์บัคส์ มีสาขากว่า 27,984 สาขาทั้งในสหรัฐฯและในอีก 73 ประเทศ

ใครจะรู้ว่า จากจุดขายการส่งมอบ "Third Place" หรือสถานที่แห่งที่ 3 (รองจากบ้านและที่ทำงาน) ผ่านประสบการณ์กาแฟพรีเมียม บรรยากาศร้านที่น่านั่ง สะดวกสบาย และการบริการที่ยอดเยี่ยมจากพนักงาน (Barista) โดยเน้นคุณภาพเมล็ดกาแฟ, ความหลากหลายของเมนู, และสินค้า Merchandise ที่ออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ   

ชูจุดขายที่กาแฟคุณภาพสูงและพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี มี Service Mind นโยบายงดใช้หลอด และการเพิ่มเมนู Plant-based  อีกมากมาย

มาถึงจุดวิกฤตของ Starbucks ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อแบรนด์ที่เคยเน้นประสบการณ์ "บ้านหลังที่สาม" (The Third Place) ตามที่กล่าว กลับกลายเป็นเหมือน "โรงงานกาแฟ" ที่เน้นแต่ความรวดเร็ว แก้ว, ทัมเบลอร์ และสินค้าต่างๆ ที่ออกแบบสวยงามเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นของสะสมที่ดึงดูดใจ

--จุดเริ่มต้นของวิกฤต เพราะการเลือก "ความเร็ว" แทน "ประสบการณ์"  จุดขายที่ว่า The Third Place ที่หายไป เดิมที Starbucks ถูกวางตัวให้เป็นสถานที่ที่ 3 ระหว่างบ้านและที่ทำงาน  แต่เมื่อต้องการเติบโตขึ้น บริษัทได้หันไปเน้นระบบ Mobile Order and Pay เพื่อเพิ่มยอดขายจากคนที่ไม่ต้องการนั่งในร้าน 

--จากศิลปะสู่โรงงาน บาริสต้าเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นยนต์ที่ต้องรับออเดอร์จาก 3 ทางพร้อมกัน (หน้าเคาน์เตอร์, Drive-thru และแอปมือถือ)  อีกทั้งออเดอร์มีความซับซ้อนมาก  ทำให้ไม่สามารถทำเสร็จในเวลาไม่กี่วินาทีตามที่บริษัทคาดหวังได้ 

--ผลจากช่วงโควิด วิกฤตโรคระบาดทำให้ Starbucks ผลักดันโมเดล Pickup Only (รับกลับอย่างเดียว) มากขึ้น จนทำให้จิตวิญญาณของร้านที่เคยอบอุ่นหายไป

--การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและคู่แข่ง คลื่นลูกที่ 3 (Third Wave Coffee) ปัจจุบันคนหันไปสนใจกาแฟ Speciality ที่พิถีพิถันกว่า  ในขณะที่ Starbucks ถูกมองว่าเป็นเหมือน "Cheesecake Factory ของโลกกาแฟ" ที่เน้นเมนูแฟนซี น้ำตาล และครีม เพื่อให้เด็ก Gen Z ถ่ายลง TikTok มากกว่าการจิบกาแฟจริงๆ 

--ปัญหาภายใน ยอดขายตกต่ำ หุ้นร่วง และมีดราม่าเรื่องการต่อต้านสหภาพแรงงาน รวมถึงกระแสบอยคอตจากปัญหาความขัดแย้งระดับโลก 

-มีทั้งภาพเหยียดไรเดอร์ ถามร้านกาแฟดังทำไมถึงให้นั่งรอในร้านปนกับลูกค้า เสียงแตกกันสองมุม มุมหนึ่งเป็นตัวแทนลูกค้า คนโพสต์ภาพดัดจริต อีกมุมหนึ่งวิจารณ์เรื่องกลิ่นตัว กระทบบรรยากาศการรับประทานอาหารในร้าน

-ดราม่าพนักงานสตาร์บัคส์ สาขาหนึ่งในนครฉงชิ่ง ประเทศจีน ไล่ตำรวจไม่ให้กินข้าวหน้าร้าน จนบานปลายนำไปสู่กระแสต่อต้านทั่วประเทศ

-ดราม่าโฆษณา Starbucks อินเดีย ชูประเด็นความหลากหลายผ่านแคมเปญ #ItStartsWithYourName สะท้อนปัญหา “เหยียดคนข้ามเพศ” ในสังคม

-ไม่ให้เข้าห้องน้ำฟรี ๆ  เมื่อยอดขายมาก่อน Starbucks ก็เลิกใจดีเรื่องห้องน้ำใครเข้าโดยไม่มาดื่มกาแฟ ไล่ออกทันที อีกทั้งห้ามไม่ให้ชายผิวดำ 2 คนใช้ห้องน้ำในสาขาที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ในสหรัฐฯ บานปลายกลายเป็นเหยียดผิว มีอันต้องยกเลิกไป

--แผนกอบกู้สถานการณ์ "Back to Starbucks" ผู้นำคนใหม่: Starbucks ดึงตัว Brian Niccol (อดีต CEO Chipotle) เข้ามากอบกู้แบรนด์ 

--กลับสู่รากเหง้า: นิโคมีโปรเจกต์ยกเครื่องร้านใหม่ ทุ่มงบสาขาละ 5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงบรรยากาศให้นุ่มนวล อบอุ่นเหมือนบ้านอีกครั้ง 

--คืนความเป็นมนุษย์ (Human Touch): สั่งยกเลิกร้านแบบ Pickup Only ในบางจุด นำแก้วเซรามิกกลับมาใช้ และรื้อฟื้นการเขียนข้อความบนแก้วเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า 

บทสรุปและบทเรียนธุรกิจครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า "ประสิทธิภาพ" (Efficiency) ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง  การใช้เทคโนโลยีมากเกินไปจนลืมหัวใจสำคัญที่ทำให้คนรักแบรนด์ (รอยยิ้มบาริสต้า, กลิ่นกาแฟ, เก้าอี้นุ่มๆ) กลายเป็นกับดักที่ทำให้ Starbucks เสียความไว้ใจจากลูกค้า และการจะกู้คืนกลับมานั้นเป็นโจทย์ที่ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 297 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Thorsten, ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยเบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนานเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนพนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทยปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"หุ่นยนต์งูบนสายไฟจีน ตรวจระบบไฟรับเกาเข่า ไม่ใช่งูจริงอย่างที่เห็นทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่องสถานการณ์โลกปี 2026 “สงครามโลกครั้งที่ 3” จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเป็นแค่ความกลัวที่เกินจริง?ทําไม คน เกาหลี ถึง รัก สวย รัก งาม ทําไมคนเกาหลีถึงชอบศัลยกรรมให้หน้าตาดีกันเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ตั้งกระทู้ใหม่