ตุ๊กตาที่รัก
เขียนโดย อักษราลัย
ขอเปิดเดือนแห่งความรักด้วยเรื่องนี้…ความรักอาจไม่ได้สวยงามเสมอไป ความรักที่บิดเบี้ยวยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป
<< ความรักที่แท้ไม่ควรทำให้เราสูญเสียตัวตน ถ้าใครบางคนพยายามปั้นแต่งเรา ควบคุมทุกอย่างในชีวิตเรา หรือทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีเสรีภาพ - นั่นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการครอบครอง >>
ตุ๊กตาที่รัก
#อักษราลัย
.
-1-
ปลายพู่กันขนสัตว์เนื้อละเอียดไล้ไปตามแนวสันกรามของ “อัญชนา” อย่างแผ่วเบา ทิ้งรอยสัมผัสที่เย็นเยียบและชื้นแฉะของสีน้ำมันไว้บนผิวโหนกแก้ม เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงที่โอบรัดร่างโปร่งบางไว้ราวกับอุ้งมือของอสูร แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างสูงชันส่องให้เห็นทุกอณูขุมขน และทุกเส้นด้ายบนชุดลูกไม้ฝรั่งเศสที่รัดตึงจนเธอสัมผัสได้ถึงจังหวะชีพจรที่ข้อมือ
ครั้งหนึ่ง... ฉันเคยรักการวิ่งเปลือยเท้าบนหญ้าเปียกน้ำค้าง ความรู้สึกของดินโคลนที่แทรกระหว่างง่ามนิ้วเท้า และลมที่ปะทะหน้าจนผมยุ่งเหยิง คือเครื่องยืนยันว่าฉันมีชีวิต
“ธันวา” ถอยหลังออกมาสามก้าว เขาเอียงคอพิจารณาผลงานเบื้องหน้า “อย่าเพิ่งขยับนะอัญชนา... องศาของแสงที่ตกกระทบติ่งหูคุณตอนนี้ มันคือปาฏิหาริย์”
เขาเดินกลับเข้ามาใกล้จนลมหายใจกลิ่นเมนทอลรดรินอยู่ข้างแก้ม อัญชนาอยากกะพริบตาเพื่อขับไล่ความแห้งผากที่แสบร้อน แต่เปลือกตาของเธอกลับหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว สารเคมีรสเฝื่อนที่ธันวาผสมในชาสมุนไพรเมื่อเช้ากำลังทำหน้าที่ของมัน มันพรากอำนาจการสั่งการร่างกายไปทีละส่วน เหลือเพียงความรู้สึกคล้ายเข็มเล็ก ๆ นับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนังที่นิ่งสนิท
“จำได้ไหม วันที่คุณพยายามจะลุกไปหยิบหนังสือที่ชั้นบนน่ะ?” เขาหัวเราะในลำคอขณะใช้ฟองน้ำเกลี่ยแป้งเนื้อละเอียดทับลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ “คุณเกือบจะล้มหัวฟาดพื้นเพียงเพราะความดื้อรั้นที่อยากจะขยับตัวด้วยตัวเอง ผมใจหายแทบแย่”
หนังสือเล่มนั้น... ฉันแค่อยากอ่านหน้าสุดท้าย หน้าที่นางเอกทิ้งทุกอย่างเพื่อออกเดินทางไปเห็นโลกกว้าง ไม่ใช่นั่งรออยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแบบนี้
ธันวาใช้นิ้วชี้แตะที่มุมปากของเธอแล้วดันมันขึ้นเล็กน้อยจนเกิดเป็นรอยยิ้มค้างที่แข็งทื่อ “ดูสิ... พอคุณอยู่เฉย ๆ แบบนี้ ไม่มีรอยย่นตรงหว่างคิ้ว ไม่มีเหงื่อซึมตามไรผม คุณก็ดูเหมือนเทวนารีที่ผมวาดไว้ไม่มีผิด”
.
-2-
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วห้องโถง ผสมปนเปกับเสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งของเหล่าแขกผู้มีเกียรติ อัญชนาถูกจัดวางอยู่บนโซฟากำมะหยี่ในท่วงท่าเอนกาย มือขวาของเธอถูกดัดให้เกี่ยวก้านแก้วแชมเปญเปล่าไว้ด้วยลวดเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อลูกไม้
“โอ้ ธันวา! อัญชนาดูงดงามจนผมแทบหยุดหายใจ” แขกชายวัยกลางคนก้มลงพิจารณาใบหน้าของเธอใกล้จนอัญชนาได้กลิ่นซิการ์ “ดวงตาของเธอ... มันมีความวาววับที่ดูสมจริงเหลือเกิน”
ฉันไม่ได้สวย... ฉันกำลังเจ็บ ตะคริวกำลังกัดกินน่องขาของฉันเหมือนฟันของสัตว์ร้าย และกลิ่นซิการ์ของคุณกำลังทำให้ฉันอยากจะจามจนตัวโยน แต่ฉันทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินผ่านม่านตาที่เบิกกว้าง
ธันวาขยับเข้ามาใกล้ ยืนอยู่ข้างหลังโซฟา เขาค่อย ๆ วางมือลงบนไหล่ที่เย็นเฉียบ ปลายนิ้วของเขากดลงบนจุดประสาทที่ต้นคอเบา ๆ เป็นสัญญาณเตือน “ความงามที่แท้จริงต้องอาศัยการทุ่มเท... และการเชื่อฟังอย่างที่สุด ใช่ไหมครับที่รัก?”
รสชาติของแกงเผ็ดฝีมือแม่... กลิ่นคั่วพริกที่ทำให้ฉันไอจามอย่างมีอิสระ สิ่งเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงอาหารบดละเอียดไร้รสชาติที่เขาป้อนผ่านหลอดแก้ว เพียงเพื่อให้ร่างกายนี้ไม่เน่าเปื่อยก่อนเวลาอันควร
เมื่อแขกคนสุดท้ายกลับไป ธันวาไม่ได้ช่วยพยุงเธอขึ้น แต่กลับเดินอ้อมมาข้างหน้า แล้วใช้ทิชชู่ซับหยดเหงื่อที่ขมับของเธอออกอย่างเบามือ สายตาของเขาเย็นชาเหมือนมองรอยเปื้อนบนผ้าใบ “คุณทำเสียเรื่องนะอัญชนา เหงื่อพวกนี้ทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อน”
เขากระชากแก้วแชมเปญออกจากมือนิ้วที่แข็งทื่อจนลวดบาดผิวหนัง อัญชนาทำได้เพียงเฝ้ามองเขาดับไฟในห้องทีละดวง ทิ้งให้เธอนั่งนิ่งอยู่ในความมืดสลัวเพียงลำพังกับความเจ็บปวดที่ขยับเขยื้อนไม่ได้
.
..3..
กลิ่นฟอร์มาลีนปนน้ำหอมดอกลิลลี่รุนแรงจนเวียนหัว อัญชนานอนอยู่บนแท่นบุผ้าไหมสีขาวภายในตู้กระจกบานยักษ์ ร่างกายของเธอเบาหวิว ผิวหนังที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวจาง ๆ ราวกับลวดลายบนหินอ่อน
ธันวาเดินถือไซริงค์ที่บรรจุของเหลวสีใสวาววับเข้ามา “วันนี้คือขั้นตอนสุดท้ายแล้วอัญชนา คุณจะไม่มีวันแก่ จะไม่มีวันเจ็บป่วย และคุณจะเป็นของผม... ตลอดกาล”
ความฝันของฉัน... ฉันฝันเห็นตัวเองวิ่งหายเข้าไปในป่าลึก กลิ่นดินหลังฝนตกยังติดอยู่ที่ปลายจมูก แต่มันเริ่มจางลงแล้ว... ชื่อของฉัน... ชื่อเดิมของฉันคืออะไรนะ...
ปลายเข็มจิ้มลงที่ลำคอ อัญชนาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือด มันคือความรู้สึกของการถูกกลืนกินทีละส่วน หัวใจของเธอเต้นช้าลง... ช้าลง... จนความเงียบในห้องเริ่มดังกว่าเสียงชีพจรของตัวเอง
ธันวาใช้แปรงปัดแก้มสีชมพูระเรื่อลงบนใบหน้าเธอเพื่อสร้าง 'ภาพลวงตา' ของชีวิต
“สมบูรณ์แบบ...” เขาพึมพำพลางปิดฝาตู้กระจก ล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา
อย่าล็อก... ได้โปรด... อย่าพรากเสียงฝีเท้าของฉันไป...
แต่เสียงในใจนั้นเบาบางจนมลายหายไปในที่สุด เหลือเพียงร่างที่งดงามที่สุดในโลกในตู้กระจก รอยยิ้มจาง ๆ บนริมฝีปากสีกุหลาบดูตรึงใจอย่างประหลาด ภายใต้เปลือกความงามนิรันดร์นั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าดวงตาที่เปิดค้างคู่สวยได้สูญเสีย "ความเป็นคน" ไปโดยสมบูรณ์แล้ว
กลายเป็นเพียง ตุ๊กตาที่รัก ของชายผู้เคยบอกว่ารักเธอสุดหัวใจ ที่จะยังคงหายใจแผ่วเบาอยู่ในกรงกระจกไปชั่วนิรันดร์
…
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน เพราะการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดส่งผลเสียต่อร่างกาย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด



