ดร.โสภณชี้ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย 2569
ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปี 2568 หดตัวลงตามคาดแต่ก็ยังคาดว่าในปี 2569 สถานการณ์จะดีขึ้นโดยเติบโต 5%
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวในงานสัมมนาทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย 2569 ซึ่งจัดต่อเนื่องมา 32 ปีแล้วในโอกาสที่สรุปสถานการณ์การสำรวจภาคสนามล่าสุดครบถึงสิ้นปี 2568 ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2568 พบว่า การเปิดตัวโครงการใหม่มีการเปิดตัวจำนวนโครงการ จำนวนหน่วยขาย และมูลค่าโครงการลดลง แต่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น โดยการพัฒนาแยกเป็น 2 กลุ่มหลักที่สำคัญ คือ กลุ่มระดับกลางถึงค่อนข้างสูงที่มีระดับราคาขายไม่เกิน 5 ล้านบาท และกลุ่มที่มีระดับราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
การเปิดตัวโครงการใหม่
ตั้งแต่มกราคม-ธันวาคม 2568 มีจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 265 โครงการ โดยเป็นโครงการประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 259 โครงการ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ จำนวน 6 โครงการ มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมดที่ขายในตลาดรวมกันถึง 41,556 หน่วย มีมูลค่าการพัฒนารวมจำนวน 291,274 ล้านบาท มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ 7.004 ล้านบาท โดยจะพบว่าในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด 43 โครงการ ส่วนเดือนที่มีจำนวนหน่วยเปิดขายมากสุดคือเดือนพฤศจิกายนด้วยจำนวน 6,061 หน่วย (14.6%) มีมูลค่าโครงการรวม 62,818 ล้านบาท (21.6%) เนื่องจากในเดือนนี้มีการเร่งเปิดตัวโครงการก่อนสิ้นปี โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและอาคารชุด จึงทำให้ภาพรวมของเดือนนี้มีจำนวนหน่วยขายสูงกว่าเดือนอื่นๆ ส่วนราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 มีราคาขายเฉลี่ยที่ 7.004 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ราคาเฉลี่ย 6.782 ล้านบาท (3.3%) โดยหากพิจารณาเฉพาะราคาเฉลี่ยของกลุ่มที่อยู่อาศัยจะมีราคาเฉลี่ยที่ 7.004 ล้านบาท และถ้าเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ จะมีราคาเฉลี่ยที่ 9.981 ล้านบาท
ภาวะตลาดในปัจจุบัน
ณ สิ้นปี 2568 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 41,490 หน่วย ลดลงจากปี 2567 ที่เปิดตัว 61,453 หน่วย ถึง 32.5% ส่วนในด้านมูลค่า ก็หดตัวลงถึง 29.8% คือในปี 2568 เปิดตัว 290,615 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2567 เปิดตัวถึง 413,773 ล้านบาท อย่างไรก็ตามราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยที่เปิดในปี 2568 กลับมีมูลค่า 7.004 ล้านบาทโดยเฉลี่ยในขณะที่ปี 2567 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.733 ล้านบาท แสดงว่าสินค้าใหม่มีราคาสูงกว่าเดิม ผู้มีรายได้น้อยกว่ามีความสามารถในการซื้อลดน้อลง
ขณะนี้มีหน่วยรอขายในมือผู้ประกอบการจำนวน 221,805 หน่วย คาดว่าจะขายได้หมดในเวลา 49.8 เดือน สถานการณ์เช่นนี้มีลักษณะที่ดีขึ้นเพราะจำนวนหน่วยข้างต้นลดลงจากเกือบ 240,000 หน่วยเมื่อ 2 ปีก่อน แสดงว่าอุปทานถูกดูดซับไปมาก การเปิดตัวโครงการน้อยลง การดูดซับอุปทานเดิมมากขึ้น ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยจะกระเตื้องขึ้นได้ในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงราคาแยกตามระดับราคา
การเปลี่ยนแปลงราคาตลาดที่อยู่อาศัย ณ สิ้นปี 2568 แยกตามประเภทบ้าน
จากตารางข้างต้น ในรายละเอียดจะพบว่าราคาที่อยู่อาศัยเมื่อ 6 เดือนก่อน ราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 4.612 ล้านบาท และในการสำรวจปัจจุบัน ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยที่ 4.477 ล้านบาท ซึ่งแสดงว่า ราคาที่อยู่อาศัยโดยรวมปรับตัวลดลง ประมาณ -2.9% โดยประเภทที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุด คือ ที่ดินจัดสรร -4.7% รองลงมา คือ อาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลง -4.1% อันดับสาม คือ อาคารชุด -3.5% และทาวน์เฮ้าส์ -2.8% ตามลำดับ ทุกประเภทมีราคาปรับตัวลดลงทั้งหมด ซึ่งหากมองภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่าในรอบนี้ที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ แต่มีการปรับลดลงในรอบนี้ เป็นเพียงการปรับตัวลงลงเล็กน้อยเท่านั้นตามภาวะตลาด เศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง
โดยภาพรวมแล้วราคาที่อยู่อาศัยมีการปรับลดลง โดยกลุ่มสินค้าที่มีการปรับลดจะเป็นสินค้าราคาทุกระดับราคา โดยเฉพาะระดับราคาถูก มีการปรับลดลงมากที่สุด คือ ระดับราคาต่ำกว่า 0.500 ล้านบาท ปรับลดลง -5.0% รองลงมา คือ ระดับราคามากกว่า 1.001-2.000 ล้านบาท ปรับลดลง -4.0% และราคา 0.501-1.000 ล้านบาท ปรับลดลง -3.5% ส่วนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา คือ ระดับราคา <0.500 ล้านบาท ตามลำดับ การลดลงของระดับราคาในรอบนี้ มีสาเหตุจากการในรอบก่อนหน้าที่ผู้ประกอบการมีการพัฒนาสินค้าระดับราคาแพงออกมาขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสินค้าคงค้างเหลือขายในตลาด เกิดการแข่งขันด้านราคา ผู้ประกอบการจึงมีการปรับระดับราคาลง พร้อมกันนี้ก็มีการจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขายในช่วงปลายปีต้อนรับปีใหม่ 2568 นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ เช่น อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อ การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการลดราคาไม่ได้มาก ทำให้ราคาเฉลี่ยมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากการลดราคาลงจะเป็นสินค้าในกลุ่มระดับราคาปานกลาง ไปจนถึงระดับราคาแพง แต่ในกลุ่มสินค้าระดับราคาปานกลาง ไปจนถึงระดับราคาต่ำกลับมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ตามลำดับ
อนาคตตลาดที่อยู่อาศัย
ในขณะนี้ยังมีปัจจัยลบด้านตลาดที่อยู่อาศัย เช่น มาตรการ LTV ซึ่งก็ควรคงไว้ แต่ทำให้การซื้อยากขึ้น หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดัรบสูง ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านได้ ต้นทุนธุรกิจปรับตัวเพิ่ม การเข้มงวดการอำนวยสินเชื่อ รวมทั้งการผันผวนของตลาดโลก และโอกาสอาจเกิดสงครามระหว่างประเทศมีมากขึ้น
ปัจจัยบวกก็ยังมี เช่น อาจมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐบาลออกมาอีก ภาวะดอกเบี้ยมีทิศทางทรงตัวหรืออาจปรับลดลงบ้าง รวมทั้งยังอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้อสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ก็ยังคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยน่าจะฟื้นตัวขึ้นบ้างประมาณ 5% แต่ในระยะปานกลาง เช่นปี 2570-2572 ตลาดก็ยังอาจทรงตัวเพราะเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตช้านั่นเอง
ทั้งนี้ หากท่านสนใจบริการประเมินและวิจัยอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งได้รับการรับรองโดยสำนักงาน ก.ล.ต. และมีประสบการณ์ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และสถาบันการเงินชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและวิเคราะห์ตลาดคู่แข่ง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การแจงนับการสัญจรและจราจร ตลอดจนการประเมินมูลค่าเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการพัฒนาและการลงทุน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสัญชัย – เจ้าหน้าที่การตลาด โทร. 02-295-3905 ต่อ 105
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
หุ่นยนต์งูบนสายไฟจีน ตรวจระบบไฟรับเกาเข่า ไม่ใช่งูจริงอย่างที่เห็น
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย






