พระอิสริยยศฝ่ายใน ตอน มูลเหตุแห่งพระอิสริยยศจาก "หม่อมเจ้า" สู่ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ"
เป็นธรรมเนียมอันเป็นที่รับรู้กันในหมู่ผู้มีปัญญาว่า การจัดลำดับ ฐานันดรศักดิ์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์นั้น ย่อมกำหนดด้วยกฎเกณฑ์อันสืบเนื่องจากชั้นของพระราชบิดาและพระชาติกำเนิดตามลำดับแห่งสายพระโลหิต หากแต่ในประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์นั้น ได้ปรากฏกรณีพิเศษอันเป็นที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นหลักฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงราชย์ นั่นคือ การเฉลิมพระอิสริยยศแก่พระบรมวงศานุวงศ์ให้ทรงศักดิ์สูงยิ่งกว่าที่ทรงกำเนิดมาแต่เดิม
ด้วยเหตุฉะนี้ กรณีแห่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเป็นเรื่องที่ควรแก่การพิจารณาให้ถ่องแท้โดยยิ่งนัก ด้วยพระองค์เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงผ่านการยกระดับฐานันดรศักดิ์ครั้งสำคัญถึงสี่ลำดับขั้น จากพระยศแรกประสูติมาสู่พระอิสริยยศอันสูงสุดในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอันไม่ปรกติวิสัยเช่นนี้ ย่อมมิได้สำเร็จลงด้วยความบังเอิญ หากแต่เกิดจาก มูลเหตุอันลึกซึ้ง ในด้าน ความผูกพันทางสายพระโลหิตอันเป็นพิเศษ และ พระราชดำริในการเชิดชูพระเกียรติคุณ อันเป็นที่ประจักษ์โดยแท้
การสืบค้นถึงมูลเหตุแห่งการสถาปนาพระอิสริยยศจากชั้น "หม่อมเจ้า" ไปสู่ชั้น "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ" นั้น ย่อมช่วยให้ปวงชนชาวสยามได้เห็นแจ้งถึงความยืดหยุ่น ความละเอียดลออ และพระราชอำนาจสูงสุดของพระมหากษัตริย์ในการบริหารจัดการพระราชวงศ์ตามความเหมาะสมแห่งยุคสมัยและคุณความดีความชอบของพระบรมวงศานุวงศ์นั้น ๆ
๑. แรกประสูติ ฐานะ "หม่อมเจ้า" อันเนื่องด้วยพระราชบิดา
หากจักพิจารณาถึงจุดเริ่มต้นแห่งพระอิสริยยศแล้ว ก็จักเป็นที่แจ้งชัดว่า ใน วันแรกประสูติ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ นั้น ทรงดำรงพระยศเป็น "หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา" อันเป็นพระยศสำหรับพระธิดาใน "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์" ซึ่งในขณะนั้น ยังมิได้ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศโดยสมบูรณ์เทียบชั้นบรมวงศ์ และพระมารดาทรงเป็น "หม่อมสังวาลย์"
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์กับหม่อมสังวาลย์
หม่อมเจ้านั้น โดยปรกติวิสัยแล้วนับเป็น ฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ ๔ ในการจัดชั้นพระบรมวงศานุวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล ซึ่งทรงกำเนิดเป็นพระโอรส - ธิดาในพระองค์เจ้าชั้น "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ" หรือ "พระเจ้าวรวงศ์เธอ" และกำเนิดเป็นโอรส - ธิดา ของเจ้าฟ้าที่พระมารดามิได้เป็นเจ้า การที่พระองค์ทรงมีพระยศแรกประสูติเป็น "หม่อมเจ้า" จึงสอดคล้องกับระเบียบแห่งฐานันดรศักดิ์ที่กำหนดขึ้นตามชั้นของพระชนกในขณะนั้น
ด้วยเหตุฉะนี้ การที่พระองค์ทรงกำเนิดในชั้น "หม่อมเจ้า" นั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า พระอิสริยยศแรกประสูติเป็นไปตามหลักการจัดลำดับสายพระโลหิตตามกฎเกณฑ์โดยแท้ ซึ่งยังมิได้ถูกยกเว้นหรือได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษแต่ประการใด หากแต่เป็นไปตามธรรมเนียมที่วางไว้อย่างเคร่งครัด อันเป็นภาพสะท้อนถึงการจัดลำดับพระยศในราชสำนักก่อนที่พระราชวงศ์ชั้นใกล้ชิดจักได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศอย่างเต็มที่ในกาลต่อมา
๒. ฐานันดร "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า"
การสถาปนาพระอิสริยยศจาก "หม่อมเจ้า" สู่ "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" นั้น นับเป็นการปรับชั้นฐานันดรศักดิ์ อันสำคัญที่เกิดขึ้นด้วย พระบรมราชโองการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ซึ่งมูลเหตุแห่งการสถาปนานั้นได้ถูกระบุไว้ในประกาศตั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๐ อย่างชัดเจน ดังมีใจความสำคัญที่จะต้องพิจารณาโดยยิ่งนัก
พระราชดำริในการสถาปนาตามพระบรมราชโองการ
- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ทรงมีพระราชดำริว่า "ในเวลานี้ พระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ก็มีน้อยแล้ว" ซึ่งเป็นมูลเหตุให้ทรงพิจารณาถึงความเหมาะสมในการปรับชั้นพระอิสริยยศเพื่อธำรงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของลำดับชั้นพระราชวงศ์
- ทรงมีพระบรมราชโองการว่า "บัดนี้ ทรงพระราชดำริเห็นสมควร จะยกย่อง หม่อมเจ้า อันเป็นพระโอรสธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้า..." ซึ่งพระราชบิดาทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นสูงสุด และทรงระบุถึงเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พระโอรสธิดาเหล่านี้ต้องทรงดำรงพระยศเป็น "หม่อมเจ้า" คือ "ซึ่งมารดามิได้เป็นเจ้า ขึ้นดำรงพระยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า"
การประกาศในครั้งนั้นจึงเป็นการยืนยันถึงพระราชอำนาจสูงสุดที่ทรงยกระดับฐานะของหม่อมเจ้าที่มีพระบิดาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า แต่พระมารดามิได้เป็นเชื้อพระวงศ์ โดยมีพระบรมราชโองการให้
"...ยกหม่อมเจ้าในกรมที่ออกพระนามมาแล้วนั้น ขึ้นเป็นพระองค์เจ้า ใช้คำนำพระนามว่า พระวรวงศ์เธอ ให้ทรงศักดินา ๓๐๐๐ ทุกพระองค์สืบไป"
ซึ่งเป็นการเฉลิมพระยศให้แก่ "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา" ให้สมควรแก่เกียรติยศแห่งพระบิดาโดยแท้
๓. พระเจ้าพี่นางเธอในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒ รัชกาล
การเปลี่ยนแปลงฐานันดรศักดิ์ที่สำคัญยิ่งและเป็นรากฐานแห่งพระเกียรติยศสูงสุด คือเมื่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระอนุชาของพระองค์ ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘)" ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘
- ฐานะ "พี่นางเธอ" ในรัชกาลที่ ๘
เมื่อพระอนุชาทรงเป็นพระมหากษัตริย์ พระยศของพระองค์ท่านก็ได้รับการสถาปนาให้สูงขึ้นอย่างยิ่งในฐานะพระเชษฐภคินี (พี่สาว) ขององค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงราชย์ โดยทรงได้รับพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา" ซึ่งเป็นพระยศอันสูงสุดสำหรับพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์โดยตรง
แม้ว่าพระอิสริยยศจะได้รับการสถาปนาขึ้นในช่วงรัชกาลที่ ๘ แต่ต่อมาได้มีการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เพื่อทำการสมรสในปีพุทธศักราช ๒๔๘๗ ซึ่งในประกาศสำนักพระราชวัง ได้ระบุถึงพระอิสริยยศในขณะนั้นว่า "สมเด็ดพระเจ้าพี่นางเทอ เจ้าฟ้ากัลยานีวัธนา กราบถวายบังคมลาออกจากถานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์" อันเป็นการยืนยันว่าพระองค์ทรงดำรงพระยศ "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า" มาแต่รัชกาลที่ ๘ แล้ว
- การสถาปนากลับสู่ "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า"
เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ ๙) พระอนุชาอีกพระองค์หนึ่ง เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สถาปนาพระอิสริยยศกลับคืน ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ ซึ่งนับเป็นการยืนยันฐานะอันสำคัญอีกครั้ง
ตามที่ปรากฏใน ประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณียวัฒนา ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ นั้น องค์พระมหากษัตริย์ทรงมี พระราชอนุสรคำนึงถึง โดยมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งโดยอาศัยมูลเหตุสำคัญ คือ
- ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีอันสนิท: ทรงระบุว่า "พระพี่นางพระองค์นี้ได้ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีอันสนิทแต่พระองค์เดียว ที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ยังทรงพระเยาว์"
- ทรงมีอุปการคุณแด่องค์พระมหากษัตริย์: "ทั้งเป็นที่ทรงเคารพนับถือในฐานะ ที่ทรงมีอุปการคุณแด่พระองค์มาแต่หนหลังด้วยอีกสถานหนึ่ง"
ด้วยพระราชดำริอันผูกพันและทรงคุณูปการนี้ จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณียวัฒนา "ให้กลับทรงดำรงพระอิสสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตามเดิมทุกประการ"
การสถาปนากลับคืนนี้ จึงเป็นการยืนยัน สถานะอันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะ "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า" ในพระมหากษัตริย์ถึงสองรัชกาล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเฉลิมพระเกียรติยศสูงสุดในกาลต่อมา
๔. การเฉลิมพระยศสูงสุดถึง "กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์"
การก้าวขึ้นสู่พระอิสริยยศสูงสุดนั้น ได้เกิดขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ ๙) ซึ่งการเฉลิมพระยศครั้งนี้นับเป็นการ ยกฐานะให้เทียบเท่าหรือสูงกว่าชั้นบรมวงศ์เธอ อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญและพระคุณูปการที่ทรงมีต่อราชบัลลังก์และประเทศชาติ
ตามที่ปรากฏใน ประกาศสถาปนา "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ นั้น องค์พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชดำริในการสถาปนาโดยอาศัยมูลเหตุสำคัญ คือ
- ทรงมีพระราชดำริถึงพระพี่นางในฐานะ "สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีอันสนิทแต่พระองค์เดียว ที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาแต่ยังทรงพระเยาว์" และทรงระลึกถึงพระคุณูปการในฐานะที่ "ทรงมีอุปการคุณมาแต่หนหลัง"
- ทรงสรรเสริญว่า พระพี่นาง "ใฝ่พระหฤทัยมั่นคงอยู่มิได้ทอดทิ้งในอุปการกิจที่มีแก่พระองค์" และ "ทรงพระคุณแก่บ้านเมืองปรากฏอยู่เป็นอเนกปริยาย" โดยเฉพาะการทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ และการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพระราชดำริและพระคุณูปการอันใหญ่หลวงนี้ องค์พระมหากษัตริย์จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้เฉลิมพระอิสริยยศให้สูงขึ้น "...สมควรที่จะสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ให้สูงขึ้น โดยอนุโลมตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี..." และทรงสถาปนาให้ดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์"
การสถาปนาพระยศ "กรมหลวง" นี้ มิได้เป็นเพียงพระยศตามพระนาม แต่ทรงมีพระราชดำริให้เป็นไปตาม "แบบอย่างโบราณราชประเพณี" ในการถวายพระเกียรติยศสูงสุดแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งนับเป็นการยกชั้นฐานะอย่างเป็นทางการ จากพระยศแรกประสูติ (หม่อมเจ้า) สู่การเทียบชั้นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ อันเป็นลำดับที่สูงยิ่งในราชวงศ์จักรี
๕ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี
๕. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี
ทางแห่งพระอิสริยยศของพระองค์ท่านได้มาถึง จุดสูงสุดอย่างสมบูรณ์และเป็นทางการ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ถึงสองรัชกาล โดยมีพระบรมราชโองการสุดท้ายในการ สถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ ให้ทรงอยู่ในชั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ (รัชกาลที่ ๙) พระองค์ทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศอย่างต่อเนื่องอันเป็นการ เทียบชั้นบรมวงศ์ผู้ใหญ่ คือ
- ปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ ทรงสถาปนาเป็น กรมหลวง คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
- ปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอิสริยยศขึ้นเป็นชั้น กรมหลวง คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศสูงสุดและเป็นที่สุดแห่งพระเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ทรงมีพระราชดำริในการเฉลิมพระเกียรติยศเนื่องในวาระ ครบรอบ ๑๐๐ ปี วันประสูติ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖) และเนื่องในอภิลักขิตสมัย ครบ ๓๐ ปี พระราชพิธีสถาปนาพระอิสริยศักดิ์กรมหลวง
พระบรมราชโองการนี้ได้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ โดยมีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏอันเป็นที่สุดแห่งพระเกียรติยศ คือ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี"
การสถาปนาพระอัฐิสู่ชั้น "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ" นี้ จึงเป็นจุดสิ้นสุดของการยกระดับฐานันดรศักดิ์ที่เริ่มต้นจาก "หม่อมเจ้า" มาสู่พระอิสริยยศอันสูงสุดในราชวงศ์จักรีอย่างสมบูรณ์ตามพระราชอำนาจและพระมหากรุณาธิคุณ
ด้วยการพิจารณาลำดับพระอิสริยยศที่เปลี่ยนผ่านไปตั้งแต่แรกประสูติเป็น "หม่อมเจ้า" มาจนถึงการเฉลิมพระยศสูงสุดเป็น "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ... กรมพระ..." นั้น ย่อมชี้ให้เห็นถึงความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ในพระราชประวัติของพระองค์อย่างชัดเจน
มููลเหตุหลักแห่งการยกระดับฐานันดรศักดิ์นี้ จึงมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์แห่งการสืบสายพระโลหิตตามปรกติวิสัย หากแต่เกิดขึ้นจาก พระมหากรุณาธิคุณ และ พระราชอำนาจสูงสุด ขององค์พระมหากษัตริย์ถึงสามรัชกาล โดยมีเหตุผลสำคัญที่มุ่งเน้นไปที่:
๑. ความจำเป็นทางฐานันดรศักดิ์ การธำรงไว้ซึ่งจำนวนพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ลดน้อยลงในรัชสมัยรัชกาลที่ ๗
๒. ความผูกพันอันใกล้ชิด การเป็น "พระโสทรเชษฐภคินีอันสนิท" ที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มากับพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ และ ๙
๓. พระคุณูปการอันใหญ่หลวง การทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อชาติบ้านเมืองอันเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่อง
การยกระดับพระอิสริยยศจากชั้น "หม่อมเจ้า" สู่ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ" จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความละเอียดอ่อนของราชประเพณีไทย ที่ให้ความสำคัญต่อพระคุณความดีความชอบ และ ความสัมพันธ์ทางสายพระโลหิตอันพิเศษยิ่ง ในอันที่จะเชิดชูผู้ทรงคุณวุฒิให้สมควรแก่พระเกียรติยศอันสูงสุดในราชบัลลังก์โดยแท้
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย




