จบภารกิจบูรพา...มุ่งหน้าด้ามขวาน? จับตา "ยุทธวิธี 2026" ของกองทัพบก เมื่อสมรภูมิเปลี่ยนทิศ อะไรจะเกิดขึ้นที่ชายแดนใต้?
จบภารกิจบูรพา...มุ่งหน้าด้ามขวาน? จับตา "ยุทธวิธี 2026" ของกองทัพบก เมื่อสมรภูมิเปลี่ยนทิศ อะไรจะเกิดขึ้นที่ชายแดนใต้?
สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวสารความมั่นคง น่าจะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากๆ ของกองทัพไทยนะครับ หลังจากที่เราลุ้นระทึกกับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทางฝั่งตะวันออกมาพักใหญ่ จนหลายคนกังวลว่าจะบานปลาย แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า "ภารกิจบูรพา" จะเริ่มนิ่งและเข้าสู่เฟสของการเจรจาและการตรึงกำลังตามปกติแล้ว
แต่สิ่งที่น่าจับตามองกว่า คือ "ก้าวต่อไป" ของกองทัพครับ เพราะมีสัญญาณชัดเจนว่า ทรัพยากรและกำลังพลที่เคยต้องทุ่มเทไปทางตะวันออก กำลังถูกเบนเข็มกลับมาโฟกัสที่ปัญหาเรื้อรังอย่าง "ชายแดนภาคใต้" อีกครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่การ "ตั้งรับ" แบบเดิมๆ
วันนี้ผมเลยอยากชวนคุยและวิเคราะห์เรื่อง "ยุทธวิธีใหม่รับปี 2026" ของกองทัพไทย ว่าการขยับตัวครั้งนี้ มีนัยสำคัญอะไรบ้าง?
1. จาก "รับ" เป็น "รุก" (Proactive Strategy)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ในภาคใต้มักถูกมองว่าเป็นเชิงรับ (Defensive) คือเน้นการตั้งด่าน ดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ และรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยตามจับ แต่สัญญาณจาก "บิ๊กทหาร" ในยุคนี้ ชี้ชัดไปที่การใช้โมเดล "เชิงรุก" ครับ
คำว่าเชิงรุกในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นแบบสงครามเต็มรูปแบบนะครับ แต่หมายถึงการ "กระชับพื้นที่" และ "การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น" (Law Enforcement) โดยนำบทเรียนความพร้อมรบจากชายแดนตะวันออก มาประยุกต์ใช้เพื่อกดดันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ให้เคลื่อนไหวได้ยากขึ้น
2. เทคโนโลยีและการข่าว คือกุญแจสำคัญ
การโยกย้ายโฟกัสกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของ "จำนวนคน" แต่เป็นเรื่องของ "เครื่องมือ" ด้วยครับ มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็นการนำเทคโนโลยีการลาดตระเวน และระบบการข่าวกรองที่ทันสมัยขึ้น (ซึ่งอาจจะถูกเตรียมไว้ใช้ทางตะวันออก) ถูกนำมาปรับใช้ในพื้นที่ป่าเขาและชุมชนของภาคใต้ เพื่อระบุเป้าหมายให้แม่นยำ ลดความสูญเสีย และแยกปลาออกจากน้ำได้ดียิ่งขึ้น
3. เป้าหมายคือ "ความสงบที่จับต้องได้"
สิ่งที่น่าสนใจคือโทนของนโยบายปี 2569 นี้ ไม่ได้เน้นแค่การเจรจาสันติสุขบนโต๊ะประชุมเพียงอย่างเดียว แต่เน้นผลลัพธ์หน้างาน คือ "ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน" การประกาศว่าจะดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มข้น สะท้อนว่ากองทัพต้องการคืนพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ให้ชาวบ้านได้ใช้ชีวิตปกติสุข ไม่ต้องหวาดระแวง
บทสรุป: ความท้าทายที่รออยู่
แน่นอนว่าการเปลี่ยนยุทธวิธี ย่อมมีแรงกระเพื่อมครับ ฝ่ายตรงข้ามย่อมต้องปรับตัวรับมือ หรืออาจมีการตอบโต้เพื่อแสดงศักยภาพ แต่ในมุมมองของความมั่นคง การที่กองทัพไทยแสดงความพร้อมและ "เอาจริง" แบบกัดไม่ปล่อยหลังจากเสร็จศึกด้านหนึ่งมาแล้ว ก็เป็นจิตวิทยาทางทหารที่สำคัญที่ส่งสัญญาณว่า "แผ่นดินนี้ไม่มีที่ว่างให้ผู้บ่อนทำลาย"
เพื่อนๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการปรับทัพครั้งนี้? คิดว่ายุทธวิธีเชิงรุกแบบเข้มข้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไฟใต้ดับลงได้จริงหรือไม่? หรือเราควรมีมาตรการอื่นควบคู่กันไป?
มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ (ขอความกรุณาคอมเมนต์ด้วยความสุภาพและสร้างสรรค์นะครับ)
#กองทัพไทย #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #ข่าวทหาร #วิเคราะห์การเมือง
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์
ของขวัญสุดพิเศษ! พบแมวที่หายไปนานถึง 10 ปี ในวันเกิดครบรอบ 30 ปีของเจ้าของ
ที่นั่งเดี่ยวบนรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยต้องจ่ายเพิ่มอีก 2000 เยนสำหรับพื้นที่ส่วนตัว
กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไร
ยิ่งเครียดยิ่งอยากหวาน ลองเปลี่ยนเป็น 4 กลุ่มอาหารนี้




