ยิ่งเครียดยิ่งอยากหวาน ลองเปลี่ยนเป็น 4 กลุ่มอาหารนี้
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์อยาก “เยียวยา” ตัวเองด้วยของหวานเมื่อรู้สึกเครียด เมื่อการทำงานไม่ราบรื่น รู้สึกหงุดหงิด หรือแม้กระทั่งโกรธ ชานมไข่มุก ขนมเบเกอรี่ และมันฝรั่งทอดก็มักจะดูเย้ายวนใจเป็นพิเศษ
ความเครียดมีผลต่อความอยากอาหารแตกต่างกันไปในแต่ละคน ความเครียดระยะสั้นอาจทำให้บางคนกินน้อยลง แต่หากความเครียดดำเนินต่อเนื่อง ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น คอร์ติซอล อาจกระตุ้นความอยากอาหาร และมีข้อมูลว่าความเครียดสามารถทำให้คนบางส่วนหันไปหาอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงมากขึ้นได้
ดังนั้น หากไม่อยากพึ่งของหวานทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ดี อาจลองเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า 4 กลุ่มต่อไปนี้ สิ่งสำคัญคืออาหารเหล่านี้ ไม่ใช่อาหารรักษาความเครียด แต่เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้เราได้รับสารอาหารหลากหลายขึ้นแทนการกินของหวานหรือของทอดมากเกินไป
1. กล้วยและนม เป็นของว่างง่าย ๆ ที่ให้สารอาหารหลายชนิด
เมื่อรู้สึกหงุดหงิดแล้วอยากหยิบขนมหวาน ลองเริ่มต้นด้วยกล้วยหรือนมก็ได้
กล้วยเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้วิตามินบี 6 ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเอนไซม์จำนวนมากในร่างกาย รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาท อย่างไรก็ตาม การได้รับวิตามินบี 6 มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นทันที และข้อมูลของ NIH ระบุว่าการเสริมวิตามินบี 6 ไม่ได้แสดงว่าช่วยให้อารมณ์หรือการทำงานด้านความคิดดีขึ้นในคนทั่วไปอย่างชัดเจน
ส่วนนมให้โปรตีน แคลเซียม และกรดอะมิโนหลายชนิด จึงสามารถใช้เป็นของว่างหรือส่วนหนึ่งของมื้ออาหารได้ หากกำลังอยากดื่มเครื่องดื่มหวาน ๆ การเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่เติมน้ำตาลก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจากเครื่องดื่ม
2. ข้าวกล้องและปลาแซลมอน เพิ่มความหลากหลายให้มื้อหลัก
นอกจากเปลี่ยนของว่างแล้ว การจัดมื้ออาหารหลักให้หลากหลายก็สำคัญเช่นกัน
ข้าวกล้องและปลาเป็นอาหารที่ให้วิตามินบีหลายชนิด โดยเฉพาะปลาแซลมอนซึ่งเป็นแหล่งไนอาซินหรือวิตามินบี 3 ขณะที่ข้าวกล้องก็มีไนอาซินเช่นกัน วิตามินบี 3 มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ แต่ไม่ควรตีความว่าเพียงกินอาหารที่มีวิตามินบี 3 แล้วจะทำให้เซโรโทนินเพิ่มขึ้นหรือทำให้อารมณ์ดีขึ้นโดยตรง
สำหรับคนที่มักยุ่งและเครียด การมีข้าว ปลา ผัก และอาหารหลากหลายอยู่ในมื้อหลัก อาจช่วยลดสถานการณ์ที่หิวจัดจนหยิบเค้ก ชานมไข่มุก หรืออาหารพลังงานสูงมารับประทานแทนมื้ออาหารโดยไม่ตั้งใจ
3. ชาดอกกุหลาบและรากบัว เป็นตัวเลือกตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
จากมุมมองของการบำบัดด้วยอาหารตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ชาดอกกุหลาบและรากบัวเป็นวัตถุดิบที่มีการใช้และอธิบายคุณสมบัติตามแนวคิดเรื่อง “ชี่” มาแต่เดิม เช่น การปรับสมดุลหรือส่งเสริมการไหลเวียนของชี่
อย่างไรก็ตาม แนวคิดเหล่านี้ควรแยกออกจากคำอธิบายทางโภชนาการสมัยใหม่ ปัจจุบันงานวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรและวิธีการต่าง ๆ ของการแพทย์แผนจีนให้ผลแตกต่างกันไปตามชนิดของผลิตภัณฑ์และภาวะที่ศึกษา จึงไม่ควรสรุปว่าชาดอกกุหลาบหรือรากบัวสามารถรักษาหรือลดความเครียดได้จากแนวคิดดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
หากชื่นชอบรสชาติ สามารถนำมาประกอบอาหารหรือดื่มเป็นส่วนหนึ่งของอาหารตามปกติได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการดูแลปัญหาความเครียดที่รุนแรงหรือเรื้อรัง
4. ถ้าอยากเคี้ยวของว่าง ลองเปลี่ยนเป็นถั่วไม่ใส่เกลือ
สำหรับผู้ที่อยากทานของว่างเวลาเครียด การเปลี่ยนจากมันฝรั่งทอด ขนมหวาน หรือขนมที่เติมน้ำตาลมาก มาเป็นถั่วไม่ใส่เกลือในปริมาณพอเหมาะก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้ไขมัน โปรตีน และสารอาหารหลากหลายชนิด และช่วยตอบโจทย์คนที่อยากเคี้ยวของว่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเลือกขนมทอดหรือขนมหวานทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ถั่วเป็นอาหารที่ให้พลังงานค่อนข้างสูง จึงยังต้องคำนึงถึงปริมาณ แม้จะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับประทานได้โดยไม่จำกัด
อาหารทั้ง 4 กลุ่มนี้ควรมองเป็น ตัวเลือกทดแทนของหวานหรือของทอดบางครั้ง มากกว่าเป็น “อาหารบำบัดความเครียด” เพราะการจัดการความเครียดไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง
ครั้งต่อไปที่รู้สึกเครียดจากการทำงาน อารมณ์ไม่ดี หรือโกรธจนอยากกินของหวาน อาจลองหยุดสักครู่ ดื่มน้ำ และสังเกตว่าตัวเองหิวจริงหรือกำลังอยากกินเพราะอารมณ์ หากยังหิวอยู่ ค่อยเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น กล้วย นม มื้ออาหารที่มีข้าวและปลา หรือถั่วไม่ใส่เกลือในปริมาณเหมาะสม
และอย่าลืมว่า การรับประทานอาหารให้สม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และหาวิธีจัดการต้นเหตุของความเครียด ยังมีความสำคัญมากกว่าการฝากความหวังไว้กับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง หากพบว่าตัวเองใช้การกินเพื่อรับมือกับความเครียดบ่อยจนกระทบสุขภาพ น้ำหนัก หรือการใช้ชีวิต การพูดคุยกับแพทย์ นักกำหนดอาหาร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก็อาจช่วยได้
ที่มา: REFERENCES:
https://www.health.harvard.edu/diet-and-nutrition/how-to-curb-your-stress-eating
https://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminB6-HealthProfessional/
https://ods.od.nih.gov/factsheets/Niacin-HealthProfessional/
https://www.nccih.nih.gov/health/traditional-chinese-medicine-what-you-need-to-know
กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไร
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
“WC” กับ “Toilet” ต่างกันอย่างไร และทำไมหลายประเทศจึงใช้คำเรียกห้องน้ำไม่เหมือนกัน?
กาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ชีวิตพลิกเพราะกระดาษใบเดียว รวมเรื่องผู้ถูกรางวัลที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
เมียนมาน่าห่วง! อหิวาตกโรคระบาดในย่างกุ้ง ผู้ป่วยท้องเสียรุนแรงพุ่ง 500 คน เฝ้าระวังการแพร่ระบาด
กาแฟขี้ชะมดผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติและมีประเด็นสวัสดิภาพสัตว์
กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไร
วัยรุ่นไต้หวันแห่บูชา “กุมารทองไทย” หวังเสริมเสน่ห์ สุดท้ายครูผวา
"ดึงเช็ง" แปลว่าอะไร? สแลงรุ่นเก๋าประวิงเวลา...ที่สายยื้อชอบใช้กัน!
เหมืองฝายคือระบบแบ่งน้ำของชุมชนล้านนา
เมียนมาน่าห่วง! อหิวาตกโรคระบาดในย่างกุ้ง ผู้ป่วยท้องเสียรุนแรงพุ่ง 500 คน เฝ้าระวังการแพร่ระบาด
ที่นั่งเดี่ยวบนรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยต้องจ่ายเพิ่มอีก 2000 เยนสำหรับพื้นที่ส่วนตัว
กินข้าวแล้วง่วง เกิดจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอย่างไร
เหตุการณ์เหยียบกันตายที่วัดแห่งหนึ่งในอินเดีย ซึ่งคาดว่าเกิดจากเสาไฟฟ้าล้ม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บกว่า 12 ราย
กรมควบคุมโรค รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
