ทึ่งทั่วไทย : "พระหยกเชียงราย" ความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเหนือ
ถ้าใครเคยไปวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย แล้วเห็นพระพุทธรูปหยกสีเขียวอ่อนงดงามประณีตองค์หนึ่ง บอกเลยว่าองค์นั้นไม่ธรรมดาเลย เพราะท่านมีนามอย่างเป็นทางการว่า
“พระพุทธรตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล”
แต่คนทั่วไปเรียกกันง่ายๆ ติดปากว่า “พระหยกเชียงราย”
แค่ชื่อก็อลังการแล้ว แต่ประวัติยิ่งอลังการกว่าอีก พระองค์นี้เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน ปางสมาธิ ฐานเขียง พระโมลีเป็นต่อมกลมแบบพระพุทธลักษณะเชียงแสนแท้ๆ หน้าตักกว้าง 49.7 เซนติเมตร สูง 65.9 เซนติเมตร ฐานเป็นฐานบัวแกะสลักจากหินหยกสีเขียว สูงประมาณ 1 ศอก เป็นฐานบัวศิลปะเชียงแสนอย่างงดงาม ส่วนเครื่องทรงก็ไม่ได้ธรรมดา ทำจากอัญมณีและทองคำทั้งหมด และออกแบบตามแบบเครื่องทรงเชียงแสนอีกต่างหาก
ที่พิเศษสุดคือ วัสดุที่ใช้แกะสลักองค์พระ เป็น “หินหยกชนิดที่ดีที่สุดของประเทศแคนาดา” เลยนะ ไม่ใช่หยกธรรมดาๆ แต่เป็นหยกระดับพรีเมียมระดับโลก
เรื่องราวของพระหยกเชียงรายเริ่มต้นขึ้นในวโรกาสสำคัญมาก คือเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2533 คณะสงฆ์หนเหนือ นำโดยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) ซึ่งในเวลานั้นทรงเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ และอดีตเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนชาวเชียงราย จัดสร้างพระพุทธรูปหยกองค์นี้ขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
โดยได้รับการอุปถัมภ์จาก พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ซึ่งถือเป็นพลังศรัทธาจากทั้งฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายบ้านเมือง และประชาชนอย่างแท้จริง
หินหยกจากแคนาดาถูกส่งไปแกะสลักที่โรงงานหยกวาลินนานกู จงจูลู ณ มหานครปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานที่เชี่ยวชาญด้านงานหยกระดับสูง เมื่อแกะสลักเสร็จเรียบร้อย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ในฐานะประธานกรรมการอุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์ ก็เสด็จไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อรับมอบองค์พระด้วยพระองค์เอง แล้วอัญเชิญกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2534
จากนั้นก็มีพิธีสำคัญที่สุดพิธีหนึ่งในชีวิตของพระพุทธรูปองค์นี้ คือพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี และมีพระมหาเถระถึง 37 รูป นั่งปรกบริกรรมเจริญภาวนา เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2534 ถือเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
ต่อมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานพระนามพระพุทธรูปหยกองค์นี้ว่า
“พระพุทธรตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล”
ซึ่งมีความหมายไพเราะมาก คือ
“พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นอากรแห่งรัตน เป็นอนุสรณ์แห่งการเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา”
และทรงโปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อสามัญว่า “พระหยกเชียงราย” เพื่อให้ประชาชนเรียกขานได้ง่ายและใกล้ชิด
หลังจากนั้น คณะสงฆ์และประชาชนชาวเชียงรายก็ได้จัดพิธีสมโภชและอัญเชิญพระหยกเชียงรายไปประดิษฐาน ณ วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระหยกเชียงรายก็กลายเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเชียงราย
มองเผินๆ เราอาจเห็นแค่พระพุทธรูปหยกองค์งดงามองค์หนึ่ง แต่พอรู้ประวัติแล้วจะรู้เลยว่า
นี่คือการรวมกันของ
ศิลปะระดับสูง
วัสดุอันล้ำค่า
พระราชศรัทธา
พลังศรัทธาของคณะสงฆ์
และหัวใจของประชาชนทั้งจังหวัด
พระหยกเชียงรายจึงไม่ใช่แค่ “พระพุทธรูป” แต่เป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู ความสามัคคี และความศรัทธาที่งดงามของคนไทยในยุคหนึ่งอย่างแท้จริง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)ไม่มีคนไทยไปเที่ยว
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
แม่น้ำสายที่ยาวที่สุด ที่ไหลอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น
ระทึกกลางทาง! สาวท้องแก่สุดอั้น คลอดลูกบนรถฉุกเฉินกู้ภัย คอหวยหูผึ่งหลังทราบข่าว
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย


