สุขภาพดีก็พอแล้ว
เขียนโดย livetrue23

: แค่ยังลุกขึ้นมาไหว…ก็ถือว่าชนะแล้ว
ตอนที่ 1
ไม่ต้องแข็งแรงที่สุด แค่ลุกขึ้นมาไหวทุกเช้า…ก็พอแล้ว
เคยไหม…
ตื่นเช้ามาพร้อมความรู้สึกว่าร่างกายมันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว กระดูกลั่น ก้าวแรกช้ากว่าเดิม ต้องยืนปรับสมดุลสักพักก่อนจะเดินต่อไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจ แต่เพราะ “ร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา”
หรือเป็นไปตามวัยที่ทุกคนควรยอมรับก็เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็ต้องไม่เหมือนเดิมเป็นธรรมดา หรือที่ว่ากันว่าอายุร่างกาย กับอายุตัวเลขจะไม่เหมือนกัน ซึ่งการมีตัวเลขอายุที่มากไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะต้องมากตามไปด้วย ดังนั้นถ้าร่างกายแข็งแรงก็หมายความว่าอายุร่างกายจะน้อยกว่าอายุตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจวัดได้ เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่า
สุขภาพดี = แข็งแรงที่สุด เก่งที่สุด ทำได้เหมือนคนอื่น
คนที่กินคลีนทั้งอาทิตย์ออกกำลังกายวันละชั่วโมง วิ่งมาราธอน ฉันเคยมองพวกเขาแล้วแอบกดดันตัวเองเหมือนเราต้อง ทำให้ได้แบบนั้นก่อนถึงจะถือว่าดูแลตัวเองสำเร็จ แต่พอเวลาผ่านไปร่างกายค่อย ๆ เปลี่ยนความเหนื่อยมาไวขึ้น การพักต้องมากกว่าเดิม ความเจ็บเล็ก ๆ ตามข้อ ตามเข่า เริ่มทักทายเป็นระยะ ฉันเข้าใจมากขึ้นว่า…
สุขภาพดี ไม่ได้เริ่มจากการเป็นคนเก่งแต่เริ่มจากการ “ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว”
จุดเปลี่ยนที่แท้จริงไม่ใช่รูปหุ่นในกระจกแต่คือความจริงในวิตประจำวัน วันที่เรารู้สึกแย่ไม่ใช่เพราะน้ำหนักแต่เพราะเจ็บจนเดินไม่ถนัดวันที่เรากังวลไม่ใช่เพราะกินเยอะแต่เพราะหัวใจเต้นแรงจนหายใจไม่อิ่มวันที่เราหมดแรงไม่ใช่เพราะงานแต่เพราะนอนไม่หลับลึกนานหลายวันติดกัน
ครั้งหนึ่งฉันเคยฝืนออกกำลังกายหนักเพราะคิดว่า “ต้องทำได้” แต่ยิ่งฝืนร่างกายยิ่งประท้วงปวดจนต้องหยุดหลายวันสุดท้ายก็ท้อ แล้วก็ไม่กล้ากลับไปเริ่มใหม่เหมือนจิตใจมันสั่งว่า “ถ้าทำไม่ได้ดี ก็อย่าทำเลย” หรือมีเหตุผลหลายอย่างปะทะภายในจิตใจอย่างมากมาย เหตุผลเหล่านี้เป็นข้ออ้างทำให้เราถอยหลัง หรือหยุดได้เสมอ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้อยู่ภายใต้จิตสำนึกที่ดึงรั้งชั้นดี โดยภายใต้จิตใจนำมาใช้เป็นข้ออ้างลมฟ้าอากาศ รถติด สารพัดปัญหาที่จะนำมาอ้างแต่วันนี้ ฉันเลือกอีกแบบฉันทำสิ่งเล็ก ๆ แทนสิ่งยิ่งใหญ่
- เดินรอบบ้านแทนการวิ่ง
- ยืดเหยียด 5 นาทีก่อนนอน
- ปั่นจักรยานช้า ๆ แบบไม่ต้องวัดผล
- กินข้าวแบบที่ใจไม่รู้สึกผิดแต่ไม่ทำร้ายร่างกาย
บางคนอาจมองว่ามันไม่ได้เรื่องแต่ร่างกายของฉันรู้ดีว่า ทุกนาทีที่ฉันทำ คือการคืนชีวิตให้มัน
และที่สำคัญมันทำให้ฉัน “ลุกไหวในตอนเช้า”
- ทุกครั้งที่ฉันลุกขึ้นมาโดยไม่ต้องกุมเข่า
- ทุกครั้งที่ฉันเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่ต้องหยุดพัก
- ทุกครั้งที่ฉันเลือกอาหารแล้วไม่ต้องทนปวดท้อง
สิ่งเหล่านี้คือชัยชนะที่ไม่มีใครเห็น แต่ฉันรู้สึกได้ลึก ๆ เพราะสุขภาพในวัยนี้
- ไม่ใช่การแข่งขัน
- ไม่ใช่การเปรียบเทียบ
- ไม่ใช่การเอาตัวเองไปเทียบกับวัย 20
มันคือการถามตัวเองว่า
วันนี้เรายังดูแลร่างกายที่พาเราใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตอยู่ไหม
ถ้าวันนี้คุณยังรู้สึกว่า
- วิ่งไม่ได้เหมือนคนอื่น
- ยกเวทไม่ไหว
- ลดน้ำหนักไม่ลง
- ไม่มีวินัยพอ
- ไม่เป็นไรเลยค่ะ
- คุณไม่ได้แย่
- คุณไม่ได้แพ้
คุณแค่ “กำลังเรียนรู้ร่างกายของตัวเองใหม่อีกครั้ง”
และถ้าวันนี้คุณยังลุกขึ้นมาใช้ชีวิตได้ ยังยิ้มไหว ยังเดินออกไปเจอแดด ยังดูแลตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังเดินไปตลาดเลือกซื้อผักซื้อปลา เดินชมนกชมไม้ ดูแลสวน หรือการทำงานบ้านให้ดูสะอาดในแบบของคุณได้ คุณก็ชนะแล้ว แค่ยังลุกขึ้นมาไหว…ก็ถือว่าชนะแล้วจริง ๆ 🌱✨
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
เผยความลับสติกเกอร์สีทองบนสบู่ Imperial Leather ภูมิปัญญาการดีไซน์ที่ใช้งานได้จริง
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


