เจาะลึกโหมดการทำงานของ OligioX กับการดูแลผิวตามวัย
เจาะลึกโหมดการทำงานของ OligioX กับการดูแลผิวตามวัย
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวเริ่มหย่อน ร่องแก้มชัด กรอบหน้าไม่คม หรือใต้คางดูย้อยลง ปัจจัยหนึ่งมาจากคอลลาเจนที่ค่อย ๆ ลดลง รวมถึงโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนตามวัย หลายคนจึงมองหาหัตถการที่ช่วย “ยกกระชับ” แบบไม่ต้องผ่าตัด และ OligioX เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มคลื่นวิทยุ RF โดย OligioX ถูกพัฒนาต่อยอดให้การส่งพลังงานทำได้หลากหลายขึ้น พร้อมระบบช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ
แนวคิดหลักของ OligioX คือการใช้คลื่น Monopolar Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวและการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนในระยะต่อมา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ
OligioX คืออะไร และจุดที่ต่างจาก RF ทั่วไป
OligioX ถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานอย่างสม่ำเสมอด้วยความถี่ 6.78 MHz ± 1% และสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่ทำได้ (ช่วง 0.5–8.0 รวม 16 ระดับ) แนวทางนี้ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการใช้ OligioX ให้สอดคล้องกับผิวที่บาง จุดที่ต้องการความละเอียด หรือโซนที่มีพื้นที่กว้างได้ง่ายขึ้น
อีกส่วนที่น่าสนใจคือ OligioX รองรับการทำงาน 2 โหมด ได้แก่ G Mode และ X Mode เพื่อจัดการ “ความลึกของความร้อน” ให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละชั้นผิว
ทำความเข้าใจ Dual Mode ของ OligioX
- X Mode ของ OligioX เน้นความร้อนชั้นลึก (Deep Layer Heating) เหมาะกับแนวคิดการส่งพลังงานลงชั้นลึกมากขึ้น และมีช่วงเวลาที่ความร้อนคงอยู่ได้นานกว่า (ประมาณ 210 วินาทีตามข้อมูลสเปก)
- G Mode ของ OligioX จะเน้นชั้นตื้น (Upper Layer Heating) ในบริเวณ Superficial Dermis และมักถูกนำมาใช้เพื่อช่วยกระจายและคงความร้อนให้สม่ำเสมอ (ความร้อนคงอยู่ประมาณ 120 วินาทีตามสเปก) เมื่อนำสองโหมดมาวางลำดับให้เหมาะสม ก็ช่วยให้การทำ OligioX ครอบคลุมทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกได้เป็นระบบ
นอกจากนี้ OligioX ยังมีระบบ Real-time Impedance Feedback เพื่อตรวจวัดความต้านทานผิวแบบเรียลไทม์ในแต่ละช็อต ช่วยให้แพทย์ประเมินการส่งพลังงานของ OligioX ได้แม่นยำขึ้น
GXG Protocol ของ OligioX ทำงานอย่างไร
โปรโตคอลที่ถูกกล่าวถึงบ่อยคือ GXG ซึ่งเป็นลำดับการใช้พลังงานแบบ G → X → G ของ OligioX เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการกระจายความร้อน โดยมักอธิบายเป็น 3 ขั้นตอน
- Step 1: Pre-heating (G Mode) เริ่มด้วย OligioX ในโหมด G เพื่ออุ่นผิวและกระจายความร้อนเบื้องต้น มักใช้เทคนิคการลากหัวทิป (gliding) ให้สม่ำเสมอ
- Step 2: Core-heating (X Mode) ต่อด้วย OligioX ในโหมด X เพื่อเน้นความร้อนชั้นลึก มักใช้เทคนิคแตะยิงเป็นจุด (stamping) ในตำแหน่งที่ต้องการเน้น
- Step 3: Long-lasting (G Mode) ปิดท้ายด้วย OligioX โหมด G อีกครั้ง เพื่อช่วยกระจายและคงความร้อนให้ต่อเนื่องมากขึ้น
ระบบความเย็นและความสบายระหว่างทำ
อีกองค์ประกอบสำคัญของ OligioX คือระบบ Contact Gas Cooling ที่ปล่อยความเย็นผ่านหัวทิปเพื่อช่วยปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบาย โดยมีแนวคิดการทำความเย็นหลายจังหวะ เช่น เริ่มเย็นเมื่อสัมผัสผิว ลดอุณหภูมิก่อนปล่อยพลังงาน ทำความเย็นระหว่างปล่อยพลังงาน และคงความเย็นหลังยิงเสร็จ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดความร้อนสะสม
ในด้านหัวทิป OligioX มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ F4.0 (4.0 cm²) สำหรับพื้นที่กว้าง และ E0.25 (0.25 cm²) สำหรับจุดเล็กหรือบริเวณที่เข้าถึงยาก ช่วยให้การใช้ OligioX ยืดหยุ่นขึ้นตามสภาพปัญหา
ผลลัพธ์ที่มักคาดหวังจาก OligioX
โดยภาพรวม OligioX มักถูกเลือกเพื่อเป้าหมาย เช่น
- ผิวดูแน่นขึ้นบริเวณแก้ม คาง แนวกรอบหน้า
- คุณภาพผิวดูเรียบขึ้น รูขุมขนดูละเอียดขึ้นในบางราย
- ริ้วรอยตื้น ๆ ดูนุ่มลงเมื่อผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ OligioX ไม่ใช่การรักษาเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรให้แพทย์ประเมินผิวและวางแผนแบบรายบุคคล
ใครที่มักเหมาะกับ OligioX
OligioX มักเหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับเล็กถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด หรืออยากดูแลหลายบริเวณ เช่น กรอบหน้า ใต้คาง รอบดวงตา (ในกรอบที่แพทย์ประเมินว่าทำได้) รวมถึงผู้ที่อยากโฟกัสทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกด้วยการวางโหมดของ OligioX ให้เหมาะสม
การเตรียมตัวและดูแลหลังทำ
ก่อนทำ OligioX ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และหัตถการที่ทำมาก่อน รวมถึงหลีกเลี่ยงการผลัดผิวแรง ๆ (เช่น AHA/BHA/เรตินอล) และงดสครับช่วง 3–7 วันตามคำแนะนำแพทย์ หลังทำ OligioX ช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรเลี่ยงความร้อนจัด และทากันแดดสม่ำเสมอเพื่อช่วยดูแลผิว
ใครควรหลีกเลี่ยง OligioX
โดยทั่วไป OligioX มักไม่เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย (เช่น pacemaker) ผู้ที่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีแผลอักเสบในบริเวณที่จะทำ ควรให้แพทย์คัดกรองข้อห้ามก่อนทุกครั้ง
OligioX ต่างจาก Oligio เดิมอย่างไร
OligioX เพิ่มทางเลือกการปรับพลังงานผ่าน Dual Mode (G/X) และแนวคิด GXG ทำให้การวางแผนยิงพลังงานทำได้ละเอียดขึ้น ขณะที่ Oligio เดิมเน้นการทำงานแบบโหมดเดียวมากกว่า ในด้านความเย็น OligioX ระบุว่ามีการทำความเย็นถี่ขึ้นต่อช็อต ซึ่งอาจช่วยเรื่องความสบายระหว่างทำในบางราย
สรุปแล้ว OligioX เป็นตัวเลือก RF ที่ชูจุดเด่นเรื่องการทำงานสองโหมด การวางโปรโตคอลเป็นขั้นตอน และระบบช่วยคุมความสบาย หากสนใจทำ OligioX ควรเลือกสถานพยาบาลที่ให้แพทย์ประเมินผิวก่อนทุกครั้ง ใช้เครื่องและหัวทิปที่ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลหลังทำ OligioX อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับผิวของตัวเอง
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
วัวแอนโคเล–วาตูซี: มหากาพย์เขายักษ์และจิตวิญญาณแห่งแอฟริกา
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
ประเทศไทยเคยมีภูเขาไฟจริง..ได้อะไรจากจากภูเขาไฟ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
ภาพถ่ายที่น่าทึ่งที่สุดของ "ดาวพฤหัสบดี" (Jupiter) จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศของ เจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope - JWST)
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
ความเชื่อที่โด่งดังในไทย ที่ไม่เกี่ยวกับพุทธ
ปูทะเลที่หาได้ยากและมีราคาขายแพงมากเป็นอันดับหนึ่ง
ระเหยหายทั้งเป็น! เปิดปรากฏการณ์ “โจฮัตสึ” คนญี่ปุ่นทิ้งชีวิตเดิม ตั้งใจหายจากโลก สะท้อนแรงกดดันสังคมสุดเข้มข้น
มายาคติของความเฮี้ยน : การแปรรูป "สัญลักษณ์ความกลัว" สู่ "สินค้าทางความเชื่อ" ในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย
CHAW x Zoku
Ulthera คืออะไร? ยกกระชับหน้าไม่ผ่าตัด เห็นผลจริง ปลอดภัย
เครื่องเดินวงรี เคล็ดลับการเลือกซื้อ ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
วิทยากร,วอล์คแรลลี่,ละลายพฤติกรรม,กลุ่มสัมพันธ์,นันทนาการ,พัฒนาทีมงาน,พัฒนาบุคลากร,กีฬาฮาเฮ,ค่ายกิจกรรม,ค่ายผู้นำ,OD,กิจกรรม,ทำงานเป็นทีม,อบรม,สัมมนาทีมงานไทยนันทนาการ,ทุยทำทีม
