เดอะแบก Hyper-Independence พึ่งพาตนเองมากเกินไป ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร
Hyper – Independence หมายถึง ผู้ที่ทำทุกอย่างด้วยตนเอง โดยพึ่งพาคนอื่นน้อยที่สุด ในหลาย ๆ ครั้งยังรับปัญหาของคนอื่นมาไว้เป็นของตนเอง แต่เมื่อตัวเองมีปัญหากลับไม่รู้ว่าจะพึ่งพาใคร ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร พยายามแก้ปัญหาและรับผิดชอบสิ่งที่คิดว่าเป็นภาระของตนเองด้วยตัวเอง
สัญญาณบอกเหตุให้สังเกตภาวะ Hyper-Independence
1.พยายามพึ่งพาตนเอง โดยขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นน้อยมาก มักจะรู้สึกละอายใจที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะต้องพึ่งพาคนอื่น โดยส่วนใหญ่มาจากการที่เคยขอความช่วยเหลือแล้วแต่ถูกปฏิเสธกลับมา จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่า “พึ่งพาตนเองดีที่สุด” และกลายเป็นเดอะแบกนับแต่นั้นมา
2.ค่อนข้างยึดติดกับความสัมพันธ์เดิม ไม่เปิดรับความสัมพันธ์ใหม่ มักจะมีลักษณะเป็นคนเก็บตัว (Introvert) คือ ชอบอยู่คนเดียว อาจจะมีคนรู้จักเยอะ แต่มีเพื่อนสนิทน้อยมาก ๆ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนจำนวนน้อยมากๆ และมีแนวโน้มสูงที่จะไม่เปิดรับความสัมพันธ์ใหม่ เพราะไม่อยากรับผิดชอบในความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ลังเลที่จะแบ่งปันเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น รู้สึกว่าไม่สามารถเชื่อใจใครได้เลย
3.เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) เป็นผู้ที่ทีแนวโน้มที่จะมุ่งหวังความสำเร็จ ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เข้าขั้นนิยมความสมบูรณ์แบบ หรือในทางจิตสิทยาเรียกว่า Perfectionism ผู้ที่เป็นเดอะแบกรู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเอง ต้องการการยอมรับว่าเขารับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองได้
4.เกิดความเครียดได้ง่าย มักจะได้รับความกดดันสูง เพราะต้องพึ่งพาตนเอง รู้สึกว่าพึ่งพาใครไม่ได้ เมื่อเกิดปัญหา ต้องพุ่งชนด้วยตัวเองทั้งหมด เคยประสบกับภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือรู้สึกเครียดเมื่อต้องพึ่งพาคนอื่น จึงเกิดความเครียดได้ง่าย และเกิดอาการเจ็บป่วยทางร่างกายได้ง่าย
สาเหตุของภาวะ Hyper-Independence
- มักจะมาจาก ‘บทเรียนที่เจ็บปวด’ ที่เคยผ่านพบ ไม่ว่าจะตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น หรือแม้แต่ในวัยผู้ใหญ่
- ความเข็ดหลาบจากความเจ็บปวด ถูกเปลี่ยนเป็นกำแพงในใจ ที่ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งสูงและหนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ มีโอกาสที่สักวันกำแพงนั้นจะถล่มลงมาทับตัวเองทำให้เจ็บหนักกว่าเดิม
ดูแลสุขภาพใจในสภาวะที่ต้องเป็นเดอะแบก Hyper-Independence
1.หยุดพักเพื่อให้กำลังใจตัวเองบ้าง ลองกำหนดวันพักผ่อน หรือ Free day อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อหยุดทุกอย่าง และพักผ่อนอย่างแท้จริง
2.ขอความช่วยเหลือบ้างก็ไม่เสียหาย ถ้างานหรือภาระรุมเร้าหลายด้านจนเกินไป การขอความช่วยเหลือจากคนที่สามารถช่วยเราได้ในบางครั้ง ก็สามารถลดความเครียด ความวิตกกังวลได้บ้าง
3.พยายามหาแง่มุมที่ดีในการใช้ชีวิต เพื่อสร้างกำลังใจในการเดินหน้าต่อสู้ปัญหา และลุยทุกภารกิจในชีวิต หากเราปล่อยให้จิตใจขุ่นมัว สายตาที่เรามองโลกก็จะมืดมน จนสุดท้ายแสงสว่างก็จะส่องมาไม่ถึงจิตใจของเรา
4.ปล่อยวางบ้าง สิ่งใดหนักก็ปล่อย สิ่งใดตึงก็หย่อนลงบ้าง ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นตัวตึง และตัวแตกในที่สุด เมื่อสติเราขาด หรือความอดทนเราสิ้นสุดแล้ว เราอาจจะทำในสิ่งที่เราต้องเสียใจในภายหลังก็ได้
5.หาสถานที่พักใจ หา Safe Zone ให้เป็นที่พักพิงจิตใจ ทั้งในรูปแบบตัวบุคคล สถานที่ที่เราสบายใจ หรือกิจกรรมที่ทำให้เราผ่อนคลาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันเราจากโลกที่โหดร้าย ให้มีพื้นที่ส่วนตัวในการผ่อนคลายจิตใจ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
อาหารไทยที่ใช้เวลาทำนานที่สุด กว่าจะได้กินไม่ง่าย
กินอะไรดีช่วงหน้าฝน? อาหารเสริมภูมิ VS อาหารเสี่ยงท้องเสีย









