UN ถึง BRICS+ ทำไมโลกเริ่มไม่ไว้ใจองค์กรใหญ่เหมือนเดิม
เขียนโดย คุณยายไซเบอร์
ห้องประชุมขององค์กรระหว่างประเทศเคยถูกมองเป็นพื้นที่กลางของโลก แต่วันนี้หลายประเทศเริ่มตั้งคำถามหนักขึ้นว่า เวทีเหล่านี้ยังยุติธรรมพอหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อวิกฤตใหญ่หลายเรื่องยังจบไม่ได้ และประเทศกำลังพัฒนารู้สึกว่าเสียงของตนเองเบากว่ามหาอำนาจ
ประเด็นนี้ไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่โยงถึงระเบียบโลกที่นำโดย สหรัฐฯ และประเทศตะวันตกมานาน เมื่อขั้วอำนาจใหม่เริ่มขยับขึ้นมา ประเทศจำนวนไม่น้อยจึงมององค์กรเดิมด้วยสายตาเปลี่ยนไป จากเวทีกลาง กลายเป็นสนามต่อรองทางการเมืองที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์เท่ากันทุกฝ่าย
UN และ UNSC ถูกถามหนักเรื่องอำนาจที่ใช้ได้จริง
ชื่อของ UN ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่จุดที่ถูกวิจารณ์มากขึ้นคือความสามารถในการหยุดสงครามและปกป้องมนุษยธรรมอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้หลายฝ่ายเห็นข้อจำกัดของระบบเดิม
ใน UNSC อำนาจ Veto ของมหาอำนาจกลายเป็นคำถามใหญ่ เพราะเมื่อประเทศหนึ่งสามารถขวางมติสำคัญได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักมนุษยธรรมอย่างเดียว แต่ผูกกับผลประโยชน์ทางการเมืองของประเทศที่มีอำนาจตัดสินใจสูงกว่า ผู้อ่านจำนวนมากอาจไม่ได้ตามรายละเอียดทุกมติ แต่รับรู้ได้ว่าองค์กรใหญ่ยังหยุดความรุนแรงไม่ได้ตามที่คาดหวัง
ศาลโลกกับคำถามเรื่องมาตรฐานเดียวกัน
ฝั่งกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศก็เจอแรงกดดันคล้ายกัน ICC และ ICJ ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เสียงวิจารณ์ที่ตามมาคือการบังคับใช้กฎหมายยังไม่หนักเท่ากันในทุกกรณี
เมื่อคดีเกี่ยวข้องกับมหาอำนาจหรือพันธมิตรของมหาอำนาจ ความเชื่อมั่นของประเทศกำลังพัฒนามักสั่นคลอนมากกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะประเทศเหล่านี้ปฏิเสธกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เพราะต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะอยู่ฝ่ายใดของภูมิรัฐศาสตร์
ฉากแบบนี้ทำให้คำว่า “ความยุติธรรมสากล” ถูกทดสอบซ้ำ ๆ ถ้าศาลโลกเดินหน้าได้เฉพาะบางกรณี แต่แตะบางกลุ่มได้ยาก ความศรัทธาต่อระบบก็ลดลงทีละชั้น แม้องค์กรยังมีบทบาทอยู่ก็ตาม
OPEC และ BRICS+ ชี้ว่าโลกไม่ได้เดินตามศูนย์กลางเดียว
ฝั่งเศรษฐกิจและพลังงานก็มีสัญญาณคล้ายกัน OPEC หันไปประสานกับ รัสเซีย และไม่ได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันตามคำขอของวอชิงตันตามที่ต้นฉบับระบุ จุดนี้ทำให้เห็นว่าประเทศผู้ผลิตพลังงานเลือกยึดผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง มากกว่ารับจังหวะจากสหรัฐฯ แบบเดิม
ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดแค่น้ำมัน การขยายบทบาทของ BRICS+ ทำให้หลายประเทศมองเห็นทางเลือกใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก แนวคิดลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ จึงถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะหลายรัฐบาลไม่อยากให้การค้าหรือการเงินของตนเองผูกกับศูนย์กลางเดียวมากเกินไป
แน่นอนว่าเครือข่ายใหม่ไม่ได้แปลว่าจะมั่นคงกว่าองค์กรเดิมทันที ประเทศสมาชิกแต่ละกลุ่มยังมีผลประโยชน์ของตัวเอง และการแยกกลุ่มทางเศรษฐกิจมากขึ้นอาจทำให้ต้นทุนการค้าโลกสูงขึ้นด้วย ตลาดทุนที่ไวต่อความเสี่ยงอย่างทองคำและน้ำมันจึงมีโอกาสผันผวนมากขึ้นเมื่อการเมืองโลกแตกเป็นหลายขั้ว
ความเชื่อมั่นที่ลดลงจึงไม่ใช่แค่ปัญหาภาพลักษณ์ขององค์กรระหว่างประเทศ แต่เป็นแรงกดดันให้ระบบเดิมต้องปรับตัว ถ้า UN, UNSC, ICC, ICJ และองค์กรเศรษฐกิจโลกยังทำให้ประเทศเล็กกับประเทศใหญ่รู้สึกว่าได้รับมาตรฐานไม่เท่ากัน เวทีเหล่านี้อาจยังอยู่ครบ แต่บทบาทจริงบนโลกหลายขั้วจะถูกตั้งคำถามหนักกว่าเดิม
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
ชายอินเดียแบกโครงกระดูกพี่สาวไปธนาคาร ปมเงิน 19,300 รูปี
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ผักบุ้งไทยไปสหรัฐฯ ทำไมปี 1983 ถึงถูกขึ้นบัญชีวัชพืชอันตราย
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ไทย-กัมพูชาคุยชายแดนที่บรูไน ย้ำเดินหน้าหยุดยิงและลดแรงเสียดทาน
Striped Pyjama Squid หมึกชุดนอนตัวจิ๋ว ที่น่ารักแต่มีเมือกพิษ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
"ข้าวมื้อเย็น" กินแล้วอ้วนจริงไหม?
ผักบุ้งไทยไปสหรัฐฯ ทำไมปี 1983 ถึงถูกขึ้นบัญชีวัชพืชอันตราย



