หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมโทรศัพท์มือถือถึงไม่มีในความฝัน

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

เมื่อ "โทรศัพท์มือถือ" สูญหายในฝัน: การปะทะกันของจิตใต้สำนึกและเทคโนโลยี

มนุษย์เราใช้สมาร์ตโฟนแทบจะทุกนาทีในยามตื่น แต่น่าประหลาดที่อุปกรณ์ที่กลืนกินพื้นที่ในชีวิตจริงของเรา กลับแทบไม่ปรากฏในโลกแห่งความฝัน ปรากฏการณ์นี้ท้าทายทั้งแนวคิดทางจิตวิทยาและนิเทศศาสตร์ให้ต้องค้นหาคำตอบ บทวิเคราะห์โดย ดร.เหมือนฝัน ไม่สูญผล หรือ ดร.กิฟท์ นางมารพยากรณ์ ได้นำแนวคิดทฤษฎีจิตวิทยา และทฤษฎีทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อหาข้อสงสัยว่า ทำไมโทรศัพท์มือถือไม่มีในความฝัน และบุคคลในความฝันเขาทำการสื่อสารกันอย่างไร

หากมองผ่านเลนส์ของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ความฝันคือ "ถนนหลวงสู่จิตใต้สำนึก" ที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณและความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้

แต่เมื่อพิจารณาผ่านกรอบของ มาร์แชล แมคลูฮัน (Marshall McLuhan) "โทรศัพท์มือถือ" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ กลับไม่สามารถเป็น "สื่อ" ที่มีอิทธิพลมากพอที่จะเข้าไปกำหนดเนื้อหาในความฝันได้ 

การถูกกลืนกินในยามตื่น: สถิติที่สวนทางกับความจริง

แม้สมาร์ตโฟนจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมชีวิตประจำวันของเรา ทั้งการทำงาน การแชต หรือการบริโภคสื่อสังคมออนไลน์ แต่ผลวิจัยกลับชี้ว่า มีเพียงประมาณ 2.7% ของผู้ชาย และ 3.5% ของผู้หญิงเท่านั้นที่รายงานว่าเคยฝันถึงโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ตัวเลขนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้เวลากับหน้าจอในชีวิตจริงอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่มีมานานกว่าอย่างรถยนต์ เรือ เครื่องบิน หรือลิฟต์ กลับปรากฏในความฝันบ่อยครั้งกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบางเทคโนโลยีมี อิทธิพลต่อร่างกายและจิตใต้สำนึก ของเรามากกว่าเทคโนโลยีสื่อสารที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเสียอีก

ฟรอยด์และแมคลูฮัน: อธิบายช่องว่างในโลกแห่งความฝัน

1. มิติของจิตวิเคราะห์: ความฝันเพื่อการเอาตัวรอด

ตามแนวคิดของฟรอยด์ ความฝันมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อ แรงขับทางสัญชาตญาณ หรือ ความกลัวที่ถูกเก็บกดไว้ อลิซ ร็อบบ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความฝัน สนับสนุนแนวคิดนี้ผ่าน "สมมติฐานการจำลองภัยคุกคาม" (Threat Simulation Hypothesis) โดยอธิบายว่า สมองใช้ความฝันเป็น "สนามซ้อม" เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดหรือความกลัวที่เกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอด (เช่น การหนี การต่อสู้ การเผชิญหน้ากับอันตราย)

กิจกรรมใหม่ ๆ อย่างการนั่งอ่านหรือเขียนข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นทักษะที่เพิ่งเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษย์ และ ไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด (Survival Instinct) ในระดับจิตใต้สำนึก ดังนั้น สมาร์ตโฟนจึงถูกมองข้ามจากกลไกของความฝัน เพราะมันไม่มี "คุณค่าเชิงสัญชาตญาณ" มากเท่ากับภาพการวิ่งหนีจากอันตรายในฉากกลางแจ้ง

2. มิติของเทคโนโลยี: อิทธิพลของ "ผลกระทบต่อร่างกาย"

ดร. เคลลี่ บัลเคลีย์ นักจิตวิทยาและนักวิจัยด้านความฝัน อธิบายเพิ่มเติมในเชิง "ผลกระทบทางประสาทสัมผัส" ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแมคลูฮันที่มองว่า "สื่อคือข้อความ" โดยข้อความที่สมองรับรู้ได้ดีที่สุดคือสิ่งที่ส่งผลต่อร่างกายอย่างชัดเจน

เทคโนโลยีการขนส่ง (รถ, เรือ): มี "ผลกระทบต่อร่างกาย" โดยตรงมากกว่า เรารู้สึกถึงแรงสั่น การเร่งความเร็ว การเหวี่ยงเมื่อเบรก ซึ่งให้ ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่รุนแรง กว่า

สมาร์ตโฟน: มีปฏิสัมพันธ์หลักผ่าน นิ้วและสายตา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ละเอียดอ่อนกว่าและไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่หรือการทรงตัวของร่างกายอย่างชัดเจนนัก ดังนั้น สมองจึงอาจหยิบเอาประสบการณ์ที่มี ผลกระทบต่อร่างกายชัดเจน ไปแปรรูปเป็นภาพในความฝันได้มากกว่า

สรุป: พลังของจิตใต้สำนึกเหนือกิจกรรมดิจิทัล

ปรากฏการณ์ที่โทรศัพท์มือถือแทบไม่ปรากฏในความฝันชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาครองชีวิตยามตื่นของเราอย่างสมบูรณ์ แต่ จิตใต้สำนึก ก็ยังคงให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ทางกายภาพ และ สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ที่ฝังลึกในประวัติศาสตร์มนุษย์มากกว่ากิจกรรมดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคต เทคโนโลยีอย่าง Virtual Reality (VR) ที่สามารถกระตุ้นทั้งสายตา การทรงตัว และอารมณ์ได้อย่างสมจริง อาจเริ่มเข้าไปมีบทบาทในความฝันมากขึ้นได้ หากการใช้เวลาในโลกเสมือนจริงกลายเป็น "วิถีชีวิต" ที่มีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงพอ

สุดท้ายแล้ว ความฝันจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวเพ้อฝัน แต่คือ กระจกที่สะท้อนสิ่งที่สมองมองว่าสำคัญต่อการเอาตัวรอดในระดับลึกที่สุด ซึ่งยังคงเป็นเรื่องราวของการเอาตัวรอด การเดินทาง และความสัมพันธ์เชิงกายภาพ มากกว่าการนั่งพิมพ์แชตในโลกดิจิทัล

#SigmundFreud #MarshallMcLuhan #ความฝัน #จิตใต้สำนึก #เทคโนโลยีสื่อสาร

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 239 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
45 VOTES (5/5 จาก 9 คน)
VOTED: kyogisa, paktronghie, Freya Rune, famai, projor007, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, davin, goldfish13, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดพระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุดพระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนารัฐบาลเตรียมทยอยยุบ 11 สายงานข้าราชการ เมื่อเจ้าของตำแหน่งพ้นจากราชการทำไมพระสังกัจจายน์จึงมีพุงใหญ่ทั้งที่คัมภีร์กล่าวถึงพระมหากัจจานะว่าเป็นพระเถระรูปงาม"ผู้ใหญ่เต๊าะ" เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ "แม่สุนารี" หลังออกจากห้อง ICU
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทยเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุปมาเต่าตาบอดเตือนว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์คือโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่านอุปมาถ่มน้ำลายรดฟ้าสอนให้เห็นว่าความคิดร้ายย้อนกลับมาทำร้ายใจตัวเองHouse Edge คือกำแพงคณิตศาสตร์ที่ทำให้คาสิโนได้เปรียบเมื่อเล่นนานพอเหรียญออกหัวติดกันห้าครั้งไม่ได้ทำให้ครั้งต่อไปมีโอกาสออกหัวมากขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่