เกร็ดความรู้น่าสนใจ : วิธีกินอาหารของคนไทย ธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ
ในอดีตกาล อาหารไทยมิได้มีเพียงรสชาติที่ละเมียดละไม หากยังสะท้อนวิถีชีวิตและความอ่อนน้อมอันลึกซึ้งของผู้คนในแต่ละยุคสมัย “การกินข้าว” จึงมิใช่เพียงการบริโภคเพื่ออยู่รอด แต่เป็นพิธีกรรมแห่งความอบอุ่น ความเคารพ และความร่วมแรงร่วมใจภายในครอบครัวไทย
ธรรมเนียมไทยแต่โบราณนั้น นิยมรับประทานอาหารด้วยการนั่งราบลงบนเสื่อหรือพรม ใต้ร่มเรือนไทยหรือศาลาริมสวน อาหารจะถูกจัดลงใน “สำรับ” ซึ่งเป็นถาดกลมใหญ่ มีภาชนะบรรจุแกง น้ำพริก ผัก และของเคียงเรียงรายอย่างมีระเบียบ ข้าวสุกใส่ชามหรือโถจะวางไว้ข้างตัว ส่วนขันน้ำสะอาดสำหรับดื่มก็มักอยู่ใกล้มือ ด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความละเมียด
สิ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยในอดีตใช้ “มือ” เป็นเครื่องมือหลักในการรับประทานอาหาร การหยิบข้าวปั้นกับกับข้าวเล็กน้อยเข้าปาก ถือเป็นเรื่องปกติและงดงาม เพราะมือของคนไทยถูกใช้ด้วยความสำรวม ไม่แตกต่างจากการถือภาชนะอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ การกินด้วยมือจึงมิได้เป็นสัญลักษณ์ของความหยาบ แต่เป็นความใกล้ชิดกับธรรมชาติและรสแท้ของอาหาร
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๑๓) เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากประพาสเมืองสิงคโปร์ พระองค์ทรงเห็นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบตะวันตกซึ่งใช้มีด ช้อน และส้อม จึงโปรดให้เริ่มใช้ภาชนะเหล่านี้ในราชสำนัก และค่อย ๆ แพร่หลายสู่สามัญชน
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงบันทึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ทรงเล่าว่าในสมัยก่อน การจัดสำรับจะมีเพียงช้อนหนึ่งและส้อมสองง่ามวางไว้สำหรับใช้ตักหรือจิ้มอาหารบางชนิด มิได้ใช้ครบชุดแบบฝรั่ง และที่สำคัญ “ส้อม” ในยุคนั้นก็ไม่ได้ใช้คู่กับมีด แต่ใช้เพื่อช่วยจับอาหารให้สะดวกขณะฉีกด้วยมือ — การใช้ส้อมจึงเป็นเพียง “ตัวช่วยไม่ให้มือซ้ายเปื้อน” เท่านั้น
จนเมื่อรัชกาลที่ ๕ ทรงนำธรรมเนียมการเสวยแบบตะวันตกกลับมาใช้ในราชสำนัก การใช้มีดและส้อมคู่กันจึงเริ่มขึ้น พระองค์โปรดให้จัดโต๊ะเสวยในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ มีเจ้านายหลายพระองค์ทดลองใช้ส้อมแทงอาหารไว้กับจาน และใช้มีดตัดอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งผู้ร่วมโต๊ะบางท่านถึงกับขนานนามการกระทำนั้นอย่างขบขันว่า “แผลงศร” เพราะดูแปลกตาในสายตาคนไทยสมัยนั้น
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การใช้ช้อนและส้อมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของความเรียบร้อยและอารยธรรมที่ผสมกลมกลืนระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แต่ถึงกระนั้น รากเหง้าของการกินแบบไทยแท้ — การนั่งล้อมวงบนเสื่อ กินข้าวจากสำรับเดียวกันด้วยความอบอุ่นและแบ่งปัน — ก็ยังคงอยู่ในใจของคนไทยเสมอ
เพราะ “สำรับอาหารไทย” มิได้มีค่าเพียงความอร่อยของรสมือ หากเป็นภาพสะท้อนของความสามัคคี ความเคารพในผู้อาวุโส และความงดงามแห่งวิถีชีวิตไทยที่ยังคงหอมกรุ่นอยู่ในทุกมื้ออาหารไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยก็ตาม.
เครดิตภาพ:สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาอ่อน (สกุลเดิม: บุนนาค) ขณะทรงใช้ฉลองพระหัตถ์ส้อม และ ฉลองพระหัตถ์มีด ในการเสวยพระกระยาหาร
ขอขอบคุณเพจ Madame Somboon
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
รวม 30 คำที่คนไทยมักเขียนผิด!
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
“ไข่หมึก” อาจไม่ใช่ไข่อย่างที่คุณคิด! |
เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69
8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง
สุ่มซื้อแค่ 2 ดอลลาร์! ชาวเมือง Quincy ดวงเฮ็ง คว้าแจ็กพอต Powerball 1.04 พันล้านดอลลาร์
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิดเลขเครื่องบิน “อนุทิน” 930 หลังบินเข้ากองบิน 1 ลุ้นงวด 16 ส.ค. 69
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
"แหลม ศรีสะเกษ" ติดเด็กดริงก์ โดนหลอกเงินหมดตัว กว่า 30 ล้าน
ดอกบัว…ความงามที่เติบโตจากโคลนตม
เคยสงสัยไหมว่า เวลาเราลงเล่นน้ำนานๆ หรือแช่ตัวในห้องน้ำจนเพลิน พอยกมือขึ้นมาดู กลับพบว่าปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าย่นเป็นริ้วๆ เหมือนคนแก่ ทั้งที่ผิวหนังส่วนอื่นของร่างกายกลับไม่ย่นตาม?
ทำไมตอนเป็นไข้... ต้องดื่มน้ำเยอะๆ?
เคยสงสัยไหมว่า เสียง "ปุ๋ง!" หรือกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยมาตามลมนั้นมาจากไหน?