"พลิกประวัติศาสตร์นครปฐม" 4 เรื่องจริงของพระปฐมเจดีย์และตัวจังหวัดที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้
เมื่อพูดถึงจังหวัดนครปฐม ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นในความคิดของคนส่วนใหญ่คือองค์พระปฐมเจดีย์สีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา เราคุ้นเคยกับภาพนี้ในฐานะสัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน
แต่เบื้องหลังภาพจำที่คุ้นเคยนั้น คือประวัติศาสตร์อันซับซ้อนและยาวนานกว่าที่เราคิด ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นมหานครที่รุ่งเรืองอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนจะกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกลืม และแม้แต่ชื่อ "นครปฐม" ที่เราเรียกกันติดปาก ก็เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นาน บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจ 4 เกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง ซึ่งอาจเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อจังหวัดนครปฐมไปตลอดกาล
1. จากมหานครการค้าริมทะเล สู่เมืองที่ถูกลืม
ในราว พ.ศ. 1100 หรือเมื่อกว่า 1,400 ปีก่อน พื้นที่ที่เรารู้จักในนามนครปฐมไม่ได้เป็นเพียงเมืองธรรมดา แต่เป็น เมืองนครปฐมโบราณ ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ระดับรัฐและเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญอย่างยิ่งในดินแดนสุวรรณภูมิ ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเมืองราว 3 กิโลเมตร ทำให้นครปฐมโบราณมีขนาดใหญ่กว่าเมืองอื่นๆ ในยุคเดียวกันอย่างชัดเจน สะท้อนถึงสถานะศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมทวารวดี
ทว่า ความรุ่งเรืองต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในราว พ.ศ. 1500 เมื่อสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นที่ดอนมากขึ้น ทำให้ชายฝั่งทะเลถอยห่างออกไป แม่น้ำท่าจีนที่เคยเป็นเส้นทางคมนาคมหลักก็แคบลง ส่งผลให้เมืองนครปฐมโบราณที่เคยเฟื่องฟูจากการค้าขายกับนานาชาติทางทะเลกลายเป็นเมืองที่ห่างไกลจากเส้นทางการค้า เมื่อศูนย์กลางทางทะเลแห่งนี้โรยรา อำนาจและการค้าจึงย้ายไปสู่เมืองที่เติบโตขึ้นใหม่ เช่น ละโว้ (ลพบุรี), อโยธยาศรีรามเทพ (อยุธยา) และสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) นครปฐมโบราณจึงค่อยๆ ลดความสำคัญลงและกลายเป็นเมืองร้างในที่สุด นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์สามารถพลิกชะตากรรมของมหานครที่ยิ่งใหญ่และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในระดับภูมิภาคได้อย่างไร
2. แม้เมืองจะร้าง แต่ศรัทธาไม่เคยจางหาย
ถึงแม้ตัวเมืองนครปฐมโบราณจะเสื่อมสลายและรกร้างไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดและเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนเสมอมาคือสถูปองค์ใหญ่ดั้งเดิม หรือที่คนในสมัยนั้นเรียกว่า "มหาธาตุหลวง" หรือ "พระธม" (ซึ่ง "ธม" ในภาษาเขมรแปลว่า "ใหญ่")
ความศักดิ์สิทธิ์ของมหาธาตุหลวงนั้นอยู่เหนือความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและการเมืองของตัวเมืองโดยสิ้นเชิง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า ผู้คนจากบ้านเมืองยุคหลังๆ ยังคงเดินทางมาสักการะบูชาอย่างไม่ขาดสาย แสดงให้เห็นว่าศรัทธาที่ผู้คนมีต่อองค์เจดีย์นั้นไม่เคยจางหายไป แม้ว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดก็ตาม
3. พระปฐมเจดีย์องค์ปัจจุบัน คือเจดีย์ที่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิม
ภาพพระปฐมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองอร่ามที่เราเห็นในทุกวันนี้ ไม่ใช่รูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่ม แต่คือผลลัพธ์ของการบูรณะและสร้างครอบทับโครงสร้างเดิมถึง 2 ชั้น องค์เจดีย์จึงเปรียบเสมือนตุ๊กตาแม่ลูกดกทางสถาปัตยกรรม หรือจารึกหินสามยุคที่ถูกเขียนทับซ้อนกัน โดยแต่ละชั้นบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
• องค์ดั้งเดิม (ราว พ.ศ. 1100): สร้างขึ้นในยุคทวารวดี เป็นเจดีย์ทรงกลมฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีชื่อเรียกว่า "มหาธาตุหลวง" หรือ "พระธม"
• การบูรณะครั้งแรก (หลัง พ.ศ. 1800): เมื่อเจดีย์องค์เดิมทรุดโทรมลงจนเหลือเพียงเนินดินขนาดมหึมา มหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี (หลานพ่อขุนผาเมือง) เจ้านายจากรัฐสุโขทัย ได้นำผู้คนมาบูรณะโดยสร้างสถูปทรงปรางค์แบบขอมครอบทับเนินดินของเจดีย์องค์เดิมเอาไว้
• การบูรณะครั้งใหญ่ (เริ่ม พ.ศ. 2394): ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ทรงระฆังคว่ำแบบลังกาที่เราเห็นในปัจจุบัน ครอบทับสถูปทรงปรางค์องค์เดิมไว้อีกชั้นหนึ่ง
ดังนั้น พระปฐมเจดีย์ที่เราสักการะกันในวันนี้ จึงเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกแห่งยุครัตนโกสินทร์ ที่ห่อหุ้มประวัติศาสตร์กว่าพันปีของเจดีย์อีกสององค์ไว้ภายในอย่างสมบูรณ์
4. ชื่อ "นครปฐม" เพิ่งถือกำเนิดได้ไม่นาน
เรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดอาจเป็นความจริงที่ว่าชื่อ "นครปฐม" ที่เราคุ้นเคยกันนั้น มีอายุเพียงร้อยกว่าปีเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของดินแดนแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง ลำดับเวลาของชื่อเรียกพื้นที่บริเวณนี้เป็นดังนี้
• สมัยอยุธยา (พ.ศ. 2100): สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดให้ตั้งเมืองขึ้นใหม่ในบริเวณนี้ โดยใช้ชื่อว่า "เมืองนครไชยศรี" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานของพระเจ้าไชยสิริ ผู้เคยมาสร้างเมืองไว้ในอดีต
• สมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2374): ขณะที่รัชกาลที่ 4 ทรงผนวช ได้เสด็จธุดงค์มายังเมืองนครไชยศรี และได้พระราชทานนามให้แก่องค์เจดีย์ว่า "พระปฐมเจดีย์" เนื่องจากทรงเชื่อว่าเป็นเจดีย์แห่งแรกที่สร้างขึ้นในสยาม (เป็นการตั้งชื่อ องค์เจดีย์ ไม่ใช่ชื่อเมือง) และต่อมาได้โปรดให้สร้างพระราชวังที่ประทับพระราชทานนามว่า "วังปฐมนคร"
• สมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2444): โปรดให้ย้ายที่ทำการเมืองมายังบริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ แต่ยังคงใช้ชื่อว่า "เมืองนครไชยศรี" ตามเดิม
• สมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2456): โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองจาก "นครไชยศรี" เป็น "เมืองนครปฐม" โดยได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากชื่อ "วังปฐมนคร" ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ และต่อมาในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนสถานะเป็น "จังหวัดนครปฐม" อย่างเป็นทางการ
จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าชื่อ "จังหวัดนครปฐม" นั้นเพิ่งถูกใช้งานมาเพียงร้อยกว่าปีเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์นับพันปีของดินแดนแห่งนี้
เรื่องราวของจังหวัดนครปฐมเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ประวัติศาสตร์ไม่ใช่อนุสาวรีย์ที่หยุดนิ่ง แต่เป็นโครงสร้างมีชีวิตที่ถูกก่อร่างสร้างทับกันเป็นชั้นๆ จากมหานครการค้าทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ สู่เมืองร้างที่ถูกลืม และกลับมาเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาอีกครั้ง ประวัติศาสตร์ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในทุกชั้นของแผ่นดินและองค์เจดีย์ ชื่อที่เราเอ่ยขานกันในวันนี้จึงเป็นเพียงสีชั้นสุดท้ายที่ทาทับรากฐานอายุนับพันปี เรื่องราวนี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่า ยังมีประวัติศาสตร์อีกมากมายเพียงใดที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในสถานที่ที่เราเดินผ่านอยู่ทุกวัน
อ้างอิงจาก: ประชุมเรื่อง พญากง พญาพาน และตำนานพระปฐมเจดีย์ หมายเหตุ: รวบรวมตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระปฐมเจดีย์ คือเรื่องพญากง พญาพาน และร่องรอยความสัมพันธ์ของเมืองในอดีต, เรื่องพระปฐมเจดีย์ หมายเหตุ: เป็นหนังสือหายากที่รวบรวมประวัติความเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์ และมีการตีพิมพ์ซ้ำโดยกรมศิลปากรหลายครั้ง รวมถึงฉบับที่มีการตรวจสอบชำระใหม่ และฉบับที่รวมเรื่องการบูรณะและปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
จังหวัดเดียวที่มี คลังสินค้ายักษ์ ใหญ่ที่สุดในไทย
เมืองหลวงที่สวยที่สุดในอาเซียน
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ความชาญฉลาดในการพรางตัวของจระเข้ในธรรมชาติ
10 อาหารเสี่ยงก่อโรคร้ายแรง
หนุ่มไปทอดแหหาปลาและพบ "ทองโบราณ" ก่อนนำไปให้ช่างนะโมหลอมพิสูจน์มูลค่า
5 อันดับประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุดในโลก
“เธอเรียน” (Therian) คนที่ระบุตัวเองว่าเป็นสัตว์
หนุ่มฝรั่งเตือน! "อย่ามาเลยประเทศไทย"..พร้อมให้เหตุผลทำเอาคนไทยอึ้ง
รวมสำนักดัง "เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง" งวด 1 มีนาคม 2569
ก้าวเดียวเปลี่ยนสัญชาติ: เปิดโลกเมืองประหลาดที่พรมแดนตัดผ่านกลางบ้าน
น่ากลัวมาก! "ไข้หูดับ" บุกไทยต้นปี 69 ป่วยแล้วเกือบ 50 ราย ดับ 3... ใครชอบกิน "ของดิบ" อ่านด่วนก่อนจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย!
ก้าวเดียวเปลี่ยนสัญชาติ: เปิดโลกเมืองประหลาดที่พรมแดนตัดผ่านกลางบ้าน
ประเทศล่าสุดของโลกที่เกิดการรัฐประหารและยึดอำนาจ
5 การค้นพบที่ "สุดแปลก ทั้งน่าทึ้ง และน่าสะพรึงกลัว"
อาชีพที่ได้ค่าแรงน้อยในอเมริกาแต่ก็ยังได้มากกว่าที่ไทยอยู่ดี
ดราม่าตากล้องดักถ่ายรถเขาใหญ่: ธุรกิจสร้างสรรค์ หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล?




