หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานเรื่องเล่าของพระแสงขรรค์ชัยศรี

เขียนโดย dukedicknarak

ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งพระราชอำนาจและปัญญา

ในบรรดาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้าอันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย “พระแสงขรรค์ชัยศรี” คือสิ่งที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าศาสตราวุธใด ๆ พระแสงองค์นี้มิได้เป็นเพียงดาบสำหรับถือประกอบพระราชพิธี หากแต่เป็นตัวแทนของ “พระสติปัญญา” อันเฉียบแหลมขององค์กษัตริย์ ผู้ทรงมีหน้าที่ปกครองแผ่นดินด้วยธรรมและความรอบรู้ คำว่า “ขรรค์” ในที่นี้จึงมิได้หมายถึงอาวุธอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงดวงปัญญาที่ฟันฝ่าความมืดมนแห่งอวิชชา เพื่อให้ความสว่างนำทางประชาราษฎร์ทั้งปวง

พระแสงขรรค์ชัยศรีมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและลึกลับ ย้อนกลับไปได้ถึงยุคอาณาจักรขอมโบราณ ในช่วงที่อารยธรรมรุ่งเรืองสูงสุดระหว่างนครวัดถึงนครธม ดาบองค์นี้ถือกำเนิดขึ้นในราชสำนักแห่งนั้นและได้รับการสืบทอดเป็นสมบัติประจำราชวงศ์กษัตริย์ขอม กระทั่งได้ปรากฏชื่อในจารึกของไทยในเวลาต่อมา

หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่เอ่ยถึงพระขรรค์ชัยศรี ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกวัดศรีชุม เมืองสุโขทัย ซึ่งบันทึกเรื่องราวว่าพระเจ้าแผ่นดินแห่งนครธมได้ทรงพระราชทาน “ขรรค์ชัยศรี” ให้แก่พ่อขุนผาเมือง แห่งกรุงศรีสัชนาลัยสุโขทัย พร้อมด้วยพระธิดานามว่า “สุขรมหาเทวี” เพื่อเป็นชายา เหตุการณ์ครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระแสงขรรค์ชัยศรีเดินทางเข้าสู่แผ่นดินไทย และกลายเป็นสมบัติสำคัญของราชสำนักสุโขทัย

ต่อมาเมื่ออำนาจทางการเมืองเปลี่ยนผ่านจากสุโขทัยสู่กรุงศรีอยุธยา นักประวัติศาสตร์บางท่านได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า พ่อขุนผาเมืองผู้นี้เองก็คือ “พระเจ้าอู่ทอง” ผู้สถาปนากรุงศรีอโยธยา หรือกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมา ข้อความในพงศาวดารเหนือระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า ท้าวอู่ทองเสด็จลงมาจากเมืองสวรรคโลก แล้วตั้งราชธานีขึ้นใหม่ที่กรุงศรีอยุธยา พระแสงขรรค์ชัยศรีซึ่งเป็นสมบัติประจำองค์ จึงถูกอัญเชิญติดตามลงมาด้วย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่สืบต่อกันมาหลายรัชกาล

ตลอดยุคสมัยแห่งกรุงศรีอยุธยา พระแสงขรรค์ชัยศรีถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวัง เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพระราชอำนาจอันชอบธรรมขององค์กษัตริย์ไทย แต่เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ห้วงวิกฤติในรัชกาลของพระเจ้าเอกทัศน์ เมื่อกรุงศรีอยุธยาต้องล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2310 เครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้าก็พลัดพรากสูญหายไปพร้อมกับกองเพลิงแห่งประวัติศาสตร์ พระแสงขรรค์ชัยศรีก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตำนานเล่าว่าหลังการเสียกรุง ดาบศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ได้ตกหายลงในทะเลสาบโตนเลสาบ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา และจมอยู่ในความเงียบงันของกาลเวลานานนับสิบปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2327 ชาวประมงผู้หนึ่งได้ทอดแหในทะเลสาบ แล้วพบวัตถุโลหะโบราณงดงาม เมื่อชำระล้างคราบตะไคร่ออกก็พบว่าเป็นดาบฝักงามล้ำค่า เขาจึงนำขึ้นมามอบให้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน) เจ้าเมืองเสียมราฐในขณะนั้น

เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์เมื่อเห็นความงามและรูปแบบอันวิจิตรของพระขรรค์ ก็ทราบได้ทันทีว่านี่มิใช่ของสามัญธรรมดา หากเป็นศาสตราแห่งกษัตริย์ไทยในอดีตกาล ท่านจึงได้อัญเชิญขึ้นกรุงเทพมหานครเพื่อนำถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

เมื่อขบวนอัญเชิญพระแสงขรรค์ชัยศรีเดินทางเข้าสู่พระนคร ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ที่ยังคงเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้ ฟ้าผ่าลงในพระนครถึงเจ็ดแห่ง หนึ่งในนั้นคือประตูวิเศษไชยศรีในพระราชฐานชั้นนอก และอีกแห่งคือประตูพิมานไชยศรีในพระราชฐานชั้นกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขบวนพระแสงผ่านพอดี ผู้คนในยุคนั้นต่างเชื่อว่าเป็น “นิมิตแห่งสิริมงคล” สื่อถึงการที่พระแสงขรรค์ชัยศรีได้หวนคืนสู่ราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจากพลัดพรากไปหลายสิบปี

นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระแสงขรรค์ชัยศรีได้รับการเก็บรักษาไว้ในพระบรมมหาราชวัง และถูกอัญเชิญออกใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อแสดงถึงพระราชอำนาจ พระปรีชาญาณ และพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินไทย

พระแสงขรรค์ชัยศรีจึงมิใช่เพียงอาวุธในตำนาน หากเป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญา ความกล้าหาญ และความชอบธรรมที่สะท้อนถึงหัวใจของสถาบันกษัตริย์ไทยมาตลอดหลายศตวรรษ จากนครวัดสู่นครธม จากสุโขทัยสู่กรุงศรีอยุธยา และจากกรุงศรีอยุธยาสู่กรุงรัตนโกสินทร์ พระแสงขรรค์ชัยศรียังคงเป็นดั่งสายใยแห่งศรัทธาและประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของแผ่นดินไทยไว้อย่างงดงาม

 

ขอบคุณ ภาพและเรื่องราวจาก website เรือนไทย และ Wikipedia

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 393 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เป็ดปักกิ่ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ“ไข่หมึก” อาจไม่ใช่ไข่อย่างที่คุณคิด! |รวม 30 คำที่คนไทยมักเขียนผิด!เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงสุ่มซื้อแค่ 2 ดอลลาร์! ชาวเมือง Quincy ดวงเฮ็ง คว้าแจ็กพอต Powerball 1.04 พันล้านดอลลาร์โค้งสุดท้าย! ส่องเลขเด็ด อ.ออร่า มหารานี งวด 16 ส.ค. 69 จัดเต็มตารางทักษา-เลขธูป-หางประทัดAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย"แหลม ศรีสะเกษ" ติดเด็กดริงก์ โดนหลอกเงินหมดตัว กว่า 30 ล้าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดอกบัว…ความงามที่เติบโตจากโคลนตมเคยสงสัยไหมว่า เวลาเราลงเล่นน้ำนานๆ หรือแช่ตัวในห้องน้ำจนเพลิน พอยกมือขึ้นมาดู กลับพบว่าปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าย่นเป็นริ้วๆ เหมือนคนแก่ ทั้งที่ผิวหนังส่วนอื่นของร่างกายกลับไม่ย่นตาม?ทำไมตอนเป็นไข้... ต้องดื่มน้ำเยอะๆ?เคยสงสัยไหมว่า เสียง "ปุ๋ง!" หรือกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยมาตามลมนั้นมาจากไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่