หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

#เกร็ดความรู้: “สีไว้ทุกข์” ในอดีตไม่ได้มีแค่ขาวดำ! เปิดธรรมเนียมสมัย ร.5 ก่อนเปลี่ยนมาเป็น “ชุดดำ”

เนื้อหาโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

ในอดีตเมื่อมีการจัดงานพระบรมศพหรือพระศพของเจ้านาย สี ของเครื่องแต่งกายที่ใช้ในการไว้ทุกข์นั้นมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดมากกว่าแค่สีขาวและสีดำครับ วันนี้เราจะพาไปย้อนดูเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยอ้างอิงจากพระนิพนธ์ของ ม.จ.หญิงพูนพิศมัย ดิศกุล เพื่อเปิดเผยว่า “สีม่วงแก่” เคยมีความหมายสำคัญอย่างไรในธรรมเนียมไว้ทุกข์ของไทยครับ

ธรรมเนียมไว้ทุกข์ในอดีต: ไม่ใช่แค่สี แต่รวมถึงการ “โกนผม”

ในอดีต การไว้ทุกข์ในงานพระบรมศพหรือพระศพของสยามประเทศมีหลักปฏิบัติอยู่ 2 วิธีหลัก คือ การใช้สีของเครื่องแต่งกาย และ การโกนผม ซึ่งการโกนผมนี้ได้ถูกยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 5

ถอดรหัส 3 สีไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่ 5

ตามที่ ม.จ.หญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ได้บันทึกไว้ในพระนิพนธ์ สีไว้ทุกข์ในสมัย ร.5  แต่เดิมธรรมเนียมการใช้สีในการไว้ทุกข์มีถึง 3 สี และแต่ละสีก็มีความหมายที่แตกต่างกันตามความสัมพันธ์และสถานภาพของผู้ไว้ทุกข์กับผู้ที่จากไป:

การเปลี่ยนแปลงสู่ 'ชุดดำ'และความยืดหยุ่นในอดีต

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎเกณฑ์เรื่องอายุและญาติ แต่ก็มีความยืดหยุ่นในบางโอกาส เช่น หากผู้ตายมีความสำคัญทางจิตใจอย่างมาก ผู้ไว้ทุกข์ที่มีอายุมากกว่าก็อาจไว้ทุกข์ด้วย ชุดขาว ได้เป็นกรณีพิเศษ

ในที่สุด ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ในงานพระบรมศพของไทยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการ ยกเลิกการโกนผม ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และปรับเปลี่ยนการแต่งกายมาเน้นใช้ ชุดสีดำ เป็นหลักตามเงื่อนไขของแต่ละยุคสมัยดังเช่นในปัจจุบัน

การได้เรียนรู้เกร็ดประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า #วัฒนธรรมศึกษา เรื่องการไว้ทุกข์นั้นมีความละเอียดอ่อนและมีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย การแต่งกายด้วยสีดำหรือสีสุภาพที่เราปฏิบัติกันในปัจจุบัน จึงเป็นการสืบทอดธรรมเนียมที่ผ่านการกลั่นกรองทางประวัติศาสตร์มาแล้วนั่นเอง

#สีไว้ทุกข์ #ประวัติศาสตร์ไทย #รัชกาลที่5 #ธรรมเนียมโบราณ #วัฒนธรรมศึกษา

 

*******************

เนื้อหาโดย: แด๊ดดี้จอเเดน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: davin, projor007, kyogisa, famai, Freya Rune, goldfish13, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, แด๊ดดี้จอเเดน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกันแฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกาเปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569จังหวัดไหนในไทย มีโรงแรมมากที่สุดเปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในภายหลัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ฮิลใจ จิตวิทยา นานาสาระพัน
5 เทคนิคอุ่นเครื่อง "นอกร่มผ้า" ที่จะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นบทเพลงรักสุดประทับใจไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?เสียงสะท้อนจากความเงียบของลาในซานโตรินี: "ความอดทนไม่ใช่ความสมัครใจ"ใจปลาซิว: เมื่อวิทยาศาสตร์เฉลยความจริงเบื้องหลังสำนวนไทยที่ฝังรากลึก
ตั้งกระทู้ใหม่