รีวิวหนังดัง WONDER WOMAN 1984
ภาคต่อของฮีโร่หญิงแห่งจักรวาล DC ที่ขอเล่าเหตุการณ์ต่อจากสงครามโลก ก็คือยุค 1984 ยุคของการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสมัยใหม่และดูมีความหวังที่สุดยุคหนึ่ง ท่ามกลางปัญหาสงครามระหว่างประเทศและวิกฤติน้ำมันแพง
ผลงานการกำกับของ Patty Jenkins เช่นเดิม โดยภาคนี้จะเน้นเรื่องของอาถรรพ์แห่งความปรารถนานำมาซึ่งข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่สร้างหายนะให้กับทุกคน
เรื่องย่อ
ซิทริน หินแห่งความปรารถนาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ซึ่งนักธรณีวิทยาอย่าง Barbara ไปเจอเข้าและรู้ความลับของหินโดยบังเอิญ Barbara และ Diana ก็ทึ่ง แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ จนกระทั่ง Maxwell Lord นักต้มตุ๋นที่อ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยจะมาบริจาคเงินให้พิพิธภัณฑ์ แท้จริงแล้วจะมาเอาหินนั้นไว้ขอพรเอง เพื่อที่เขาจะได้เป็นมากกว่านักต้มตุ๋น
แต่ Maxwell Lord อธิษฐานให้เขากลายเป็นหินนั้นเสียเอง เพื่อที่ว่าใครขออะไรจากเขา เขาจะได้ผลตอบแทนจากการขอพรของคนคนนั้น ทำให้ Diana ตามหาหินนั้นไม่เจอ
Steve แฟนเก่าของ Diana ก็กลายเป็นว่าวิญญาณเขามาอยู่ในร่างชายแปลกหน้า นี่คือความปรารถนาของ Diana ว่าขอให้ Steve กลับมา ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจอธิษฐาน เธอจึงพยายามหยุดยั้งการขอพรพร่ำเพรื่อของประชาชน ไม่ให้ Maxwell Lord ทำเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
เพราะตามตำนานหินให้พรมาจากเทพเจ้าที่ชั่วร้าย ทุกครั้งที่มีการให้พร จะนำพาสู่การล่มสลายของอารยธรรมนั้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ขณะเดียวกัน Barbara ไม่ต้องการให้ Diana ทำลาย Maxwell Lord เธอจึงเข้าร่วมกับเขาเพื่อรักษาพรของเธอไว้ คือความสวย แข็งแกร่ง ดูแลตัวเองได้ดี
ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์
1.เปิดตัวกับฉากแรกอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ช่วงแรกแม้จะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แต่ครีเอเตอร์ชอบมาก มันสื่อถึงเรื่องของความซื่อสัตย์ได้เป็นอย่างดี แม้จะคดโกงอย่างไร หากทำไปแล้วไม่สำเร็จก็ไม่มีประโยชน์อันใด
2.แต่พอเข้าเรื่องหลักในปี 1984 กลับเดินเรื่องช้า อืดอาดพอสมควร ข้อดีของประเด็นก็คือมันสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของผู้หญิงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Dr.Barbara Minerva ที่จากเดิมเป็นหญิงเฉิ่มที่ผู้ชายเมิน กลายเป็นสาวมั่นที่ทุกคนชายตามอง มันมีพัฒนาการของชีวิตที่เห็นได้ชัดที่คนเป็นผู้หญิงด้วยกันจะรู้สึกได้ และนี่คือสิ่งที่ผู้กำกับถนัด
3.ฉาก Action ก็ทำได้ดี แต่น้อยไปหน่อย ไม่สาแก่ใจเท่าไหร่นัก บางฉากก็ดูแปลกๆอย่างการที่ Dianaไปไคโร หลังจากลงจากรถวิ่งตามขบวนรถทหาร ชุดก็เปลี่ยนฉับพลันทันทีราวกับหนังตลกอินเดียก็ไม่ปาน รวมถึงการดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าด้วยก็ยิ่งไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่
4.ข้อดีอีกอย่างของเรื่องคือความตลกแบบไม่ได้ตั้งใจ มันก็เหมือนหนังเทวดาให้พรหลายเรื่องที่ผ่านมา ถือเป็น Comedy ที่มีเหตุผลที่เว่อร์พอสมควร แต่ก็รับได้ แน่นอนว่าบทเรียนนี้สื่อถึงทุกการให้พรมีข้อแลกเปลี่ยน เมื่อได้พรมา ย่อมต้องเสียบางอย่างที่มีค่าในชีวิตไป (แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นก็ตาม เช่น คนรัก คนใกล้ชิด)
5.Final Battle ภาคนี้เราจะได้เห็น Wonder Woman ในชุดใหม่อย่างเสื้อเกราะทองที่ถือว่าเป็น Highlight สำคัญของเรื่องด้วย ถือว่าพยายามใส่ความแปลกใหม่เข้ามา
6.โดยภาพรวมในภาคนี้พยายามสื่อถึงความโลภไม่สิ้นสุดของมนุษย์ โดยไม่ได้ไปถึงว่าเทพเจ้าตนใดบันดาลหินวิเศษที่ว่า ดังนั้น มันจึงเป็นแค่การต่อสู้กับตัวแทนความโลภ และ Diana ต้องเสียสละสิ่งที่ตนปรารถนาที่สุดเพื่อไม่ให้สังคมต้องวิบัติ มันจึงขาดความมันของการห้ำหั่นไปเยอะเลย หนังมีความสนุกในตัวมันเอง แต่มีข้อเสียอยู่พอสมควร
7.Hans Zimmer มอบพลังดนตรีประกอบภาพยนตร์ได้อย่างน่าประทับใจ เพลงที่ชอบและอยากแนะนำคือ Themyscira, Games, Open Road
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
อยากมีอาชีพเสริม เริ่มจากอะไรดีถ้ามีเวลาว่างวันละไม่กี่ชั่วโมง?
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
นาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลา
5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก ปี 2026
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"







