ทนายนิด้า โพสแนะถึงประเด็น “หมอดูฉ้อโกง” พิธีกรควรโดนโทษในฐานะ “ผู้สนับสนุนฐานฉ้อโกง”
จากประเด็นสังคมที่ผู้คนให้ความสนใจเกี่ยวกับข้องกับ “หมอดูชื่อดัง” เป็นเพื่อนสนิทกับพิธีกรอย่าง มดดำ คชาภา ที่ถูกผู้เสียจำนวนหลายราย ออกมาร้องเรียนว่าถูกหลอกลวงจนเสียหายหลายล้านบาท และคนดังหลายรายรวมถึงพิธีการดังเองก้ต้องออกมาฟ้องดำเนินคดีหมอดูท่านนี้ ในกรณีที่นำชื่อไปแอบอ้าง ทำให้เสียชื่อเสียง
ล่าสุด “ทนายนิด้า” ศรันยา หวังสุขเจริญ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงประเด็นนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างเฟสบุ๊คโดยตั้งคำถามถึงบทบาทของพิธีกรและรายการที่เกี่ยวข้อง โดยระบุข้อความว่า
“เรื่องหมอดู ถ้าคือการฉ้อโกง หมอดูก็คือตัวการ พิธีกรรายการต่างๆ ก็ควรจะรับบทเป็นผู้สนับสนุนฐานฉ้อโกงด้วย กฎหมายอาญายังมีผู้กระทำความผิดในส่วนนี้ค่ะ ไม่ใช่ว่าโดนกระแสตีแล้วจะรับบทเป็นผู้เสียหายเสียทั้งหมด มันไม่แฟร์!!”
การแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นถึงข้อกฎหมายอาญาที่อาจเกี่ยวพันกับผู้ที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด และตั้งข้อสังเกตว่า พิธีกรหรือรายการที่ให้พื้นที่แก่หมอดูรายนี้ อาจมิได้อยู่ในสถานะ “ผู้เสียหาย” เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมใต้โพสต์อย่างต่อเนื่อง โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการสอบสวนไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยว่า “ไหนๆ ตำรวจจะทำแล้วก็ควรต้องทำให้ถึง ม้ายังมีตั้งหลายสีเลย” และ “โปรดิวเซอร์เอย เจ้าของรายการเอย เจ้าของช่องเอย” ซึ่งเรียกเสียงสนับสนุนจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมากที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
ซึ่งจากประเด็นกระเเสร้อนนี้ทำให้ผู้เขียนมีเห็นว่า บทหน้าที่สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่
- การคัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นผู้คัดกรองเนื้อหาที่จะสื่อสารไปยังประชาชน
- คนทำสื่อต้องสามารถยกระดับเนื้อหาของข่าว เพื่อนำเสนออย่างเจาะลึกและมีชั้นเชิง
- มีการส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณในทุกระดับโครงสร้างทางสังคม
- ส่งเสริมเกียรติภูมิของวิชาชีพ ทำให้ทุกคนตระหนักถึงความมีอิสระและเสรีภาพของสื่อที่ต้องตั้งมั่นอยู่ในศรัทธาของประชาชน
ถือเป็นความท้าทายของคนทุกคนในองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่จะต้องตระหนักและช่วยกันนำพาสื่อมวลชนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยหลักการที่ว่าสื่อต้องไม่เพียงสะท้อนสังคมแต่ยังต้องสร้างสรรค์สังคมด้วยสิ่งที่ดีงาม ยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพให้มีคุณค่าและมีศรัทธา การรักษาและสร้างมาตรฐานทางวิชาชีพเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ด้วย “เทคโนโลยี” แต่คนจะมาเป็นสื่อได้ต้องมีกระบวนการคัดสรรคนมาเป็นสื่อด้วย “อุดมการณ์”คนที่จะเป็นสื่อได้ต้องมีหัวใจของอาชีพสื่อที่แยกแยะสิ่งดีงามออกจากสิ่งชั่วร้ายได้ เพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมาและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำหน้าที่ โดยไม่ต้องกระโจนลงมาทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนเสียเอง
อย่างไรก็ตามหากในกรณีดังกล่าวเราคงต้องกลับมาทบทวนกันอีกครั้งว่า บทหน้าที่ของสื่อมวลชนนั้นเป็นอย่างไร เเละเราควรต้องรู้เท่าทันสื่อเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งต้องนี้อาจจะต้องเป็นเรื่องที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจจะต้องนำกลับไปเป็นกรณีศึกษาต่อไป
โพสท์โดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
ทำไมกระจกประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้าถึงโค้งเข้าไปข้างใน? มันไม่ได้มีไว้แค่ให้มองเห็นผ้า
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
ทำไมฉี่เสือถึงกลิ่นเหมือนป๊อปคอร์นเนย?
ถอดรหัสความลับใบชา ชาเขียว ชาดำ ชาอูหลง แท้จริงมาจากต้นเดียวกัน
ใต้ผืนน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ซ่อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน

