“อีคิดนา” (Echidna) : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วางไข่
นอกจากตัวตุ่นปากเป็ดที่เราทราบๆกันดีว่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและออกลูกเป็นไข่แล้ว ยังมีตัว “อีคิดนา” (Echidna) หรือที่รู้จักกันในนาม “ตัวกินมดหนาม”
อีคิดนา (Echidna) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ ตัวกินมดหนาม (Spiky Anteater) เป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นของออสเตรเลีย พบในนิวกินีและออสเตรเลีย นอกจากตุ่นปากเป็ดแล้วมีเพียงอีคิดนาเท่านั้น ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกเป็นไข่ในอันดับโมโนทรีมาตา (Monotremata) ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ จึงเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงสองชนิดเท่านั้นที่ออกลูกเป็นไข่
“อีคิดนา” (Echidna) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่แปลกและน่าสนใจมากชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายเม่นและตัวตุ่น แต่มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร โดยอีคิดนาเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงสองชนิดในโลก (อีกชนิดหนึ่งคือตุ่นปากเป็ด) ที่ออกลูกเป็นไข่ มีขนหยาบและขนหนามปกคลุมทั่วลำตัว ใช้สำหรับป้องกันตัวจากผู้ล่า เมื่อรู้สึกถึงภัยคุกคามจะม้วนตัวเป็นก้อนกลมเหมือนเม่น มีจะงอยปากยาวเรียว ใช้สำหรับค้นหาอาหารในพื้นดินหรือซอกหิน มีลิ้นที่ยาวมากและเหนียวเพื่อใช้จับแมลงและปลวกซึ่งเป็นอาหารหลัก แม้จะเดินช้าและงุ่มง่าม แต่ก็สามารถขุดดินได้อย่างคล่องแคล่ว และว่ายน้ำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ อาหารหลักของอีคิดนาคือแมลงและปลวก โดยจะใช้จมูกยาวๆ และลิ้นเหนียวๆ ค่อยๆ ชอนไชไปตามพื้นดินเพื่อหาอาหาร
อีคิดนาเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามลำพัง ยกเว้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์ มีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป และมีกลไกการระบายความร้อนที่พิเศษ เช่น การเล่นน้ำลายเพื่อลดความร้อนในร่างกาย
ในฤดูผสมพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ตัวเมียจะออกไข่เพียง 1 ฟอง และนำไปฟักในถุงหน้าท้อง (pouch) คล้ายกับจิงโจ้ เมื่อลูกอีคิดนาฟักออกมาก็จะอยู่ในถุงหน้าท้องจนกว่าจะโตพอที่จะออกมาใช้ชีวิตเองได้
อย่างไรก็ตาม อีคิดนาคือสัตว์ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างสัตว์หลายชนิด ทั้งเม่น ตัวตุ่น และตัวกินมด แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นเอกลักษณ์และน่าทึ่งที่สุดคือการเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ยังคงออกลูกเป็นไข่ ซึ่งเป็นร่องรอยของวิวัฒนาการที่ทำให้มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ อีคิดนาเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่งผลให้สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเมินสถานะการอนุรักษ์ของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ โดยมีเป้าหมายเฉพาะเพื่อระบุชนิดพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในบัญชีแดงของ IUCN Red List of Threatened Species (IUCN) จัดประเภทดังนี้
อีคิดนาปากสั้นTachyglossus aculeatusให้เป็นชนิดพันธุ์ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด บนเกาะนิวกินี
อีคิดนาปากยาวหลายสายพันธุ์กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการสูญเสียและการแตกกระจายของถิ่นที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าอีกด้วย
ตัวตุ่นปากยาวของเซอร์เดวิด(Zaglossus attenboroughi)กำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งขนาดของพวกมันน้อยกว่า 8 ตารางไมล์ (20 ตารางกิโลเมตร) และจำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลง อันที่จริงแล้ว สายพันธุ์นี้อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว
อีคิดนาปากยาวตะวันตกZ. bruijniiอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งและจำนวนประชากรก็กำลังลดลง
อีคิดนาปากยาวตะวันออกZ. bartoniได้รับการยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แม้ว่าจะมีการประเมินว่ามีจำนวนตัวเต็มวัยมากถึง 10,000 ตัว แต่จำนวนประชากรก็กำลังลดลง และอีคิดนาชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้วในบางพื้นที่ของถิ่นกำเนิดเดิม
***********
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
รถคอกหมูรถที่กำลังสูญหายจากประเทศไทย
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลก
4 เมนูอาหารที่หายไปจากไทย
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด





