รีวิว King Arthur : Legend of the Sword คิง อาเธอร์ ตำนานแห่งดาบราชันย์
ตำนานกษัตริย์โต๊ะกลมสุดเกรียน ภายใต้การกำกับของ Guy Ritchie นับว่ามาแนวแปลก แต่ก็ยิ่งใหญ่ในแบบทีเล่นทีจริง โดยได้พระเอกอย่าง Charlie Hunnam นำแสดง
เมื่อพระบิดา Uther ถูกโค่นล้มบัลลังก์ด้วยน้ำมือน้องชายของตัวเองอย่าง Vortigern บวกกับศาสตร์มนต์ดำด้วยการสังเวยเมียตัวเอง ด้วยพิธีบูชายัญเสียของรักเพื่อแลกกับบัลลังก์ที่ตัวเองปรารถนา การล้มล้างบัลลังก์ที่พยายามมาอย่างยาวนานจึงสำเร็จ
Vortigern ขึ้นเป็นใหญ่นับแต่นั้น ส่วน Arthur บุตรแห่ง Uther ถูกลอยน้ำรอดตายจากเงื้อมมือ Vortigern อย่างปาฏิหาริย์ โดย Arthur ได้รับการเลี้ยงดูจากหญิงโสเภณีคนหนึ่ง เติบโตในสลัม สู้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน
เรื่องย่อ
Arthur เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏต่อต้าน Vortigern ซึ่งคนพวกนี้คือคนจงรักภักดีพ่อของเขา แต่เขาไม่รู้ว่าตนคือสายเลือดรัชทายาทที่แท้จริง เขาฝึกฝนตนเองในฐานะนักสู้ข้างถนนจนฉายแววที่จะรับงานใหญ่
Arthur ได้มีโอกาสยกดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ออกจากหินได้สำเร็จ นั่นทำให้ Vortigern อยากประการทายาทสายตรง หลานแท้ๆของเขาเอง แต่กลุ่มกบฏหาทางช่วย Arthur ไว้ได้
กลุ่มกบฏมีสมาชิกหลายคนทั้ง Bedivere, Bill, Percival, Rubio และแม่มดอย่าง The Mage พวกเขาเห็นว่า Arthur ต่อต้านดาบ เพราะฝันร้ายถึงคืนที่พ่อเขสถูกฆ่าตาย ทางแก้คือต้องให้ Arthur เข้าไปยัง Darkland เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวตน แต่เขายังฝันร้ายในคืนที่พ่อแม่ถูกฆ่า ทุกครั้งที่จับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์สองมือ เขาจึงใช้พลังเต็มศักยภาพไม่ได้
แต่ถ้าหากเขาทำได้ อดทนใจสู้ ไม่หนีความจริงอีกต่อไป เขาจึงจะต่อกรกับ Vortigern ล้างแค้นให้พ่อแม่ ยกสถานะตนขึ้นเป็นกษัตริย์ได้
ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์
1.หนังถ่ายทอดแบบเล่าย้อนกลับเป็นระยะๆ แทนที่จะดำเนินเรื่องไปข้างหน้าตามปกติ ระหว่างที่พูดคุยมักมีการตัดสลับภาพถึงช่วงลงมือ เป็นแบบนี้หลายฉาก แทนที่จะทำให้ไม่เบื่อ มีอะไรให้ติดตาม มันกลับทำให้สับสนอยู่ในที และเสียอรรถรสไปพอสมควร ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก
2.มุมกล้องและการเลือกใช้ภาพตัดต่อ มันเป็นไปตามสไตล์ของ Guy Ritchie ครีเอเตอร์ทั้งชอบและเกลียดอยู่ในที มันอาจเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกและไม่เหมือนใคร สื่อถึงความพิศวงที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวละครได้ดี แต่ทำให้ฉากต่อสู้อ่อนลงไปอย่างน่าเสียดาย (อีกแล้ว)
3.เนื้อเรื่องไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก ออกจะธรรมดาด้วยซ้ำ แต่ความยิ่งใหญ่อลังการกลับสร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี ขนลุกตั้งแต่เห็นในตัวอย่างภาพยนตร์จนรู้สึกคาดหวังจากหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมากว่ามันต้องมีอะไรที่สนุกมากกว่านี้
4.ข้อดีอย่างหนึ่งของ King Arthur เวอร์ชันนี้คือทำให้บริบทของสถานการณ์ไม่เครียดเกินไป ออกจะเบาสมองด้วยซ้ำ และชวนขบขันอย่างมีเหตุผล ด้วยน้ำหนักการเล่นมุกที่เหมาะสม ถูกจังหวะ ทำให้หนังไม่น่ารำคาญ เป็นอีกจุดแข็งของผู้กำกับเช่นกัน
5.Daniel Pemberton ให้บทเพลง Soundtrack ประกอบภาพยนตร์ได้ถูกจังหวะและรู้สึกชอบมากๆ โดยเฉพาะ Run in a Londinium
6.ฉากที่ชอบที่สุดคือฉากลอบสังหารกษัตริย์ Vortigern ให้ความรู้สึกระห่ำแบบไม่มีอะไรจะเสีย ถ้าหนังรักษาระดับความน่าสนใจแบบนี้ได้ตลอดทั้งเรื่องจะดีมาก
7.การดวลดาบเหมือนการ์ตูนมากไป ตัดภาพหมุนเป็นวงกลมดูแล้วเวียนหัว ไม่มันส์ ฉาบจบก็ง่ายดายไปหน่อย บุกเข้าปราสาทท้าดวลตรงๆ หนังเสียเวลาไปกับพระเอกที่ต้องสู้กับฝันร้ายในคืนที่พ่อแม่ถูกฆ่า ก่อนจะจับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์สองมือแล้วใช้พลังจากดาบต่อกรกับพลังเวทย์ เวรกรรมจริงๆที่หนังมีองค์ประกอบสนุกๆมากมาย แต่กลับใช้ไม่เป็น กลายเป็นความอึดอัดน่าเบื่อแบบไม่ได้ตั้งใจ
__________
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
สกัดทุจริตคาคูหาพะเยา! รวบ กปน. ฉีกบัตรสวมสิทธิ์รับเงินพรรคการเมือง ประธานหน่วยตาไวรวบตัวก่อนหย่อนลงหีบ
ด่วน! เมืองน่านสั่งหยุดนับคะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขต 1 หลังพบบัตรมีปัญหาจนวินิจฉัยไม่ได้ ลุ้น กกต. ชี้ขาดจัดเลือกตั้งใหม่
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
นกที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในภายหลัง
"Connor Storrie" สลัดผ้าโชว์หุ่นพระเจ้าสร้าง ขึ้นปกนิตยสารดัง
น้ำตาหลั่งริน!รศ.112 สมุทรปราการด่านสุดท้าย. มหามงคลฟิล์มมูฟวี่ทาวน์เปิดจดหมายเหตุสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เปิดโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการแสดงสอนโดยบดินทร์ ดุ๊ก
การกลับมาของ "คาวาคิตะ ไซกะ" เมื่อชื่อเดิมที่คุ้นเคยขลังกว่าชื่อใหม่
รอชม!! Netflix Thailand ประกาศทำ สารคดี "คดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืม" (Missing: The Chompoo Case)




