เรื่องจริงสุดสะเทือนใจ ผู้หญิงที่รอดชีวิตหลังตึกถล่ม ไม่ได้จบแค่วันนั้น
วันนี้ผมอยากจะมาเล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพของเธอผ่านตามาแล้ว แต่ไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยหน้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันวันนั้น ชีวิตเธอต้องเดินต่อไปอย่างยากลำบากขนาดไหน
เธอชื่อว่า มาร์ซี บอร์เดอร์ส (Marcy Borders) …ผู้หญิงธรรมดาอายุแค่ 28 ปี ที่ทำงานอยู่ในธนาคารแห่งอเมริกา สาขาตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ชั้น 81 วันนั้นคือ 11 กันยายน 2001 วันที่โลกทั้งโลกไม่มีวันลืม
นาทีแห่งความตายที่แทบไม่รอด
มาร์ซีไปทำงานสายกว่าปกติหน่อย พอเข้าตึกไปได้ไม่ทันไร เธอก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการที่เครื่องบินชนตึก เสียงโครมครามพร้อมเก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงานร่วงหล่นลงมา
ตอนแรกทุกคนยังคิดว่าเป็นเครื่องบินเล็กตกใส่ แต่ความจริงคือเครื่องบินโดยสารเต็มลำที่พุ่งชนเต็มแรง
มาร์ซีไม่รอช้า เธอรีบตัดสินใจวิ่งลงบันไดหนีเอาชีวิตรอด ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะลงไปได้ แต่ทันใดนั้นเครื่องบินอีกลำก็พุ่งชนตึกอีกฝั่ง ทุกอย่างรอบตัวเธอพังทลาย… ฝุ่น เศษปูน เสียงกรีดร้องดังระงม
เธอล้มลง หายใจไม่ออก มองไม่เห็นทางรอดแล้ว แต่โชคชะตายังไม่โหดร้ายที่สุด เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งยื่นมือมาดึงเธอออกจากกองฝุ่น แล้วลากเข้าไปในล็อบบี้ของอาคารใกล้ ๆ นั่นเองที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
ภาพของมาร์ซีที่เต็มไปด้วยฝุ่นสีเทา ถูกช่างภาพถ่ายเอาไว้ และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโศกนาฏกรรม 9/11
รอดชีวิต… แต่ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิม
การรอดจากตึกที่ถล่มไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม มาร์ซีต้องเจอกับบาดแผลที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
-
เธอเริ่มกลัวตึกสูง แค่เงยหน้ามองก็ตัวสั่น
-
เสียงเครื่องบินทำให้เธอตื่นตระหนก
-
เวลาต้องอยู่ในที่คนเยอะ ๆ ก็หายใจไม่ออก
เธอตกอยู่ในภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) แบบเต็ม ๆ … และเพราะไม่รู้จะพึ่งใคร เธอหันไปหายาเสพติดและแอลกอฮอล์แทน ชีวิตที่เคยมีงานมั่นคงก็พังลงแทบหมดสิ้น
ตลอดเกือบสิบปีหลังเหตุการณ์นั้น มาร์ซีแทบไม่ได้ทำงานเลย และยอมรับเองว่าเธอรู้สึกตัวเอง “ไร้ค่า” ถึงขั้นไม่อยากอยู่ต่อแล้ว
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
จนกระทั่งในปี 2011 มาร์ซีตัดสินใจเข้ารับการบำบัด เธอเลิกเหล้า เลิกยาเสพติดทีละนิด ๆ และเริ่มได้สิทธิ์เลี้ยงลูกคืนมา
ที่สำคัญ เมื่อมีข่าวว่าโอซามา บิน ลาเดน ถูกสังหาร มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกปิดฉากฝันร้ายลงไปส่วนหนึ่ง เธอเริ่มเชื่อว่าตัวเองจะก้าวผ่านมันได้จริง ๆ
หลายคนคิดว่ามาร์ซีคงจะมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ในชีวิตแล้ว
แต่โชคชะตาก็เล่นตลก
เหมือนทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น แต่แล้วหมอก็วินิจฉัยว่าเธอเป็น มะเร็งกระเพาะอาหาร โรคร้ายที่เธอไม่เคยมีประวัติในครอบครัวมาก่อน
มาร์ซีถึงกับพูดว่า
“สิ่งที่ฉันเจอในวันที่ 11 กันยายน มันไปกระตุ้นอะไรในร่างกายฉันรึเปล่า?”
เธอเชื่อว่าฝุ่นและสารพิษที่สูดเข้าไปวันนั้นอาจเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เธอล้มป่วยในภายหลัง
สุดท้าย มาร์ซี บอร์เดอร์ส ก็จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2015 ตอนอายุเพียง 42 ปี ทิ้งไว้เพียงภาพถ่ายที่กลายเป็นสัญลักษณ์ และเรื่องราวชีวิตที่ทั้งน่าสงสารและน่านับถือในเวลาเดียวกัน
เรื่องนี้สอนอะไรเรา
เรื่องของมาร์ซีทำให้เห็นชัดเลยว่า “การรอดชีวิต” มันไม่ใช่จุดจบของความทุกข์เสมอไป บางครั้งคนที่รอดต้องเผชิญกับบาดแผลที่คนอื่นมองไม่เห็น และต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเยียวยา
มันยังสะท้อนให้เราเห็นด้วยว่า เหตุการณ์ระดับโลกไม่ได้มีผลเฉพาะกับประเทศหรือการเมือง แต่มันส่งผลถึง “ชีวิตคนธรรมดา” คนหนึ่งแบบลึกซึ้งจริง ๆ
สำหรับผม มาร์ซีคือ “ผู้รอด” ที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะเธอเอาชีวิตรอดออกจากตึกได้ แต่เพราะเธอสู้กับปีศาจในใจตัวเองมาตลอดเกือบ 14 ปี แม้ว่าสุดท้ายโรคภัยจะพรากเธอไป แต่เธอก็ทิ้งแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า การลุกขึ้นสู้แม้ในวันที่มืดมนที่สุดก็มีค่าเสมอ
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ เวลาเราเจอเรื่องที่หนักเกินจะรับไหว เราเลือกจะ “หนี” หรือ “ลุกขึ้นสู้” แบบมาร์ซีกันบ้าง
ผักผลไม้ดองยังมีประโยชน์ไหม รู้ให้ชัดก่อนกินเพลิน
NVIDIA Control Panel ปลดระวางแล้ว คนใช้ GeForce ต้องรู้อะไรหลังย้ายไป NVIDIA app
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เพิ่งรู้ว่า รถใช้น้ำมันคันแรกของโลก หน้าตาเหมือนรถซาเล้งสามล้อ แถมเมียต้องแอบขโมยไปขับ!
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
เพิ่งรู้ว่า Google เกือบไม่ได้ใช้ชื่อนี้! ย้อนดูชื่อแรกสุดที่ฟังดูไม่เหมือนเสิร์ชเอนจินระดับโลก
แกะรอย 6 เรื่องเล่า “อาถรรพ์ป่าปิด” ที่เทคโนโลยีก็ยังเอาชนะไม่ได้
เลขเด็ด "พญาบึ้งดำ"วันที่ 16 มิถุนายน 2569
ทองขึ้นลงแรง ก่อนซื้อทอง 1 บาทต้องดูอะไรให้คุ้มกว่าราคาขายออก
ความวิจิตรเหนือกาลเวลา: ถอดรหัส "Thai Tiara" มงกุฎแห่งอัตลักษณ์ไทยโดยเมซงฝรั่งเศส
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
แท้จริงแล้วมันไม่ใช่พยาธิ

