มาทำความรู้จัก “อาซาทู”(Asatru) ความเชื่อแบบดั้งเดิมของชาวนอร์
จากการที่ผู้เขียนได้เดินทางไปท่องเที่ยวและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวีเดนในระยะเวลาหนึ่ง โดยก่อนหน้านั้น ผู้เขียนได้ทำการศึกษาอักษรรูน จากเพื่อนชาวต่างชาติ เป็นชาวไอซ์แลนด์ เขาเป็นนักพยากรณ์ด้วยอักษรรูน การพยากรณ์จากกากชา และศาสตร์ต่างๆที่ โอ้ว เราเจอเฮอร์ไมโอนี่ใช่ไหม เพราะเธอเป็นสาวผมดำคลับ ยาวถึงกลางหลัง อืมเหมือนตัวผู้เขียนเลยที่ไม่นิยมการตัดผม เธอเคยเล่าเรื่องเพแกน อาซาทูให้ฟัง บอกว่าครอบครัวของเธอนับถือกันมาช้านานแล้ว จึงเป็นที่มาของการศึกษาเรื่องราวของความเชื่อนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องตำนานเทพเจ้าต่างๆ ประกอบกับการได้เดินทางไปอยู่ในดินแดนชาวนอร์เอง ทำได้รับกลิ่นไอวัฒนธรรมเหล่านี้ เพราะผู้เขียนเองชอบพูดคุยกับคนท้องถิ่น และด้วยความโชคดีได้เจอเพื่อนสาวผู้หนึ่งในผับที่เออราบูล เธอเป็นเพแกน และได้ติดต่อแลก what app กันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนรู้ความเชื่อ วัฒนธรรม ต่างๆ เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบของผู้เขียนเป็นอย่างมาก วันนี้จึงเล่าถึงความเชื่อแบบดั้งเดิมของชาวนอร์ นั่นคือ ศาสนาอาซาทู
อาซาทรู (Ásatrú) เป็นศาสนาสมัยใหม่ที่ฟื้นฟูความเชื่อในเทพเจ้าและวิญญาณของชาวไวกิ้งและชาวนอร์สโบราณ มีต้นกำเนิดจากศตวรรษที่ 19 ในยุโรปเหนือและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในไอซ์แลนด์ในปี 1970 โดยองค์กร Ásatrúarfélagið ผู้ที่นับถืออาซาทรูเรียกว่า Ásatrúar หรือ Heathen ผู้ที่ปฏิบัติศาสนานี้ให้ความเคารพต่อธรรมชาติและพลังในธรรมชาติ โดยมีคัมภีร์หลักคือบทกวี Sagas และ Eddas
ศาสนาอาซาทู (Asatru) จัดอยู่ในประเภท “พหุเทวนิยม” (Polytheism) ศาสนาพหุเทวนิยม (polytheism) ซึ่งนับถือเทพเจ้าหลายองค์ อยู่หลายศาสนา เฉกเช่น อียิปต์โบราณ, กรีก, นอร์ส, หรือมายา ที่บูชาเทพเจ้าและเทพธิดาในตำนานนอร์ คำว่า "อาซาทรู" มีความหมายว่า "ความเชื่อในอาซีร์" ซึ่งเป็นกลุ่มเทพเจ้าหลักในตำนานนอร์ อาทิเช่น เทพโอดิน เทพเจ้าแห่งปัญญา (ผู้คิดค้นตัวอักษรรูนอันศักดิ์สิทธิ) เทพีเฟรยา(Freya) เทพีแห่งความรัก เทพเฟรด์ เทพเจ้าแห่งสงคราม (น้องฝาแฝดของเทพีเฟย่า) เทพธอร์(Thor) เทพแห่งพละกำลังและสายฟ้า
หลักความเชื่อของศาสนาอาซาทรู ถือเป็นศาสนาที่มีความเก่าแก่นั้น ไม่มีบัญญัติในเรื่องของการสวดอ้อนวอนพระเจ้า ดังนั้น การกล่าวถึงสรรเสริญ หรือเล่าความเกี่ยวกับเทพเจ้านอร์ จึงเกิดขึ้นในรูปแบบที่เรียกว่าบทกวี หรือเอ็ดดา (Eddas) โดยพื้นฐานของศาสนาอาซาทรู ก็ไม่มีหลักปฏิบัติให้ยึดถือหรือกฎข้อบังคับใดตายตัว ส่วนมากจะอ้างถึงการดำเนินชีวิตโดยหลักขันติธรรม การดำเนินชีวิตด้วยสันติภาพและความเคารพ มุ่งเน้นให้ผู้คนใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของตนเอง เพื่อจัดการห้วงต่าง ๆ ของชีวิต และมีจุดมุ่งหมายในบั้นปลายว่าจะเป็นแบบไหน เน้นความเชื่อมโยงต่อทุกสรรพสิ่ง และเคารพต่อธรรมชาติ เป็นศาสนาที่เปิดกว้างและไม่มีข้อจำกัดแม้เรื่องเพศสภาพ และผู้ที่ศรัทธาในศาสนาอาซาทรู จะถูกเรียกขานว่า เพแกน (Pagan) เป็นคนนอกรีต นอกศาสนา
พิธีกรรมในลัทธิศาสนาอาซาทรู ส่วนใหญ่เป็นพิธีสำหรับจัดกลางแจ้ง โดยศูนย์กลางของสถานที่ประกอบพิธีกรรมนั้นคือ ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นโอ๊ค หรือต้นไม้จำพวกมะกอก (Ash) ต้นยิว (Yew) และก้อนหินขนาดใหญ่สำหรับเป็นแท่นบูชา เนื่องจากชาวนอร์ สมัยโบราณที่อยู่รวมกันเป็นเผ่าเล็กๆ มักจะคัดเลือกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไว้สำหรับประกอบพิธีเช่นนี้เป็นประจำ โดยดูจากลักษณะและความสมบูรณ์ของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งในที่นี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทน พฤกษาโลก หรือ อี๊กก์ดราซีล (Yggdrasil) ที่เป็นแกนกลางของโลก
ตามคติของชาวนอร์ส การประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของพวกนอร์ มักมีเวทมนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เวทมนต์และมายาศาสตร์ของชาวนอร์มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
รูนส์ (Runes) เป็นอักษรที่ทำการสื่อสารกับเทพพยากรณ์ การเสี่ยงทาย การพยากรณ์ การร่ายเวทมนต์คาถา การปลุกเสกสิ่งต่างๆ และมีความการใช้ในพิธีกรรมของกัลเดอร์ และซีเธอร์
กัลเดอร์ (Galdr) เป็นการใช้เวทมนต์คาถาซึ่งมักอยู่ในรูปของโศลกหรือบทกวี รวมทั้งเพลงขับร้อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของพิธีปฏิบัติบูชาในเทศกาลต่างๆ
ซีเธอร์ (Seidhr) ใช้ปลุกเสกอาวุธ เครื่องราง และเรือรบ เพื่อให้มีพละกำลัง ความกล้าหาญความคงทนต่อศาสตราวุธ ชัยชนะ และสุขภาพที่ดี
โดยในศาสตร์ทั้งสามนี้ ผู้ที่ใช้รูนส์และกัลเดอร์ จะนับถือจอมเทพโอดินเป็นบรมครู ส่วนผู้ใช้ซีเธอร์ จะนับถือมหาเทวีเฟรยาเป็นบรมครูครับ
เรื่องราวของอักษรรูนนั้นถูกค้นการจารึกอักษรรูนตั้งแต่ ช่วงศตวรรษที่ 4-5 ซึ่ง สันนิษฐานได้ว่า อักษรรูนนั้นอาจจะถือกำเนิดก่อนคริสตกาล และด้วยหลักฐานการแกะสลักบนอาวุธ แผ่นหิน กระดูกสัตว์ แผ่นไม้ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้โบราณต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น หินรูนจากยุคไวกิ้งจากอัปแลนด์ ประเทศสวีเดน ตัวอย่างนี้เป็นรูปสัตว์ริบบิ้นแบบ Urnes โดยรูนแกะสลักไว้ภายในขดของหิน
ส่วนมูลเหตุที่ศาสนาอาซาทู และศาสตร์อักษรรูนได้สูญหายไปช่วงเวลาหนึ่ง เพราะในยุคล่าพ่อมดแม่มด ในค.ศ.14-17 เชื่อกันว่า อักษรรูนมีความเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ ถูกกวาดล้างในยุคล่าพ่อมดแม่มด หากผู้ใดที่ใช้จารึก เขียน อักษรรูน ทำกัลเดอร์ หรือซีเธอร์จะถูกตีความไปว่าเป็นพวกผู้วิเศษ หรือพ่อมด แม่มด หมอผี พวกเล่นไสยศาสตร์มนตร์ดำ จะต้องถูกลงโทษด้วยการเผาทั้งเป็น ส่งผลให้อักษรรูนนั้นเลือนหายไปกับศาสนาอาซาทรูที่ได้ตายไปแล้วในยุคนั้น จนกระทั่งต่อมา เมื่อคริสตจักรเปิดกว้างมากพอ และการปิดกั้นที่ลดน้อยลง กลุ่มคนที่สนใจศึกษาจึงรื้อฟื้นอักษรรูนกันขึ้นมาอีกครั้งและกลายเป็นความนิยมของผู้ศรัทธามาพร้อมกับความเชื่อในอาซาทู
***********
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ปลาสิงโตจากตัวรุกรานทะเล สู่เมนูที่ช่วยลดแรงกดต่อปะการัง
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
เทศกาลที่มีสถิติผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในโลก
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ฮ่องกงเริ่มปรับบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ นักท่องเที่ยวต้องรู้
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
ส้มแขก สมุนไพรใต้รสเปรี้ยวกับ HCA ที่ควรรู้ก่อนกินดูแลรูปร่าง
อิหร่านขู่ใช้อาวุธใหม่ หลังทรัมป์ปัดข้อเสนอฮอร์มุซ
ฟินแลนด์ถึงญี่ปุ่น ทำไมวัฒนธรรมกินจืดถูกโยงกับสุขภาพ
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
อิหร่านขู่ใช้อาวุธใหม่ หลังทรัมป์ปัดข้อเสนอฮอร์มุซ
เงินเดือนครูกับพนักงาน อบต. ต่างกันแค่ไหน งานไหนมั่นคงกว่าระยะยาว






