ไปมาเเล้วเลยเก็บมาเล่า : วาซ่า เรือรบเเห่งตำนาน
ผู้เขียนบทความนี้ เป็นผู้ที่ชื่นชอบสายน้ำ ท้องทะเล และเรือ เมื่อปี 2567 ผู้เขียนเองได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศสวีเดน ตามคำเชื้อเชิญของแพทริกน้าเขย ซึ่งเป็นชาวสวีเดนว่ามาเที่ยวที่บ้านนะ สิ่งแรกที่ร้องขอคือ “ฉันอยากไปดูเรือวาซา”
พิพิธภัณฑ์วาซา หรือ Vasamuseet (Vasa Museum) ที่เก็บเรือรบวาซา VASA นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคู่บ้านคู่เมืองของสตอกโฮล์มก็ว่าได้ ลักษณะของพิพิธภัณฑ์เหมือนเป็นการนำเรือโบราณมาจอดไว้แล้วจึงสร้างอาคารครอบลงไปอีกที เพราะมีเสากระโดงเรือโผล่พ้นยื่นจากหลังคาอาคารขึ้นมา 3 เสา
เมื่อก้าวย่างเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ จะพบเรือวาซาอยู่กลางห้องโถง ลำใหญ่มาก เห็นแล้วสตั้นไปชั่วขณะหนึ่ง และโชคดีที่มีแพทริกเป็นไกด์ส่วนตัวพาเที่ยวและข้อมูลอ่านเพิ่มจากโบรชัวร์ที่ทางพิธิภัณฑ์มีแจก
เรือวาซา เป็นเรือรบหลวงของสวีเดน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1626 และเสร็จในปี ค.ศ. 1628 ในสมัยของกษัตริย์สตาฟที่ 2 ของสวีเดน (Gustav II Adolf) ในช่วงสงครามบอลติก ระหว่างเดนมาร์ก-รัสเซีย และโปแลนด์ ใช้เวลาในการสร้าง 2 ปี
กษัตริย์สตาฟที่ 2 ทรงสร้างเรือวาซาเพื่อจะให้เป็นเรือรบที่ยิ่งใหญ่ ทรงอานุภาพ และสวยงามที่สุดในเวลานั้น ตัวเรือทำจากไม้โอ๊ค 1,000 กว่าต้น ซึ่งน้าเขยบอกว่ามาจากเมืองเออร่าบูร์ เมืองที่เราอยู่กันไง ใช้คนงานในการก่อสร้างประมาณ 400 คน นายช่าง 2 คน เรือรบหลวงวาซา ปัจจุบันมีอายุรวม 389 ปี เรือลำนี้สูง 69 เมตร ยาว 61 เมตร กว้าง 11.7 เมตร หนัก 1,210 ตัน เวลาแล่นจะใช้กระแสลมในการแล่น กางใบเรือเต็มที่ทั้งหมด 10 ใบ มีช่องที่ใช้วางปืนใหญ่ทั้งหมด 64 กระบอก ปัจจุบันปืนใหญ่ของจริงเหลือแค่ 3 กระบอกเท่านั้น
หัวเรือแกะสลักเป็นรูปสิงห์ มีความยาว 4 เมตร และน้ำหนักถึง 450 กิโลกรัม ถือเป็นสัญลักษณ์แทนกษัตริย์สตาฟ ที่ 2 ของสวีเดน และยังมีงานแกะสลักขนาดใหญ่ตราแผ่นดินที่ใช้ประดับด้านท้ายเรือด้วยสีสันที่สดใส
นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งประดับประดาด้วยรูปแกะสลักนับร้อยชิ้น ทำให้เรือ วาซา เป็นทรัพย์สมบัติทางศิลปะที่โดดเด่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
วันที่เรือออกจากท่า เป็นวันที่ท้องฟ้าโปร่ง มีลมพัดเบา ๆ ประชาชนแห่มาชมกันมากมาย เพราะเป็นเรือรบหลวงสร้างใหม่และลำใหญ่ ที่สำคัญเป็นเรือรบที่มีปืนใหญ่มากที่สุดในยุคนั้น
วันแรกที่แล่นมีลูกเรือเพียงแค่ 100 คน พอออกเดินทางได้เพียง 1,300 เมตร ประมาณ 10 นาที มีลมพัดมาเรือก็เริ่มเอียงและจมลง ซึ่งปกติแล้วเรือทั่วไป ถ้าเจอลมก็จะเอียงซ้ายที ขวาที ไปมา แต่เรือนรบลำนี้เอียงทางเดียวและจมลงเลยอย่างรวดเร็ว
สาเหตุที่เรือจม แพริกบอกว่าน่าเกิดจะมาจากเหตุ 2 ประการ คือ
1.โครงสร้างผิดปกติ จะเห็นว่าเรือรบลำนี้สูงเป็นเปรตเลย 69 เมตร แต่ความกว้างมันแคบเพียงแค่ 11.7 เมตรเท่านั้น นี่คือการสร้างเรือที่ผิดปกติ เพราะการสร้างเรือทั่วไปจะไม่ให้สูงมากแต่มีความกว้างเยอะ ๆ
2.นายช่างคำนวณน้ำหนักผิด นายช่างบอกเรือรบลำนี้จะบรรทุกน้ำหนักได้ 1,210 ตัน หรือ 1,210,000 กิโลกรัม น้ำหนักนี้รวมนายทหารเรือ 300 คน ลูกเรือ 145 คน ปืนใหญ่ 64 กระบอก กระสุน น้ำ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของ-เครื่องใช้ แต่วันที่เรือแล่นออกจากท่า ปรากฏว่าทหารเรือ 300 คนยังไม่ลงเรือ เพราะทหารเรือ 300 คนไปรออีกท่าหนึ่ง เพื่อให้เรือไปรับ เรือยังไม่ทันไปรับก็จมลงเสียก่อน และในวันนั้นมีลูกเรือเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น อีก 45 คนรอขึ้นพร้อมทหารเรืออีกฝั่งหนึ่ง ...โชคดีของทหารเรือและลูกเรือ 45 คน รอดตายแบบหวุดหวิด
สำหรับการกู้เรือนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมานี่เอง หลังจากเรือรบหลวงวาซาจมอยู่ในน้ำถึง 333 ปี มีนักวิชาการท่านหนึ่งชื่อว่า อันเดส สนใจประวัติเรือรบหลวงวาซา และพยายามหาจุดที่เรือจม สุดท้ายก็หาเจอก็แจ้งให้ทางราชการทราบ ทางราชการก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจสภาพเรือปรากฏว่าเรืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ 95 %
วิธีการกู้ก็ใช้ลวดสลิงเส้นใหญ่ พาดผ่านใต้ท้องเรือจากซ้ายไปขวา ขวามาซ้ายเสร็จก็ส่งนักประดาน้ำไปเก็บข้าวของมาก่อน คำนวณน้ำหนักได้แล้วก็สาวลวดขึ้นมาทีละนิด ไม่สามารถทำครั้งเดียวให้พ้นน้ำได้ เนื่องจากเรือจมในโคลนมาหลายร้อยปีจะแตกสลาย วิธีการสาวลวดจะทำทีละนิดแล้วหยุด เรียกว่ายกหนึ่งระดับ เสร็จแล้วก็ส่งนักประดาน้ำลงไปลงไปเก็บข้าวของมาอีก และก็คำนวณน้ำหนักครั้งที่สอง เรียกว่าการยกระดับครั้งที่สอง เขาทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทั้งหมด 16 ครั้ง หรือ 16 ระดับด้วยกันใช้เวลากู้ทั้งหมด 4 ปี
เรือรบหลวงวาซา มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นล่างสุดไว้ก้อนหิน เพื่อให้เรือมันหนัก ถ้าเรือเบามันจะคว่ำ ชั้น 2 ไว้อาหาร น้ำจืด เหล้า ไวน์ เบียร์ ชั้น 3 เป็นที่อยู่ของลูกเรือ มีทั้งหมด 145 คน ชั้น 4 และ ชั้น 5 เป็นที่อยู่ของทหารเรือและที่วางปืนใหญ่ 64 กระบอก ห้องซ้ายมือ จะเป็นห้องกัปตันเรือ และคนชั้นผู้ใหญ่ และในเรือรบทุกลำจะมีบาทหลวง 1 รูป
ถ้ามีการตายเกิดขึ้น บาทหลวงจะเป็นผู้สวดศพ ส่งวิญญาณ และทิ้งศพลงทะเลเลยไม่เก็บศพไว้เข้าฝั่ง เนื่องจากไม่ทราบว่าจะได้กลับฝั่งเมื่อไร เรือรบหลวงวาซา ถ้าไม่จมลงก็จะมีชีวิตของผู้คนบนเรือแบบนี้
เรื่องราวของเรือรบหลวงวาซาถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์สวีเดน ซึ่งใครไปเยือนสตอกโฮล์ม ไม่ควรพลาดกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
***********
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/3/69
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
หัวใจทำด้วยอะไร? ทำไมสัตว์ตัวแค่นี้ถึงกล้าบวกกับทั้งป่า
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขเด็ด น่าจะออกรางวัลงวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
จังหวัดเดียวมีทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าและเขื่อนชลประทานมากที่สุดในไทย
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
จากสนามแข่งสู่โลกโซเชียล: "ตุ๊กตุ๊ก แดร็ก" มีมซอฟต์เพาเวอร์ไทย กระหึ่มศึกโมโตจีพี 2026
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
30 แคปชั่นเด็ด แซ่บๆ ใหม่ เอาไว้ลงรูป คัดมาแล้วว่าเด็ด
สิ้นสุดความอดทน? จับตา "อิหร่าน" งัดไพ่ตายสุดล้ำ พุ่งเป้าแดนพญาอินทรี!
โอ๊ยยย เอาอีกแล้ว! จุดปราบเซียน รถตู้ติดแหง็กใต้สะพานกลับรถบางใหญ่ ทำจราจรอัมพาตยาว!









