ดาสะ dasa ร้านหนังสือมือสองที่ไม่มีวันเก่า (714/4)
ร้านเกิดขึ้นจากคนสองคน ดอนหรือโดนัลด์ ชาวอเมริกัน
ทำงานคู่กับการซื้อหนังสือซีดี เพลง ด้วยกัน
เรื่องราวนั้นเปลี่ยนแปลงผัน ย้ายกันไปเปิดร้านที่กัมพูชา
สุดท้ายนั้นชีวิตเกิดเปลี่ยนใจ กลับมาใหม่ปักหลักในเมืองไทยเสมอ
สุขุมวิทคือสถานที่ตั้งใจ คนส่วนใหญ่นั้นชอบในการมองหา
อ่านหนังสือมือสองอย่างเห็นคุณค่า มาตามหาความสุขกัน
การเปิดร้านหนังสือนั้นเริ่มขึ้นจากการจับมือร่วมกันกับชาวอเมริกันที่ชอบในการอ่านหนังสือ และอยากมีร้านหนังสือเล็กๆ ตอนนั้นไม่ค่อยมีร้านหนังสือ อยู่ในเมืองมากเท่าไหร่ และตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยมี ร้านนี้น่าจะเป็นร้านหนังสือมือสองภาษาอังกฤษที่เดียวที่รู้จักในประเทศไทย ที่มีหลากหลายเล่มที่หาไม่ได้แล้วในร้านทั่วไป หากว่าเรานั้นไปกรุงเทพ น่าจะอยู่ในย่านแถวข้าวสาร สามารถที่จะเดินหาได้เลยมีร้านเดียว
สิ่งที่ทำให้ชอบในร้านหนังสือนี้คือ การจัดวางนั้นมีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบมาก ให้ความรู้สึกแรกของเรานั้นเหมือนกันกับการที่เรานั้นมาห้องสมุด เพราะว่ามีแผนแยกหมวดหมู่เรียงตามชื่อของผู้เขียน นั่นหมายความว่าหากว่าเรานั้นต้องการที่จะอ่านหนังสือเราจะต้องรู้ชื่อของผู้เขียนก่อน ซึ่งทำให้ลูกค้านั้นหยิบง่ายแน่นอน หาเหมือนมาห้องสมุดเลย ไม่ต้องรีบค่อยๆ เปิดหาไป
ทุกครั้งที่มาในร้านหนังสือแห่งนี้นั้น จะมีในส่วนของหนังสือนั้นเพิ่มขึ้นมาจากเดิมเรื่อยๆ ลูกค้าในร้านนั้นเมื่อเรานั้นเข้าไปไม่ได้มีแต่คนไทยเท่านั้นจะมีคนต่างชาติจำนวนมากมาที่ร้านแห่งนี้
คอนเซ็ปต์ของร้านนี้จะไม่เหมือนในร้านอื่น คือ หากว่าเรานั้นซื้อไปแล้วเราสามารถที่จะนำกลับเอามาขายคืนให้กับร้านค้าได้อีก ขายคืนร้านได้ด้วย ไม่ต้องกลัวว่าเรานั้นซื้อไปแล้วจะไม่มีที่เก็บ แต่หากว่าการนำกลับมานั้นจะเป็นในลักษณะของการเอามา Wap เอามาเทรดกัน
สมมุติว่าเราเอาหนังสือไปหนึ่งร้อยบาก พออ่านเสร็จแล้วนั้นเอามาคืนในสภาพเดิม ไม่เสียหาย เราก็จะให้ในราคาคืนเพียงห้าสิบบาทเพื่อที่จะเอาไปแลกซื้อหนังสือในเล่มอื่นๆ ที่เรานั้นสนใจ ในร้านเลยกลายเป็นคอนเซ็ปต์ที่ลูกค้านั้นชอบมาก เพราะว่าอ่านเสร็จแล้วสามารถที่จะเอามาคืนแล้วยังได้เงินที่คืนไปครึ่งหนึ่งอีก
หากว่าเรานั้นลองคิด ในการที่เรานั้นจะอ่านหนังสือสักเล่ม เรานั้นไม่ได้อยากที่จะเก็บเจ้าหนังสือนั้นไว้เพื่อที่จะเป็นเจ้าของ เพียงแต่ว่าเรานั้นอยากที่จะอ่านเพื่อความบันเทิง เราจึงอ่านแล้วพอ สามารถที่จะเอาไปขายคืนได้ จะไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบแน่นอน นั่นแสดงว่าในการที่เรานั้นอ่านหนังสือเราจะต้องรักษาหนังสือนั้นให้มันมีสภาพเดิมด้วย
การจับมือกับชาวต่างชาติจึงทำให้ร้านหนังสือนั้นจะมีหนังสือภาษาอังกฤษเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแนวคิด การสร้างความเชื่อมั่น หรือการทำงานหลากหลายอย่างที่เหมาะสม ไม่มีอะไรที่มีค่ามากกว่าการเดินทางที่ไร้ความมุ่งหมาย
คงไม่มีใครที่อยากจะอ่านหนังสือหนึ่งเล่มมากกว่าสามรอบหรือห้ารอบ ต้องการที่อยากจะอ่านเล่มอื่นต่อๆ ไปเรื่อยวันหนึ่งอาจจะสามารถที่จะอ่านเล่มเล็กเล่มใหญ่ในเวลาที่เรานั้นว่าง มันเหมือนเป็นการที่เรานั้นเช่าหนังสือ แต่การเช่านั้นจะมีในระยะเวลาที่กำหนด
แต่การทำแบบนี้เป็นในส่วนของการขายขาดไปเลย ไม่อยากอ่านแล้วนำมาขายคืน จะกี่ปีได้หมดแต่ว่าต้องอยู่ในสภาพเดิม ลองมาเยี่ยมชมร้านหนังสือมือสองกันที่นี่ มีทั้งหนังสือเก่าและใหม่ ราคานั้นไม่เกินหนึ่งร้อย แต่มากด้วยความรู้ให้เรานั้นได้มาค้นหา หนังสือหลายเล่มนั้นยังรอคอยคนที่มาหยิบเขาอ่านอยู่เสมอ มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
มุมไบพบครอบครัวเสียชีวิต 4 ราย หลังมื้อข้าวหมกและแตงโม
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุด ทำไมญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ถูกพูดถึงเสมอ
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ดวงตกเดือนพฤษภาคม 2569 ลอง 5 วิธีรีเซ็ตใจแบบสายมู
พูดหน้ากล้องให้มั่นใจขึ้น ด้วย 10 เทคนิคที่ครีเอเตอร์ใช้ได้จริง
"ดอยหลวงเชียงดาว" กับดินแดนลึกลับที่ไม่เคยมีใครกลับมา
รถไฟฟ้าวิ่งทะลุตึกอันโด่งดังแห่งนครฉงชิ่ง
แม่วัย 74 ในไซตามะหยุดช่วยลูก หลังเงินเก็บก้อนสุดท้ายหาย
มุมไบพบครอบครัวเสียชีวิต 4 ราย หลังมื้อข้าวหมกและแตงโม
เที่ยวญี่ปุ่นเมษายนถึงพฤษภาคม เช็กอุณหภูมิยังไงไม่พลาดเสื้อกันลม
กินช้าอิ่มไวจริงไหม วิทยาศาสตร์ชี้จังหวะกินมีผลต่อความอิ่ม
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุด ทำไมญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ถูกพูดถึงเสมอ





