หุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) ในมุมมองของผม
หุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) จะแตกต่างกับ หุ้นปลอดภัย (Defensive Stock) แม้ว่าหุ้นสามารถปกป้องเงินต้นและให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง แต่ก็มีหุ้นปลอดภัยที่จ่ายเงินปันผลต่ำมาก ดังนั้น หุ้นปลอดภัยจึงไม่ใช่หุ้นปันผลสูง ด้วยเหตุผลเช่นนี้ครับ
หุ้นปันผลสูงเป็นหุ้นที่มี ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยทั่วไปตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) โดยเฉลี่ยประมาณปีละ 3-4% แต่หุ้นปันผลสูงจะให้ผลตอบแทนได้ถึง 6-10%
เชื่อไหมครับ ช่วงเศรษฐกิจขาลงที่เห็นราคาหุ้นลงมาเยอะ ๆ หุ้นปันผลสูงบางตัวให้เงินปันผลมากกว่า 10% อีก นี่คือ ลักษณะที่สำคัญของหุ้นปันผลสูง ครับ และอีกอย่างคือ จะต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ ตลอดเวลา
ในความเห็นของผม หุ้นปันผลสูงจะมีอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น
- กลุ่มอาหาร
- กลุ่มพาณิชย์
- กลุ่มเกษตร
- กลุ่มโรงไฟฟ้า
- กลุ่มน้ำประปา
- กลุ่มประกันภัย
- หรือแม้กระทั่งหุ้นกลุ่มส่งออก
ขึ้นอยู่ว่านักลงทุนจะชอบกลุ่มไหนก็เข้าไปหาดูครับ แต่ทั้งนี้ หุ้นตัวนั้นต้อง ไม่ใช่หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงปีเดียว แล้วปีต่อไปไม่จ่าย นะครับ (ฮา..)
หุ้นปันผลสูงจะต้องจ่ายปันผลสูง อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และ คาดว่าจะจ่ายต่อไปในอนาคต ซึ่งบางบริษัทมีกำไรเพิ่มมาก ทำให้เงินปันผล ผันผวน ตามไปด้วย หากเป็นแบบนี้ หุ้นปันผลสูงจะเป็นลักษณะของ หุ้นเติบโต (Growth Stock) แทน
แต่หุ้นปันผลสูงก็มีจุดอ่อนนะครับ เนื่องจากนักลงทุนมักเลือกที่จะซื้อและถือไว้เพื่อรับเงินปันผล ทำให้ ไม่ค่อยมีหุ้นซื้อขายในตลาดสักเท่าไร
ดังนั้น จุดอ่อนของหุ้นปันผลสูงก็คือเรื่องของ “สภาพคล่อง” แต่ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่จะลงทุนซื้อหุ้นตัวหนึ่งในระดับสิบล้านบาท ผมกลับคิดว่าปัญหาเรื่องสภาพคล่องของหุ้นปันผลสูงจึงไม่ใช่ประเด็นสำหรับนักลงทุนแบบวีไอ
ในตลาดหุ้นไทย หุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มพาณิชย์ ฯลฯ อีกทั้งหุ้นในกลุ่มเหล่านี้มักจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากภาวะเศรษฐกิจที่ขึ้นลงไม่นิ่งนอน ส่วนตัวผมจึงเห็นว่าหุ้นปันผลสูงจะเหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการผลตอบแทนเงินปันผลที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และแน่นอนว่า... หุ้นปันผลสูงนี้แหละก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่นักลงทุนแบบวีไอ จะเลือกเก็บไว้ในพอร์ต
นักลงทุนหลายคนตีความหมาย หุ้นปันผลสูง คือ หุ้นห่านทองคำ หากจะถามผมว่า หุ้นห่านทองคำเป็นหุ้นคู่ใจของนักลงทุนวีไอจริงหรือไม่? ผมกลับเห็นว่า จริงๆ แล้วไม่จำเป็น เพราะวีไอจะหมายรวมทั้งหุ้นปันผลและหุ้นห่านทองคำ ไม่จำเป็นต้องเลือกลงทุนแต่เฉพาะหุ้นห่านทองคำเท่านั้นจึงจะเป็นนักลงทุนวีไอ
มีคำถามที่ผมถูกถามบ่อยๆ คือ วีไอหาหุ้นปันผลเพื่ออะไร? คำตอบของผมคือ ก็เพราะว่าวีไอไม่ชอบขายหุ้น บางครั้งที่พึงทุนในหุ้นเต็มแล้ว จะไม่มีเงินสด แต่ถ้ามีหุ้นในพอร์ตส่วนหนึ่งที่เป็นหุ้นปันผลสูงๆ จะทำให้มีเงินสดเข้ามาสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้เอาไปเลือกซื้อหุ้นลงทุนได้ต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำไมต้องซื้อหุ้นปันผลสูง เพราะบัฟเฟตต์ก็เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า หุ้นประกันภัยที่เขาคิดว่ามีเงินปันผลสูง เพื่อให้มีเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่องพร้อมที่จะได้มีโอกาสในการลงทุนต่อ
นั่นคือ แม้ว่าหุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) จะไม่ได้ถูกเลือกเป็นหุ้นหลักในพอร์ต แต่ถ้ามีไว้ในพอร์ตบ้างก็ดี ผมเองก็มีหุ้นแบบนี้อยู่ในพอร์ตเช่นกัน
ยามใดที่ต้องการเงินสด หุ้นปันผลสูงเหล่านี้จะผลิตให้เราอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นยามที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
เมื่อเหล็กแหลมพ่ายแพ้: นกพิราบกับบทเรียนการปรับตัวสุดล้ำในป่าคอนกรีต
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
6 ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทำสงครามมากที่สุด สูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
9 พิกัดลับสุดอันตราย: สถานที่ต้องห้ามทั่วโลกที่มนุษย์หมดสิทธิ์เข้าเยือน
ฉายาต้นไม้ที่ 'ลิงยังไม่กล้าปีน' – ทั้งหนาม พิษ และระเบิด
"เลิกนิสัยเสียสักที! แฉพฤติกรรมลูกค้าสั่งของ 'เก็บเงินปลายทาง' แล้วไม่รับ...รู้ไหมว่าคนขายต้องแบกภาระอะไรบ้าง!? ใจเขาใจเราบ้างเถอะครับ!"
ประเทศที่ค่าไฟฟ้าแพงที่สุด 5 อันดับแรกของโลก



