หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลูกพลับ 2 แบบ ต่างกันตรงไหน? ทำไมบางลูกกินกรอบ แต่บางลูกต้องรอจนเละ

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “ลูกพลับ” แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะผลไม้ชนิดนี้ดูเหมือนจะเป็นของธรรมดาที่หลายคนคุ้นเคย แต่เมื่อศึกษาลึกลงไปกลับพบว่า ลูกพลับมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ตั้งแต่เรื่องรสชาติ รูปทรง สารอาหาร ไปจนถึงความเชื่อของชาวเอเชียที่มีต่อลูกพลับ

ลูกพลับที่เราคุ้นเคยกันโดยทั่วไปคือผลของต้นพลับ โดยเฉพาะชนิดที่ปลูกเพื่อรับประทานอย่าง Diospyros kaki ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกและเป็นผลไม้ที่มีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ

ลักษณะผลมีได้หลายรูปทรง ทั้งกลม แบน หรือค่อนข้างยาว ขณะที่สีของเปลือกจะเปลี่ยนจากเขียวไปเป็นเหลือง ส้ม หรือส้มแดงเมื่อเข้าสู่ระยะสุก ขึ้นอยู่กับพันธุ์และระยะความแก่ของผล

แต่สิ่งที่ทำให้ลูกพลับแตกต่างจากผลไม้ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด คือเรื่อง “ความฝาด”

ลูกพลับไม่ได้มีเพียงแบบหวานหรือแบบเปรี้ยว แต่ในทางพฤกษศาสตร์และการเกษตรมักแบ่งพันธุ์ออกเป็นกลุ่มที่ “ฝาด” และ “ไม่ฝาด”

ตัวอย่างที่หลายคนคุ้นชื่อคือ “ฟูยุ” หรือ Fuyu ซึ่งเป็นพันธุ์ไม่ฝาด สามารถรับประทานได้ในขณะที่เนื้อยังค่อนข้างแน่นและกรอบ จึงเหมาะกับคนที่ชอบลูกพลับเนื้อแข็งหวานฉ่ำ

ส่วน “ฮาชิยา” หรือ Hachiya เป็นพันธุ์ฝาด ลักษณะผลมักยาวและมีปลายสอบ เมื่อยังไม่สุกจะมีสารแทนนินที่ทำให้เกิดความฝาดอย่างชัดเจน หากกัดรับประทานในช่วงที่ยังฝาด อาจรู้สึกฝาดจนปากแห้งและลิ้นชาได้

 

พันธุ์ประเภทนี้จึงควรรอให้สุกนิ่มอย่างเต็มที่ หรือผ่านกระบวนการลดความฝาดก่อนรับประทาน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกพลับบางชนิดจึงกินแบบกรอบ ๆ ได้ แต่บางชนิดกลับต้องรอจนเนื้อนิ่มมากเสียก่อน

ความฝาดที่เรารู้สึกนั้นไม่ได้เกิดจากความเปรี้ยว แต่เกี่ยวข้องกับ “แทนนิน” ซึ่งสามารถจับกับโปรตีนในน้ำลาย ทำให้เกิดความรู้สึกฝาดและแห้งในปาก โดยพันธุ์ฝาดจะต้องผ่านการสุกเต็มที่หรือกระบวนการลดความฝาดก่อนจึงจะรับประทานได้อย่างเหมาะสม

แล้วลูกพลับมีประโยชน์อะไรต่อร่างกาย?

สิ่งที่น่าสนใจคือ ลูกพลับไม่ได้มีดีเพียงรสหวานและสีสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งของสารอาหารหลายชนิด โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยหลังการเก็บเกี่ยวของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ระบุว่า ลูกพลับเป็นแหล่งของแคโรทีนอยด์ วิตามินเอ วิตามินซี และใยอาหาร

สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกายังระบุว่า ลูกพลับหนึ่งผลมีใยอาหารประมาณ 6 กรัม และมีวิตามินเอในปริมาณที่น่าสนใจ รวมถึงวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระจากกลุ่มแคโรทีนอยด์และฟลาโวนอยด์

ดังนั้น สำหรับวัย 50+ ลูกพลับสามารถเป็นหนึ่งในผลไม้ที่นำมาสลับหมุนเวียนในอาหารประจำวันได้ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และไม่เติมน้ำตาลหรือส่วนประกอบที่ให้พลังงานสูงเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม คำว่า “มีประโยชน์” ไม่ได้หมายความว่ารับประทานแล้วจะรักษาโรคได้

ประเด็นนี้ต้องแยกให้ออกอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะเรื่อง “ใบพลับ” ซึ่งมีการนำมาตากแห้งและชงเป็นชาในหลายประเทศของเอเชีย งานวิจัยพบว่าใบพลับมีสารประกอบหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์และสารประกอบฟีนอลิก และมีงานศึกษาทั้งในห้องปฏิบัติการ สัตว์ทดลอง และการศึกษาในมนุษย์เกี่ยวกับคุณสมบัติทางชีวภาพของสารสกัดจากใบพลับ

มีการขึ้นทะเบียนการทดลองทางคลินิกในญี่ปุ่นเพื่อศึกษาผลของชาจากใบพลับต่อความดันโลหิตและการขยายตัวของหลอดเลือดในผู้ที่มีความดันโลหิตค่อนข้างสูงหรือความดันโลหิตสูงระดับไม่รุนแรง โดยการทดลองกำหนดให้ดื่มชาจากใบพลับในปริมาณต่าง ๆ เป็นเวลา 8 สัปดาห์

แต่ตรงนี้ต้องย้ำว่า การมีงานวิจัยศึกษาผลต่อความดัน ไม่ได้แปลว่า “ชาใบพลับสามารถรักษาความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดหัวใจตีบตันได้” และไม่ควรนำชาใบพลับมาใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

สำหรับผู้สูงอายุที่รับประทานยาประจำ หากต้องการดื่มชาสมุนไพรเป็นประจำ ก็ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด

นอกจากรับประทานสดแล้ว ลูกพลับยังนำไปแปรรูปได้อีกหลายรูปแบบ เช่น ลูกพลับแห้ง ลูกพลับเชื่อม แยม หรือผลิตภัณฑ์จากผลพลับชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะลูกพลับพันธุ์ฝาดที่มักนำมาแปรรูปเพื่อช่วยลดความฝาดและยืดอายุการเก็บรักษา

และสำหรับคนเอเชีย ลูกพลับยังมีความหมายมากกว่าเรื่องอาหาร

สีส้มทองของผลสุกทำให้ลูกพลับถูกเชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง ความเป็นสิริมงคล และความเจริญรุ่งเรืองในวัฒนธรรมจีนและเอเชียตะวันออก จึงพบการนำลูกพลับมาใช้ในบริบทของเทศกาล การตกแต่ง และการมอบเป็นของขวัญในบางโอกาส

เมื่อมองย้อนกลับมาที่บ้านเรา ลูกพลับจึงเป็นผลไม้ที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะมีทั้งเรื่องรสชาติ ความหลากหลายของสายพันธุ์ คุณค่าทางโภชนาการ และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลัง

ที่สำคัญคือ อย่าเหมารวมว่าลูกพลับทุกลูกเหมือนกัน

หากชอบรับประทานแบบกรอบหวาน ควรมองหาพันธุ์ไม่ฝาด เช่น Fuyu ซึ่งสามารถรับประทานได้ในขณะที่เนื้อยังแน่น ส่วนพันธุ์ฝาดอย่าง Hachiya ต้องให้สุกนิ่มเต็มที่หรือผ่านกระบวนการลดความฝาดเสียก่อน

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ลูกพลับเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า “ของใกล้ตัวที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่”

จากผลไม้สีส้มธรรมดา ๆ เมื่อศึกษาลงไปกลับพบทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแทนนิน ความแตกต่างของสายพันธุ์ สารอาหาร ตลอดจนวัฒนธรรมและความเชื่อของผู้คนในเอเชีย

ส่วนคำกล่าวที่ว่า “กินลูกพลับวันละ 1 ผลแล้วจะดีต่อร่างกายอย่างมาก” ผู้เขียนมองว่าควรใช้คำอย่างระมัดระวัง เพราะไม่มีหลักฐานว่าทุกคนจำเป็นต้องรับประทานวันละ 1 ผลเป็นสูตรตายตัว

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรับประทานอาหารให้หลากหลาย เลือกผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม และดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่กันไป

สำหรับวัย 50+ หากวันนี้เดินผ่านแผงผลไม้แล้วเห็นลูกพลับสีส้มทองวางอยู่ ลองหยิบขึ้นมาดูสักนิดก็ได้

เพราะลูกพลับหนึ่งผลอาจไม่ได้เป็น “ยาวิเศษ” อย่างที่บางข้อมูลในอินเทอร์เน็ตกล่าวอ้าง

แต่ก็เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีสายพันธุ์ให้เลือกหลากหลาย และมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่น้อย

แหล่งที่มาของข้อมูล:

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นภาพเก่าในตำนาน : อุวัยส์ อัคทาเยฟ “Vasya Chechen” ยักษ์ใหญ่แห่งสนามบาสเกตบอลโซเวียต5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำถอดรหัสเลขเจาะใจ "ลุงหวัง" งวด 1 กันยายน 2569ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน5 ประเทศที่รถติดที่สุดในโลกจากดัชนี Traffic Index 2026แปรงฟันแล้วดื่มน้ำส้มทำไมรสชาติเปลี่ยนเป็นขมเปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทยเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ย้อน UFC 300 เมื่อ 4 จอมสถิติ UFC ต้องเดิมพันสถิติบนสังเวียน“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมหลังออกกำลังกาย น้องชายถึงดูเล็กลง? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด”“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนกันหรือไม่? รู้ความต่างก่อนสายเกินไป
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ดราม่าเดือด! ไบเกอร์มาเลย์ประกาศบอยคอตเที่ยวไทย ปมถูกปรับที่หาดใหญ่10 สิ่งที่เด็กยุค 90 เคยเห็น แต่เด็กยุคนี้อาจไม่รู้ว่าคืออะไรเปิดประวัติ “เร แม๊คโดแนลด์” จากหนุ่มทีนไอดอลยุค 90 สู่เจ้าพ่อสายเดินทางTH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยแห่ลงทะเบียน เปิดสิทธิใช้ฟรี ได้อะไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่