วิธีคุมกำเนิดแบบฝังยาคุม
โพสท์โดย ความฝันคือการนอน
การฝังยาคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพสูง โดยการฝังแท่งยาขนาดเล็กที่บรรจุฮอร์โมนลงใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขนด้านใน. ยาจะค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนออกมาในร่างกายเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
ขั้นตอนการจะเข้ารับบริการ
สามารถโทรสอบถาม 1330 สปสช เพื่อเช็คสิทธิ์ของเราว่าสามารถฝังได้ที่ไหน หรือสามารถฝังยาคุมกำเนิดฟรีในช่วงอายุ 10-20 ปี ตามโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ยาคุม 1 หลอดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ใน 3 ปี ถ้า 2 หลอดก็ 5 ปี
นำบัตรประชาชนไปด้วยนะคะ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากค่ะ แนะนำไปฝังที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านนะคะ คุณหมอพยาบาลเก่งและให้คำแนะนำดีมากๆ
การฝังยาคุมเหมาะสำหรับ
- ผู้ที่ต้องการวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง
- ผู้ที่คิดจะคุมกำเนิดในระยะเวลานาน ๆ 3-5 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ชอบลืมรับประทานยาคุมกำเนิดบ่อย
-
เพื่อให้ยาคุมสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีข้อควรรู้ที่ผู้เข้ารับบริการควรทราบไว้เช่นกัน ดังนี้
- ผู้ที่ต้องการฝังเข็มยาคุม ควรเข้ามารับบริการระหว่างวันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน (ภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน)
- สำหรับผู้ที่เพิ่งคลอดบุตรควรเข้ามารับบริการภายใน 4-6 สัปดาห์หลังคลอด
- ในกรณีที่แท้งบุตรตามธรรมชาติ สามารถเข้ารับบริการได้ทันที หรือภายใน 2-3 สัปดาห์หลังแท้งบุตร
-
การดูแลตัวเองหลังฝังยาคุม
- หลัง 24 ชั่วโมง สามารถนำผ้าพันแผลออกได้ แต่ยังคงเหลือปลาสเตอร์ปิดแผลเอาไว้
- หลัง 3-5 วัน นำปลาสเตอร์ปิดแผลออกได้ ระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ
- งดการมีเพศสัมพันธ์หรือให้คุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัยเป็นเวลา 7 วัน
- ครบ 7 วัน แพทย์จะนัดมาดูแผลอีกครั้ง
- เมื่อครบกำหนด 3-5 ปี มาเปลี่ยนยาคุมกำเนิดแท่งเดิมออก เพราะประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงและฝังยาคุมกำเนิดแท่งใหม่
ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: pmg hospital
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
เปิดประวัติ "Cheerio" ผู้เล่นเงาของ Tokyogurl
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
เน็ตไอดอลสุดดังของจีน กลายเป็นคนไร้บ้านในเขมร
เกินปุยมุ้ย ทหารเขมรเล่า ใช้แค่ 10 คน สู้กับทหารไทย 300 นาย
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
คนชอบรอยสักควรรู้! ผลการวิจัยชี้ว่าหมึกที่ใช้อาจส่งผลต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ยืนยันดำเนินคดี "ก้อง เชอริโอ้" และ "โตเกียวเกิร์ล" ถึงที่สุด เพื่อปกป้องวงการอีสปอร์ตไทย และกู้ศรัทธาต่อนานาชาติ
"โหรฟองสนาน" เตือน! หลัง 15 มกราคม 69 วันเปลี่ยนชะตาประเทศไทย..มีเกณฑ์ น้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินไหวHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทึ่งทั่วโลก : "ต้นมะกอกแห่งวูเวส" ต้นไม้แห่งกาลเวลา ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุดต้นหนึ่งของโลก
สถานทูตไทยออกโรง ขอ สหรัฐ-เวเนซุเอลา คุยกันดีๆ
ทรัมป์เตือนอิหร่าน หลังการประท้วงลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตหลายจังหวัด
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
"โดนัลด์ ทรัมป์" ส่งสัญญาณเตือนลาตินอเมริกา ชี้เป้า "โคลอมเบีย-คิวบา" อาจเป็นสถานีต่อไปกระทู้อื่นๆในบอร์ด
สาระ เกร็ดน่ารู้
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...
ทึ่งทั่วโลก : "ต้นมะกอกแห่งวูเวส" ต้นไม้แห่งกาลเวลา ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุดต้นหนึ่งของโลก
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่เคยได้เข้าชิงและชนะรางวัลปาล์มทองคำ
ระเบิดลูกที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุด เท่าที่เคยถูกใช้งานจริงบนพื้นโลก