หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สุนทรภู่ในต่างแดน งานกวีนักเล่านิทาน


เขียนโดย Jamsaengpoo

หากถามว่าใครคือนักเล่าเรื่องที่สุดหรู ใช้ภาษาได้น่าดูน่าสดับยิ่ง

หากถามว่าใครคือคนจริงที่กล่าวลา ความเสน่ห์หาไม่เคยลบเลือนไป 

    ความรู้ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ใดสิ่งเหล่านี้จะติดตามไปเสมอเพราะว่าการเรียนรู้นั้นเมื่อเกิดการเรียนจะคงอยู่ไม่ไปไหน เหมือนอย่างในตอนเด็กนั้นผ่านมาแล้วมากกว่ายี่สิบปีเรายังจำได้ไม่เลือนในตอนที่เรานั้นได้สร้างวีรกรรมในการกระโดดข้ามขาของคุณครูที่มานั่งคุยกันขวางประตู ในตอนนั้นแน่นอนว่าหากเราอธิบายก็คงไม่มีใครเชื่อเราเพราะว่าเขาเห็นว่าเรานั้นเป็นเด็ก เด็กเมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับไม่ใช่่เุถึยง 

    จนเมื่อเราโตขึ้นมาอีกในระดับหนึ่ง ได้มีการเรียนรู้และพร้อมที่จะออกไปสู่โลกกว้าง จึงตัดสินใจที่จะโบยบินหายไปจากประเทศที่ตนเองนั้นเกิด ท่องไว้เสมอเมื่อมีน้ำตาจะบอกว่า เราไปหาประสบการณ์แล้วจะกลับมาทำงานที่นี่ ที่ที่เราได้ความรู้ แต่วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากสองปีกลายเป็นสี่ปี จากสี่ปีกลายเป็นหกปี แปดปี นั้นหมายความว่าความไม่แน่นอน อยู่ในความแน่นอน 

     วันนี้จะมาเล่าครั้งหนึ่งเคยพยายามที่จะจัดงานในต่างประเทศ  โดยการเขียนโครงการเพื่อที่จะแสดงถึงความเป็นไทย แม้จะมีคนบอกว่าไม่ต้องจัดเพราะว่าหนึ่งในเรื่องของเวลาไม่มีเวลา สองในเรื่องของคน คนไม่เยอะพอที่จะจัดงานใหญ่ และสามเสียเวลาในการทำงานในการเตรียมการสอน  แต่ในความดื้อของคนเราบังคับไม่ได้ จึงได้เกิดโครงการนี้ขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

        มาถึงตอนนี้ตัวเราเองเป็นคนที่เริ่มในการทำ  ในการทำนั้นไม่ได้คิดด้วยตนเองแต่ทำตามสิ่งที่เคยปฏิบัติมาสมัยเรียนคือการจัดงานวันสุนทรภู่ในต่างแดนที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะว่าการเรียนรู้ในภาษาไทยจึงต้องรู้จักคนนี้ บุคคลสำคัญ พร้อมคนที่จะบรรยายให้เข้าใจมากกว่านั้นคือคนที่เคยได้สอนเรา เพราะถือว่าเป็นกูรูมามากกว่าสามสิบปีแน่นอนในการสอน

     คติอย่าหยุดเพราะแค่ความกลัวในการยกตัวอย่างของคนอื่น ตัวเราเองถ้าหากว่ายังยืนยันก็เดินหน้า  การจัดงานใช้วัฒนธรรมของที่นี่คือในการเปิดงานจะเป็นการร้องเพลงชาติของทั้งสองประเทศ หลังจากนั้นก็รำเปิดงาน ง่ายสบายไม่ต้องเยอะ

 

      ในกิจกรรมจะมีการแข่งขันในหลากหลายอย่างเกี่ยวกับภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการร้องเพลง การอ่านทำนองเสนาะ การเปิดพจนานุกรม  การเขียนตามคำบอก การคัดลายมือ การเขียนเรียงความ และอื่นๆ อีกมากมาย กรรมการทั้งหมดเองพร้อมอาจารย์ท่านอื่น ความสุขที่หาได้ในการทำงาน คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้เรียนที่สุดคือผู้เรียนเข้าใจ

     พยายามแม้ว่าจะไม่มีใครคอยเคียงข้าง  ทำไปด้วยความสุขไม่สนใจคำพูดหรืออะไรทั้งนั้นความเหนื่อยบางครั้งผลตอบแทนมันมีค่าจนทำให้หายเหนื่อยไปเลยยังได้ 

 

      พิธีกรของงาน มีการฝึกซ้อมมาประมาณสองวันไม่น่าเชื่อว่าจะขึ้นไปพูดในภาษาที่สองได้เหมือนกันกับคนไทย  ในการพูดจะพูดด้วยกันสองภาษาสลับกัน จริงๆ แล้วตื่นเต้นมากเพราะว่าเป็นครั้งแรกและน่าจะครั้งเดียวในการพูด 

   แต่ก่อนนั้นพิธีกรเป็นหน้าที่ของอาจารย์แต่เมื่องานมีจำนวนมาก เราจะแบกไว้คนเดียวทั้งหมดมันไม่ได้ จึงได้ถ่ายทอดให้กับนักเรียนในการเป็นพิธีกร ลดความกังวลของตนเองลงไปอย่างหนึ่ง จะได้วิ่งงานเบื้องหลังรันให้ทันกับกำหนดการที่เขียนไว้ ในงานนั้นมีการเชิญคนใหญ่คนโตมาร่วมพิธีด้วย รวมถึงการบรรยายของวิทยากรระดับประเทศอีก

       การแสดงรำสดุดี  ความสวยงามที่กว่าจะได้ขนาดนี้ซ้อมมามากกว่าหนึ่งอาทิตย์ แต่ชุดมีการเดินหาซื้อเองในตลาดที่ต่างประเทศ มาหาซื้อชุดไทยในต่างแดน สวยงามตามท้องเรื่องรำไม่นานแต่นางรำสั่นมาก

  

     ในงานมีการแสดง แรกๆ เป็นพิธีกรแต่หลังจากนั้นมารำมโนราห์  ต้องยอมใจนางเพราะว่าตอนแรกนั้นมีการฝึกสองสามคน เกือบเจ็ดคนแต่ไม่สามารถที่จะขึ้นเวทีได้เพราะว่าจำท่าไม่ได้ ขึ้นคนเดียวไปเลยเพราะหากว่ารำผิดไม่มีใครรู้

     สิ่งที่ประทับใจที่สุดของทุกคนคือผลงาน ที่ได้เขียนไม่ว่าจะคัดลายมือ แปลเรื่องประวัติของสุนทรภู่ สองข้างทางที่เดินเข้ามานั้นสวยงามไปด้วยผลงานที่ทุกคน ทุกชั้นเรียนเลือกในใบงานที่มีความสวยที่สุดมา  

      

      ว่าด้วยเรื่องของครูนักกวีแล้วขาดไม่ได้คือการขับเสภา และการอ่านทำนองเสนาะ จากนิสิตคนไทยที่มาร่วมในงาน เพราะมีการเชิญไปที่ภาควิชาภาษาเขมรขออนุญาต จึงมาแสดงความสามารถให้ได้เห็น 

       เรื่องราวในต่างแดนประสบการณ์ที่ผ่านมานั้นเมื่อเรานึกย้อนไป เราเองก็ยังมีความสงสัยว่าตอนนั้นเราผ่านมันมาได้อย่างไร วันแรกในการเดินทางนั้นมาด้วยน้ำตาตลอดเส้นทาง ร้องไห้เพราะอะไรไม่มีคำตอบแต่น้ำตาตอนนั้นแม้แต่อยู่บนเครื่องบินคนอื่นเขานอนหลับ มีความสุขแต่ทำไมเราถึงมีน้ำตา ร้องไห้จนตาบวม พยายามบอกตัวเองว่าเราไม่ได้ไปไหนไกล เดี๋ยวก็กลับจะร้องไห้ไปเพื่ออะไร แต่ก็ไม่ยอม 

    หลังจากนั้นเวลาจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราหายไปเองจริงๆ  ร้องสองวันวันที่สามเหนื่อยแล้วมาใช้ชีวิตดีกว่า เราไม่ได้ห่างไกลใคร คิดถึงโทรหาได้ตลอดเวลา หลังจากวันนั้นแนวคิดทำให้ใจเราเข้มแข็งขึ้น เมื่อคนเราร้องไห้จนพอแล้วก็จงลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป

เนื้อหาโดย: Jamsaengpoo
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Jamsaengpoo's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 65 ครั้ง
เขียนโดย Jamsaengpoo
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เจ้าตัวเล็ก ตัวน้อย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รีวิวหนังดัง PRINCE OF PERSIA THE SAND OF TIME9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!ไปชายหาดเปลือยครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย5 กล้องฟิล์มมือสองยอดฮิต จากราคาที่เคยจับต้องได้ สู่ตลาดปี 2026 ที่พุ่งแรงจนน่าตกใจเปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทยเรย์ แมคโดนัลด์ เสียชีวิตวัย 49 ปี ข่าวเศร้าวงการบันเทิงไทย เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์และผลงานที่คนยังคิดถึงประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมหลายคนจึงจำ “เรย์ แมคโดนัลด์” ในฐานะนักเดินทาง ทั้งที่เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากวงการบันเทิง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
THE INSTITUTIONAL MIND" (วิเคราะห์ตลาดแบบระดับรายใหญ่)10 วิธีรับมือคนที่ชอบเอาเปรียบ โดยไม่ทำให้เรื่องบานปลายเรื่องบนเตียง 18+: คืนใกล้ชิดที่เริ่มจากคำว่า “พร้อมไหม”"ราฟอเรซอง" สเต๊กอร่อยบรรยากาศร้านเหมาะสำหรับวันพักผ่อนวัยทำงาน
ตั้งกระทู้ใหม่