"โครมมิ่ง" Chroming ไวรัลในโซเชียลมีเดีย เทรนด์ร้ายอันตรายถึงชีวิต
11 พ.ค.2565 ประเทศอังกฤษ กรณี ด.ญ.จอร์เจีย กรีน วัย 14 ปี ชาวเมืองดาร์บี ประเทศอังกฤษ เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิตหลังสูดดมสเปรย์ระงับกลิ่นกายของแม่ เพราะอยากผ่อนคลาย
8 เม.ย.2566 ประเทศออสเตรเลีย ด.ญ.เอสรา เฮย์เนส วัย 13 ปี จากเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย เสียชีวิตหลังจากลองทำตามกระแสโซเชียลที่เรียกว่า “โครมมิ่ง” โดย 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เอสราได้ลองสูดดมสเปรย์จากกระป๋องระงับกลิ่นกาย ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จนต้องใช้เครื่องช่วยพยุงชีพเป็นเวลานาน 8 วัน แต่ท้ายที่สุดแพทย์บอกว่า “สมองของเธอเสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซมได้”
รายงานของสื่อออสเตรเลียระบุ ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กวัยรุ่นออสเตรเลียเสียชีวิตหลังพยายามทำการสูดดมสารพิษตามเทรนด์โครมมิ่ง โดยในปี 2562 มีเด็กหนุ่มวัย 16 ปี เสียชีวิต และยังมีวัยรุ่นสาวที่สมองได้รับความเสียหายจากการทำตามเทรนด์ดังกล่าว
จากกระแสฮิตดังกล่าว ตำรวจสอบสวนกลาง จึงขอเตือนภัยว่าไม่ควรสูดดมสารเหล่านี้ พร้อมแนะผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้หลงผิดทำตามเทรนด์อันตราย
การโครมมิ่ง Chroming คืออะไร?
การโครมมิ่ง Chroming เป็นรูปแบบหนึ่งของการเสพสารเสพติด ที่คนสูดดมสารคล้ายละออง มักจะเป็นสีโลหะหรือผลิตภัณฑ์เคมี เพื่อให้รู้สึกมึนเมา อย่างเช่น สเปรย์สี ยาทาเล็บ สเปรย์ผม และเบนซิน เป็นต้น
สารเหล่านี้ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอน อย่างเช่น ทูลูอีน สามารถกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกแห่งความสุขที่คล้ายกับการเมา อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการสูดดมสารเหล่านี้อาจถึงแก่ชีวิตได้
อันตรายของการโครมมิ่ง Chroming
- ผลกระทบระยะสั้น การสูดดมไฮโดรคาร์บอนสามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และมีปัญหาในการหายใจ
- ผลกระทบระยะยาว นำไปสู่ความเสียหายที่สมอง การทำงานของตับและไตผิดปกติ ปัญหาหัวใจ และโรคทางประสาทบางกรณีการหายใจเข้าเพียงครั้งเดียวสามารถนำไปสู่ความตายได้
- ความเสี่ยงของการขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะเมื่อบุคคลหายใจเข้าไปจากถุง ทำให้เกิดการแทนที่ออกซิเจน และเพิ่มความน่าจะเป็นของการขาดอากาศหายใจ
วิธีปกป้องคนรุ่นเยาว์จากเทรนด์การโครมมิ่ง Chroming
- ผู้ปกครอง ครู และผู้นำชุมชนต้องมีบทบาทเชิงรุก ในการให้ความรู้กับเยาวชน เกี่ยวกับอันตรายของการโครมมิ่ง เริ่มจากการตระหนักรู้ การเข้าใจว่าวัสดุในบ้านประจำวันที่สามารถถูกใช้ในทางที่ผิด เป็นสิ่งสำคัญในการรับรู้สัญญาณของการโครมมิ่งและการป้องกัน
- จัดเก็บเคมีภัณฑ์ในบ้านไว้ในที่ปลอดภัย เก็บผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น สเปรย์สี อุปกรณ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอโรซอลให้ถูกล็อคหรือกำจัดอย่างเหมาะสม จะช่วยจำกัดการเข้าถึง
- การสื่อสารที่เปิดเผย พูดคุยกับลูก ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงของการใช้โครมมิ่ง ใช้ความเห็นอกเห็นใจในการเข้าหาหัวข้อนี้ ฟังข้อกังวลของพวกเขา และสนับสนุนให้พวกเขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่ปลอดภัย
- ตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดีย ทราบถึงเนื้อหาที่ลูกกำลังบริโภคออนไลน์ ใช้การควบคุมของผู้ปกครองเพื่อลดการสัมผัสกับแนวโน้มที่อาจเป็นอันตราย
- ดูสัญญาณทางกายภาพ สังเกตอาการต่าง ๆ อย่างเช่น มีเลือดกำเดาไหลบ่อย แผลรอบปากหรือจมูก หรือคราบโลหะบนผิวหนัง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการใช้โครมมิ่ง
- ค้นหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หากสงสัยว่าลูกกำลังประสบปัญหากับการใช้สารเคมี มองหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี..งวดวันที่ 17 มกราคม 69
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพยาบาลยุภารักษ์ สุขวรรณดี ที่เสียชีวิตขณะดูแลผู้ป่วย
อันตรายที่อาจเกิดจากการกินผลไม้ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
ไขความลับมะม่วง 5 สายพันธุ์ยอดฮิต คนไทยกินมากที่สุด
สัตว์เพียงชนิดเดียว ที่เคยมีชื่อเป็นอดีตสัตว์ป่าสงวนของไทย











