ลานจอดรถปริศนา เมื่อ "พลังงานบางอย่าง" นำทางสู่การค้นพบพระศพกษัตริย์ผู้สาบสูญ
เรื่องราวการค้นพบพระศพของ สมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 (King Richard III) ไม่ใช่แค่การขุดค้นทางโบราณคดีทั่วไป แต่ยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกและสัญชาตญาณอันน่าทึ่ง
ตามปกติแล้ว การค้นหาทางโบราณคดีจะอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่ในกรณีของริชาร์ดที่ 3 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของอังกฤษจากราชวงศ์แพลนทาเจเนต พระศพของพระองค์กลับสาบสูญไปนานกว่า 500 ปี หลังสิ้นพระชนม์ในสนามรบใกล้เมืองเลสเตอร์ ศพถูกฝังอย่างเร่งรีบในโบสถ์ที่ไม่โดดเด่นนัก และเมื่อโบสถ์นั้นถูกทำลายในยุคการปฏิรูปศาสนา สถานที่ฝังพระศพก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ริชาร์ดที่ 3 ถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะจากบทละครของเชกสเปียร์ ที่วาดภาพพระองค์เป็นชายหลังค่อม ผู้ฆ่าหลานเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ทำให้ผู้คนในยุคนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับพระศพของพระองค์มากนัก
จุดเริ่มต้นจากความรู้สึกส่วนตัว
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อ ฟิลิปป้า แลงลีย์ (Philippa Langley) นักเขียนบทภาพยนตร์ เกิดความสนใจในเรื่องราวของริชาร์ดที่ 3 เธอรู้สึกว่าข้อกล่าวหาต่างๆ อาจไม่เป็นจริง และเกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะตามหาพระศพของพระองค์ให้พบ ฟิลิปป้าได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ที่สนใจริชาร์ดที่ 3 แม้จะมีการวิจัยที่คาดการณ์ว่าโบสถ์ที่ฝังพระศพน่าจะอยู่ใจกลางเมืองเลสเตอร์ แต่การขุดค้นพื้นที่กว้างขนาดนั้นเป็นเรื่องยากและใช้งบประมาณสูงมาก จึงไม่ได้รับการอนุมัติ
ลานจอดรถและสัญชาตญาณอันน่าทึ่ง
ฟิลิปป้ายังคงมุ่งมั่นค้นคว้าอย่างหนัก เธอนำแผนที่โบราณมาเทียบกับแผนที่ปัจจุบันเพื่อตีวงให้แคบลง จนกระทั่งวันหนึ่งขณะเดินอยู่ในเมืองเลสเตอร์ เธอก็เหลือบไปเห็น ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ถึง "พลังงานบางอย่าง" ที่ทำให้ขนลุกซู่ และเมื่อเธอก้มลงมองที่พื้น ก็พบกับ ตัวอักษร R เขียนอยู่ แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับริชาร์ดที่ 3 แต่สำหรับฟิลิปป้า นี่คือการยืนยันถึงความรู้สึกของเธอ เธอเชื่อมั่นว่าพระศพของริชาร์ดที่ 3 ซ่อนอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีในการรวบรวมข้อมูลและยืนยันกับทีมงาน ในเดือนกันยายน ปี 2012 ฟิลิปป้าก็ได้รับการอนุมัติให้ทำการขุดค้นลานจอดรถแห่งนั้น และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พวกเขาพบ โครงกระดูก อยู่ใต้ลานจอดรถจริงๆ!
การพิสูจน์และการกลับคืนสู่เกียรติยศ
การพิสูจน์ดีเอ็นเอและหลักฐานทางโบราณคดีอื่นๆ ยืนยันว่าโครงกระดูกที่พบคือพระศพของ สมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งเมืองเลสเตอร์และประเทศอังกฤษ การค้นพบนี้ทำให้เกิดการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระองค์ รวมถึงการจำลองใบหน้าจากกะโหลกศีรษะ ซึ่งเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูไม่ร้ายกาจเท่าภาพวาดในอดีต และมีการวิเคราะห์ว่าพระองค์อาจไม่ได้เป็นคนหลังค่อมอย่างที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาที่ว่าพระองค์สังหารหลานชายนั้น ยังคงเป็นปริศนาทางประวัติศาสตร์ต่อไป
ในที่สุด ปี 2015 พระศพของสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ก็ได้รับการประกอบพิธีฝังอย่างสมเกียรติ ณ โบสถ์ในเมืองเลสเตอร์ โดยมีบุคคลสำคัญและเชื้อพระวงศ์ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน รวมถึง เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ นักแสดงผู้รับบทเป็นริชาร์ดที่ 3 ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของพระองค์ด้วย
เรื่องราวการค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า บางครั้งการค้นพบทางโบราณคดีก็อาจเริ่มต้นจาก "ความรู้สึก" และ "สัมผัสพิเศษ" ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์และเปลี่ยนแปลงความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ได้
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
อุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
(หยิบดูด่วน) ทำไมแผงยาต้องมี 'ช่องว่าง' เกินความจำเป็น? ความลับที่คนเกลียดความยุ่งยากต้องรู้ก่อนทิ้งกล่อง!
5 ตึกที่หรูหราและมีความสูงมากที่สุดใน ภาคตะวันออก ของประเทศไทย
ใช้กุญแจมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ทำไมลูกกุญแจต้องมี 'ร่อง' ไม่เท่ากัน? ร่องพวกนี้บอกอะไรเรามากกว่าแค่เปิดประตู
รอน วีสลีย์ แผลในใจวัยเด็กกับ "พี่น้องแกล้งกัน"




