Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาราชาตถาคตเจ้า

โพสท์โดย แสงแห่งโชคชะตา

"ดวงอาทิตย์ กับ ดวงจันทร์ มิอาจไม่ส่องแสง เขาพระสุเมรุอันเป็นราชาแห่งขุนเขา 

อาจจะสั่นไหว
แต่พระธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า 藥師琉璃光如來 หรือ พระพุทธเจ้าหมอ (มหาแพทยราชาพุทธเจ้า ) คำว่า ไภษัชยคุรุ 藥師 แปลว่า พระผู้เป็นบรมคุรุแห่งโอสถรักษาโรค และปกติมักจะวาดภาพพระองค์เป็นสีน้ำเงิน เพราะ ในตำนานของพระองค์มักมีคำกล่าวขานกันว่า

. ทรงเป็นไวฑูรยประภาตถาคต 琉璃光如來 หรือ พระตถาคตเจ้า 如來 ผู้มีแสงรัศมีสีน้ำเงิน ดุจรัตนไวฑูรย์ ซึ่งให้ความรู้สึกของความเย็นสบายดับความเร่าร้อนของโลก เรามักเห็นภาพอยู่ในรูปปางนั่งสมาธิ บนพระเพลามีบาตร ซึ่งทรงถือไว้ด้วยพระหัตถ์ซ้าย ในขณะที่พระหัตถ์ขวาทรงแตะที่พื้นดิน​ ในบาตรของพระองค์บรรจุไว้ด้วยสรรพยาต่างๆ รักษาโรคได้ทุกอย่าง เป็นทิพยโอสถ ชื่อว่า “อคทะ”

.การบูชาพระองค์จะช่วยในการเยียวยาความป่วยไข้ทั้งหลายได้ ทั้งความป่วยไข้ภายนอกที่เกิดจากโรคภัยต่างๆ อุบัติเหตุ คุณไสย และ ความป่วยไข้ภายในจากอวิชชา และกิเลสต่างๆ ส่วนพระหัตถ์ขวาทรงแตะที่พื้นดิน แสดงถึงความหนักแน่นมั่นคงของพระมหาปณิธาน ที่จะช่วยเยียวยาสรรพทุกข์และกิเลสทั้งมวล

.การลงมาสัมผัสพื้นของพระหัตถ์ขาว หมายถึง ถ้าเราต้องการจะเยียวยาสรรพทุกข์ และ กิเลสทั้งมวล เราต้องลงมาสัมผัสกับผู้คน กับ​โลกจริงๆไม่อาจจะปล่อยให้เป็นเพียงความนึกฝันล่องลอยในอากาศได้

.ดังนั้นในทัศนคติของมหายาน​ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่การหนีโลก​ เข้าป่าไปเป็นฤาษีชีไพร​ แต่คือ​ การจาริกออกไป​เพื่อประโยชน์ของชาวโลก​ ถ้าเราเป็นผู้เยี่ยวยาความทุกข์ของสรรพสัตว์​ เราต้องเข้าหาพวกเขาเหล่านั้น​ รับฟังอย่างลึกซึ้ง​ เสมือนความทุกข์นั้นเป็นของเราด้วย​ เราถึงจะสามารถเยียวยาความป่วยไข้ของคนเหล่านั้นได้​

. เปรียบเหมือนหมอต้องลงไปคลุกคลีกับคนไข้​ จึงจะสามารถวิเคราะห์อาการป่วย​ รู้สมมุติฐานของโรค​ และ​เจียดยารักษาได้​ เช่นนั้นแหละ​ การรับฟัง และโอบกอดความทุกข์ของผู้อื่น​ จะทำให้เราสามารถเจียดยา​ คือ​ พระธรรมได้ถูกต้อง​ พุทธศาสนาในมุมนี้จึงเป็น​ "พุทธศาสนาเพื่อการรับใช้สังคม"

.สำหรับ พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า 藥師琉璃光如來 นึ้นั้น​ ในบรรดาประเทศที่นับถือพุทธมหายาน เช่น จีน ธิเบต เกาหลี ญี่ปุ่น นั้นพระองค์ มักถูกกล่างถึงมาช้านาน โดยเฉพาะในพิธีกรรมของฝ่ายพุทธมหายาน จึงมักมีการอัญเชิญนามของพระองค์มาสาธยาย โดยเฉพาะในงานมงคลต่างๆ เช่น งานวันเกิด ต่ออายุเสริมชะตา

.ส่วนคนไทยรู้จักพระพุทธเจ้าองค์นี้บ้างแล้วในชื่อพระกริ่ง ความจริงพระองค์เป็นที่รู้จักในบริเวณนี้อยู่แล้วมาช้านาน เพราะบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งรุ่งเรืองของพุทธมหายานมาก่อน

.เสถียรโกเศศ - นาคประทีป กล่าวไว้ว่า หนังสือของท่าน "ลัทธิของเพื่อน" ว่า " ในพงศาวดารเขมรกล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ. ๑๗๒๔ ~ ๑๗๔๔ ) กษัตริย์ขอมเพียงพระองค์เดียวที่ทรงหันมานับถือพุทธมหายาน ทรงให้สร้างโรงพยาบาลทั่วไปในอาณาจักร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า 藥師如來 เพื่อประโยชน์แก่คนเจ็บป่วย ไม่เลือกชั้นวรรณะ โรงพยาบาลเหล่านี้เรียกว่า อโรคยาศาล (มีจํานวน ๑,๒๖๐ แห่งทั่วพระราชอาณาจักร)"

. ศิลาจารึกอโรคยาศาล บันทึกไว้ว่า" พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กล่าวว่า โรคที่เบียดเบียนร่างกายของประชาชนนั้น กลับกลายเป็นโรคทางใจ ถึงแม้ว่าทุกข์นั้นจะใช่เป็นของตนเอง แต่ความทุกข์ของราษฎรเปรียบเหมือนทุกข์ของผู้ปกครอง (พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗) "

.ส่วนในจารึกปราสาทตาพรหม โศลกที่ ๑๑๗ ได้กล่าวว่า "พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสถาปนาโรงพยาบาลขึ้น ๑๐๒ แห่ง ในแต่ละจังหวัดพร้อมทั้งรูปเคารพ (พระไภษัชยคุรุ และ อื่นๆ ) ๗๙๘ องค์ไว้ ณ. ที่นั้นด้วย"

ในวรรณกรรมมหายาน มีพระสูตรที่เกี่ยวข้องกับพระองค์อยู่ ๒ พระสูตร คือ

๑. ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร
เล่มนี้แปลสู่จีนพากษ์ โดยพระตรีปิฎกธราจารย์เฮี้ยนจั๋ง (พระถังซำจั้ง) ในปี พ.ศ. ๑๑๙๓.

๒. ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร เล่มนี้ พระมหาสมณะงี้เจ่ง สมัยราชวงศ์ถัง แปลสู่จีนพากษ์ ในปี พ.ศ. ๑๒๕๐.

.ทั้ง ๒ พระสูตร มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ต่างแต่ว่าในพระสูตรหลังบรรยายถึง พุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าองค์อื่นด้วย จำนวน ๗ พระองค์ อันประกอบไปด้วย

๑. พระพุทธสุนามยศศิริราชาตถาคตเจ้า
๒. พระพุทธรัตนจันทรปรัชญา ประภาศัพทศวรราชาตถาคตเจ้า
๓. พระพุทธสุวรรณรัตนประภามัญชุจริยาสิทธิตถาคตเจ้า
๔. พระพุทธอโศกาวิชยศิริตถาคตเจ้า
๕. พระพุทธธรรมสาครครชิตศัพทตถาคตเจ้า
๖. พระพุทธธรรมสาครชยะ ปรัชญาอภิญญากรีฑาตถาคตเจ้า
๗. พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า

.พร้อมทั้งพระมหาปณิธานของพระพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์

ใน "ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร" บรรยายโลกธาตุทั้ง ๗ นั้นว่า อยู่ไกลออกไปจากโลกของเรา ประดุจดังการนำเอาเมล็ดทรายในแม่น้ำคงคามาเรียงต่อๆ กันไปเป็นระยะห่าง ในที่นี้เราจะเน้นถึงเฉพาะ โลกธาตุแห่งพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า 藥師琉璃光如來 พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๗ นี้เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า พระไภษัชยคุรุ 藥師 สำคัญกว่าพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ อีก ๖ พระองค์แต่อย่างใด

.พระสูตรบรรยายความมั่งคั่ง ร่ำรวย สมบรูณ์สุขแห่งพุทธเกษตรเหล่านั้น แต่ในที่นี้เราจะเน้นที่พุทธเกษตรของ พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า 藥師琉璃光如來 คือ "ศุทธิไวฑูรย์โลกธาตุ" บางพระสูตรอาจแปลว่า “ปูรณจันทรโลกธาตุ” ซึ่งอยู่ห่างจากโลกธาตุของเราไปทางทิศะตะวันออก ผ่านโลกธาตุต่างๆ ไปมากมายเท่ากับจำนวนเมล็ดทรายในแม่น้ำคงคา จำนวนถึง ๑๐ สายรวมกัน

.สังเกตว่า ศุทธิไวฑูรยโลกธาตุ อยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น สื่อว่า การเริ่มชีวิตใหม่ การรู้แจ้งประดุจดวงอาทิตย์ที่รุ่งโรจน์เปล่งแสงยามรุ่งอรุณทางบูรพาทิศ

ณ. ศุทธิไวฑูรยโลกธาตุ มีความวิจิตรอลังการ เหมือนกับแดนสุขาวดีของ "พระอมิตาภพุทธเจ้า 阿彌陀佛" ทุกประการ โดยไม่ผิดเพี้ยนแตกต่างกันเลย พื้นแผ่นดินแห่งพุทธเกษตรแห่งนั้นเป็นทองคำ ราบเรียบเสมอกัน มีสายลมหอมหวานดุจสุคนธ์ทิพย์พัดผ่าน ประดับประดาไปด้วยรัตนพฤกษ์ มีสระโบกขรณี และ เงิน ทอง ไข่มุข แก้วมณีชนิดต่างๆ ปราศจากอบายภูมิ

.ดุจดังพระอมิตาภพุทธเจ้า แห่งสุขาวดีทางทิศตะวัน 極樂世界。阿彌陀佛 พระองค์มีพระเอกอัครมหาสาวกผู้ช่วย ๒ พระองค์เช่นกัน คือ
พระสูรยประภามหาโพธิสัตตว์ 日光遍照菩薩
พระจันทรประภามหาโพธิสัตตว์ 月光遍照菩薩

ซึ่งเป็นบุคลาธิษฐานของมหาปัญญา และ มหากรุณา ปัญญาส่องสว่างด้วยแสงอันแรงกล้าดุจดวงอาทิตย์ ส่วนดวงจันทร์ให้ความสงบนิ่งอ่อนละมุนเหมือน มหากรุณา

.ตามคติพุทธมหายาน การว่ายเวียนในสังสารวัฏนั้นถือเป็นโรคาพาธที่ร้ายแรงกว่าโรคทางกาย และความเจ็บป่วยของเราแต่ละคนนี้ ล้วนมีสมุฏฐานปัจจัยมาจาก วิกัลปะสัญญา และ อาสวะกิเลส

. มหายานมองแบบอายุรเวทตะวันออกโบราณ ที่มองว่า กาย กับ จิต ไม่ใช่เป็นคนละส่วน เพราะ กาย และ จิต ติดกันแน่นมานานแสนนาน เมื่อใจทุกข์ กายก็จะทุกข์ด้วย ถ้าใจสุขกายก็จะสุข ยกตัวอย่างคนที่มีความเครียดมาก ก็มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพไม่สู้ดีนัก เช่น อาจจะป่วยเป็นโรคที่นับเนื่อง มาจากความเครียด เช่น ความดันสูง โรคหัวใจ ซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเปิดโอกาสให้โรคอื่นเข้ามาแทรก

.อย่างไรก็ตาม​ หามองผ่านมุมของสุญญตา เนื่องจากโดยความจริงแล้ว ก็ไม่มีสภาวะที่ยืนยงใด ๆ ดังนั้น ไม่มีใครเป็นผู้เสวยทุกข์จากความเจ็บป่วย หรือ ไม่มีผู้เจ็บป่วยเลยมาตั้งแต่ต้น เพราะอาศัยการประชุมแห่งมหาภูตรูป ๔ จึงมีบัญญัติเรียกว่า สรีระ

. แต่มหาภูตรูป ๔ นี้ ปราศจากผู้เป็นเจ้าของ หรือ ตัวตน มีธรรมชาติที่แท้เป็นเป็นอนัตตา เพราะเราเชื่อว่ามีตัวฉัน จึงมีความเจ็บป่วยของฉัน บังเกิดขึ้นตามมา ถ้าความเข้าใจผิดเรื่องฉันดับไป ก็จะไม่ความป่วยไข้ของฉัน สรีระนี้เป็นแต่สภาวธรรมมาประชุมกัน

. ดังนั้นจึงมีแต่สภาวธรรมเท่านั้น ที่เกิดขึ้น สภาวธรรมเท่านั้นที่ดับไป ความเจ็บป่วยก็สักแต่ว่า เป็นเพียงอาการปรากฏของสภาวธรรมมาประชุมกันเท่านั้น ไม่ใช่ของใคร เมื่อเข้าใจเช่นนี้ก็ละความป่วยไข้ของโรคแห่งอหังการความยึดถือว่า “ตัวฉัน” ละมมังการ ความยึดถือว่า “ของของฉัน” ได้ นั้นคือการหายขาดจากโรคร้ายในทัศนะมหายาน

.ส่วนคติความรุ่งเรืองแห่งพุทธเกษตรของ พระพุทธไภษัชยคุรุฯ 藥師琉璃光如來 นั้นเล่า ก็สะท้อนร่องรอยของความปรารถนาของมนุษย์ ที่แสวงหาโลกที่ซึ่งตนสามารถใช้ชีวิตที่สูงส่งและดีงามไดั พระสูตรสะท้อนความคิด ความห่วงใยที่มีต่อโลก ต่อเพื่อนมนุษย์ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ ความไม่มั่นคงของชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ปัญหาการแบ่งแยกเอารัดเอาเปรียบกัน ความตกต่ำของศีลธรรม ผ่านพระมหาปณิธานของพระองค์ ที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้เยียวยาความป่วยไข้ของโลก

"ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร" กล่าวว่า “การจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก แต่เมื่อเกิดมาแล้วได้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยนั้นยากยิ่งกว่า แต่การได้พบพระตถาคตเจ้า 如來 นี้ยังยากยิ่งกว่า จึงหวังว่าท่านสาธุชนทุกท่าน จะเลือกเฟ้นเอาประโยชน์อย่างสุดกำลัง”

.คำว่า "ประโยชน์อย่างสุดกำลัง" ในที่นี้ก็คือ การเอาพระมหาปณิธานของพระตถาคตเจ้า 如來 เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตนั้นเอง คือ แบบอย่างในการดำเนินชีวิตเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น นัยยะคือ เราควรมีปณิธานที่จะเรียนรู้ธรรม ศึกษาธรรม แต่ไม่ใช่แค่เพื่อเยียวยาตนเองเท่านั้น แต่เพื่อให้เราสามารถเป็นแสงสว่างให้แก่ผู้อื่นที่มืดบอดได้ด้วย

พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเจ้า藥師琉璃光如來 ทรงมีพระมหาปณิธาน ๑๒ ประการดังนี้

๑. หากเราจักตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้วรกายแห่งเรามีรัศมีสว่างไปในโลกธาตุทั้งปวงไม่มีขอบเขต ฉายแสงประภาสอันประมาณมิได้ ส่องสว่างไปโดยไร้ขอบเขต ดุจรัศมีของรัตนไวฑูรย์ ปราศจากมลทิน
และความหมองเศร้า

( อธิบายเพิ่มเติมเราจะเห็นว่า คติตรงนี้สะท้อนความคิดเรื่องแสงแห่งธรรม ซึ่งเยียวยาความป่วยไข้จากโรคอวิชชาของโลกทั้งปวง กายในที่นี้ก็คือ "ธรรมกาย" แสงแห่งธรรมของพระองค์นั้นเอง ที่สามารถส่องสว่างไปในโลกธาตุทั้งปวงไม่มีขอบเขต ทะลุผ่านม่านหมอกมายาภาพทั้งปวง และนำความสว่างไสวมาสู่หัวใจของผู้คน )

.พระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคเจ้า 藥師琉璃光如來 ทรงประกอบไปด้วย
ทวัตติงสะมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ อสีตยานุพยัญชนะลักษณะ ๘๐ ประการ
เป็นอลังการแห่งกาย ทรงมีพระมหาปณิธานว่า "จะยังให้สรรพสัตว์ทั้งปวงเสมอเหมือนเราโดยมิแตกต่าง"

( อธิบายเพิ่มเติม​ คำว่า​ "จะยังให้สรรพสัตว์ทั้งปวงเสมอเหมือนเราโดยมิแตกต่าง" หมายความว่า จะทรงพยายามช่วยให้สรรพสัตว์บรรลุโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า ผู้มีคุณสมบัติไม่ต่างจากพระองค์ )

๒. จะช่วยให้สรรพสัตว์ตื่นจากความโง่เขลา กล่าวคือ สรรพสัตว์ผู้ดำเนินเที่ยวไปในความมืดมนอันธการ

.หากในอนาคตเราจักตรัสรู้แล้วไซร้ ขอให้สรรพสัตว์เหล่านั้นเมื่อได้ยลประภาสแห่งเราตถาคต (คือแสงแห่งธรรมแห่งเรา) ความโง่เขลาที่ปิดบังอยู่ จักถูกเปิดออก

๓. จะช่วยให้สรรพสัตว์ถึงพร้อมด้วยของใช้ทั้งปวง
(อธิบายเพิ่มเติม พระพุทธไภษัชยคุรุตถาคตเจ้า 藥師如來 คือ โพธิจิต​ หรือ​ จิตแห่งรัก และโพธิจิตก็คือแก้วสมความปรารถนา ความคิดเรื่องโพธิจิตถือได้ว่าเป็นหัวใจของมหายาน ซึ่งประกอบด้วยความคิดสำคัญๆ คือการมุ่งมั่นที่จะตรัสรู้ การกระทำตนให้เป็นประโยชน์แก่โลก และการลงมือปฏิบัติจริง โดยไม่สั่นคลอนความตั้งใจ คือจะช่วยให้สรรพสัตว์ถึงพร้อมด้วยของใช้ทั้งปวง ซึ่งจำเป็นสำหรับความหลุดพ้น คำว่า​ "ของใช้ทั้งปวง" ในที่นี้ หมายถึงปัจจัยทั้งมวลที่ช่วยให้บุคคลข้ามห้วงสังสาระ อันข้ามได้ยากนั้นเอง

.มนุษย์มีความทุกข์ มีความวุ่นวาย มีปัญหาความขัดแย้ง เอารัดเอาเปรียบกันก็เพราะความเห็นแก่ตัว มหายานจึงเสนอความคิดที่ค่อนข้างจะตรงข้ามกับจิตสำนึกตามธรรมชาติของเรา คือ ให้เราเห็นประโยชน์ของผู้อื่นเหนือตนเอง หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ใช้ชีวิตไปบนหนทางที่เบียดเบียนผู้อื่น ทั้งทางกาย วาจา ใจ ถ้าความเห็นแก่ตัวนำมาซึ่งปัญหา การเห็นแก่ผู้อื่น ก็คือทางแก้ปัญหา คือที่มาของความสุขที่แท้

.กวีกล่าวว่า "เมื่อบุคคลบ่มเพาะโพธิจิตขึ้นมาได้นั้น ก็ประดุจว่า เขาได้รับแก้วมณีสารพัดนึกมาไว้ในมือ แก้วมณีอันมีค่าซึ่งสามารถบันดาลความสุขทุกอย่างให้แก่ผู้ครอบครอง" เพราะความสุขที่แท้จะมีขึ้นได้ท่าม
กลางความรักเท่านั้น ความรักให้พลังในการเยียวยาความป่วยไข้ของจิตใจ นำพาความหมายมาสู่การมีชีวิต เมื่อชีวิตมีความรัก มีเมตตาจิต ก็เสมือนมีแก้วสารพัดนึกมาครอบครอง

๔. จะช่วยให้สรรพสัตว์หันมานับถือมหายานธรรม มุ่งสู่ความเป็นพระพุทธเจ้า

(อธิบายเพิ่มเติม​ พระพุทธไภษัชยคุรุตถาคตเจ้า 藥師如來 ทรงเป็นยอดคุรุ คือ พระองค์จะสร้าง "คุรุพุทธเจ้า" ไม่ใช่พุทธสาวก พระองค์จะโยนคนทั้งหลายให้ไปพบ "พุทธภาวะ" ที่มีอยู่ในตัวของเขาเอง​ คือ​ ปัญญา และกรุณา นี่คือ ครูที่แท้จริง​ คุรุแท้ต้องสร้างคุรุ​ และ​ตราไว้ว่า ครูที่แท้จริงไม่ได้ให้ปัญญากับเรา แสงสว่างกับเรา แต่จะเขาเราให้ไปพบแสงสว่างที่มีอยู่แล้วในตัวเราเอง​ ​ ช่างน่าอัศจรรย์

๕. จะช่วยให้สรรพสัตว์มีศีลบริสุทธิ์

(อธิบายเพิ่มเติม​ ศีลหรือสภาวะอันเป็นปกติของชีวิต คือ รากฐานของชีวิตอันอุดม ศีลไม่ใช่ขื่อคาพันธนาการ แต่คือ ข้อปฏิบัติบ่มเพาะสติ (ปราศจากสติ​ และ​ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งหรือปัญญา​ ศีลก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้​ )​ และ​เพื่อปกป้องอิสรภาพของจิตใจของเราเอง รวมทั้งศีลยังเป็นการแสดงออกซึ่งความรักความเข้าใจต่อผู้อื่นด้วย เพราะเห็นความจริงว่าทุกชีวิตล้วนปรารถนาความสุข ไม่ต้องการความทุกข์ ดังนั้นการละเมิด เช่น การทำร้ายกัน การเอาเปรียบ การใช้วาจาที่ทำร้าย หลอกลวงกันย่อมเกิดไม่ได้
นี่คือศีล

๖. จะช่วยให้สรรพสัตว์มีกายสมบูรณ์ ในพระมหาปณิธานข้อนี้มีว่า "เมื่อเราตถาคตมาอุบัติยังโลก และบรรลุพระโพธิญาณแล้ว หากสรรพสัตว์มีอินทรีย์ทั้งปวงมิสมบูรณ์ ร่างกายอัปลักษณ์ เนตรบอด โสตหนวก โอษฐ์ใบ้ นิ้วมือเท้างอหงิก หลังค่อมโก่งงอ เป็นโรคกุษฐัง สติวิปลาสมิสมประดี มีโรคทุกข์นานารุมเร้าเสียดแทงอยู่ หากได้สดับนามของเรา และสรรเสริญระลึกถึงด้วยที่สุดแห่งใจ จักบรรลุศุภลักษณะที่งดงาม สรรพโรคามลายสิ้น"

(อธิบายเพิ่มเติม​ คตินี้ก็คือ​ ปกติเราจะรู้สึกขาดพร่องตลอดเวลาในสังสาระ​ เราก็เลยแสวงหานั่นนี่มาเติมเต็มความรู้สึกพร่อง​ นี่ไม่ใช่แค่ความร่ำรวย​ ชื่อเสียง​ เกียรติยศเท่านั้น​ แค่เรารู้สึกพร่อมแม้กระทั้งในระดับจิตวิญญาน ในคำสอนทางจิตวิญญาณ​ เราอยากได้นิพพานไม่เอาสังสาระ​ ซึ่งลึกๆ มันก็คือกลลวงเพื่อที่จะหลอกตัวเอง​ หรือ​ ตอกย้ำความมีตัวตนอยู่ของเรา​ (ซึ่งไม่ได้มีอยู่จริง)​ จิตสำนึกเราจึงแกว่งจากนี่ไปนั่น​ อยากได้นั่น​ ไม่อยากได้นี่​ เราถึงไม่เคยมีความสุข​
ดังนั้นเราก็เลยไม่ต่างจากคนพิการ​ เรายังไม่เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ หรือมนุษย์ที่แท้จริงอย่างที่เราควรเป็น​)

.คำว่า​ "นามแห่งเรา" ในที่นี้คือ รสของอมตะธรรม แห่งสุญญตา หากจิตตั้งมั่นอยู่ในสุญญตา ก็จะพบกายสมบรูณ์ ก็คือ ค้นพบกายแท้ หรือ ธรรมกายในหัวใจของเรานั้นเอง ค้นพบธรรมแท้ พุทธกายแท้ในตัวเอง และ สรรพโรคามลายสิ้น เราจะพบว่าสิ่งทั้งปวงล้วนสมบูรณ์นั้นเรามีอยู่แล้ว และนิพพานก็มีอยู่แล้วท่ามกลางสังสาระ เหมือนดังร่างกายอัปลักษณ์นั้น เป็นแค่เงาสะท้อนของ ร่างกายที่แท้จริงที่อินทรีย์ทั้งปวงมิสมบูรณ์​ เมื่อเราหยุดอยากได้อยากมีอยากครอบครอง​ เราดับสิ้นซึ้งตัญหาทั้งมวลด้วยพระธรรม​ เราย่อมพบอิสรภาพทางจิตวิญญาณ​ เราจะไม่รู้สึกพร่องอีกต่อไป​​ และ​ เราก็จะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง​ และ​สมบรูณ์​

๗. จะช่วยให้สรรพสัตว์พ้นจากความยากจน

(อธิบายเพิ่มเติม​ดังนี้ คำว่า "ความยากจน" ในที่นี้คือ​ ความยากจนในหัวใจ เราเป็นพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ เราจึงเหมือนคนยากจน เหมือนวณิพก และเราก็เที่ยววิ่งวุ่นไปนั้นนี่ นี่นู้น เพื่อจะหาอะไรสักอย่างมาเติมเต็มความรู้สึกขาดไม่สมบรูณ์ แต่ถ้าเรารู้ว่าเรานั้นเป็นเศรษฐีอยู่แล้ว เพียงแค่หลับฝันไปว่าเป็นวณิพก เพราะอวิชชาเท่านั้น เมื่อเราพบว่าเราเป็นเศรษฐี เราก็จะพ้นจากความยากจน แรงปรารถนาที่ผูกมัดที่สร้างความหงุดหงิดไม่พอใจในตัวเองของเราได้
เราจะพบความมั่งคั่งขุมทรัพย์ในตัวเอง

๘. จะช่วยให้สตรีได้เป็นบุรุษตามปรารถนา​ ไร้นามสตรีเพศ

(อธิบาย​เพิ่มเติมดังนี้​ "ช่วยให้สตรีได้เป็นบุรุษตามปรารถนา" หมายถึงที่นั้น จะไม่มีการแบ่งแยกหญิงชายอีกต่อไป ซึ่งเป็นการสวนกระแสของสังคมอินเดีย​ ในยุคที่พระสูตรถูกรจนาขึ้นมาอย่างชัดเจน ซึ่งผู้หญิงมีชีวิตไม่ต่างจากทาสของสามี และแม่สามี)

.นอกจากนี้คำว่า​ "ไร้นามของสตรีเพศ" ยังหมายถึง ความเป็นหนึ่ง เหนือทวิภาวะ หรือมีธรรมชาติเป็นความว่างหรือสุญญตา เพราะความเป็นชายเกิดจากความเป็นหญิง เมื่อปราศจากความเป็นหญิง หรือไร้นามของสตรีเพศ ก็ไม่มีบุรุษอีกต่อไป โลกธาตุนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียม​ และ​ไม่แบ่งแยก กล่าวคือ​ พุทธ - โพธิสัตตว์ ย่อมขึ้นอยู่เหนืออคติทางเพศ

๙. จะช่วยให้สรรพสัตว์พ้นจากอุบายของมาร

(อธิบายเพิ่มเติม​ "มาร" ในที่นี้ คือ อวิชชา/กิเลส/ความคิดปรุงแต่งนั้นเอง ซึ่งเป็นรากเหง้าของชรามรณะ ความทุกข์ (ตามหลักปฏิจจสมุปบาท)​

๑๐. ช่วยให้สรรพสัตว์พ้นจากโทษทัณฑ์ทางอาญา

(อธิบายเพิ่มเติม​ คำว่า​ "โทษทัณฑ์ทางอาญา" คือ ตัญหา อุปทาน ที่ผูกมัดจิตของสรรพสัตว์อยู่ ดุจดังต้องโทษทัณฑ์ทางอาญา หรือกำลังจะขึ้นลานประหารตลอดเวลา

๑๑. จะช่วยให้สรรพสัตว์พ้นจากการทำชั่วเพื่อเลี้ยงชีพ

(อธิบายเพิ่มเติม​ คือ​ ตั้งอยู่ในการมีสัมมาอาชีวะนั้นเอง คือ​ เราจะไม่ประกอบอาชีพที่เบียดเบียนโลก​ และ​ผู้อื่น​ นอกจากนี้ยังรวมถึงการมีชีวิตพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์ด้วย​ มนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นกับการงานที่เขาทำ หากเขาใช้ชีวิตด้วยความตื่นรู้ในการทำงาน​ การทำงานของเขาก็จะ​เป็น​ สัมมาอาชีวะ​ เป็นมรรคไปสู่ความรู้แจ้งได้

๑๒. ช่วยให้สรรพสัตว์พบกับความสมบูรณ์ทั้งสิ้น ได้รับอาภรณ์ที่ดีเลิศ เครื่องประดับรัตนะ เครื่องดนตรี ของหอม ดอกไม้นานาชนิดอย่างบริบูรณ์ ไกลจากทุกข์เศร้าหมองทั้งปวง

( อธิบายเพิ่มเติม คำว่า" อาภรณ์ที่ดีเลิศ เครื่องประดับรัตนะ เครื่องดนตรี ของหอม ดอกไม้นานาชนิดอย่างบริบูรณ์ " ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา รวมทั้ง บารมี ๖ นั้นเอง ในที่นี้ก็คือ จะช่วยให้สรรพสัตว์พบกับความสมบูรณ์ของศีล สมาธิ ปัญญา รวมทั้ง บารมี ๖ ซึ่งเป็นเครื่องช่วยให้ไกลจากทุกข์เศร้าหมองทั้งปวง)

เห็นว่าแก่นแท้ของพระมหาปณิธาน ๑๒ ประการ ก็คือ มหากรุณานั้นเอง บุคคลผู้ตั้งมั่นในมหากรุณา มีจิตมั่นคงแน่วแน่เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์อันไม่มีประมาณ และไม่มีวันเลิกล้มความคิดนั้น บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ของเขาย่อมดุจดังท้องฟ้า และแม้ว่าเขาจะยังถูกจองจำอยู่ในสังสารวัฏ แต่เขาก็ได้กลายเป็นบุตร และธิดาของพระพุทธเจ้า เขาจึงคู่ควรกับการบูชาจากมนุษย์และเทวดา มหากรุณาคือ หัวใจของโพธิสัตตวจรรยา

ใน "วิมลเกียรตินิรเทศสูตร"
ท่านวิมลกีรติอุบาสกโพธิสัตตว์ กล่าวว่า “

เพราะเหตุที่สรรพสัตว์เจ็บป่วย ข้าพเจ้าจึงต้องเจ็บป่วย ถ้าหากสรรพสัตว์พ้นจากความเจ็บป่วย ความเจ็บป่วยของข้าพเจ้าก็ย่อมดับสูญไปเอง ข้อนั้นเพราะเหตุดังฤๅ ? เพราะว่าพระโพธิสัตตว์ย่อมอาศัยสรรพสัตว์เป็นที่ตั้ง จึงมาสู่ความวนเวียนแห่งชาติมรณะ

.ครั้นเมื่อยังมีชาติมรณะอยู่ ก็ย่อมมีความเจ็บป่วยอยู่ตามธรรมดา ก็ถ้าว่าสรรพสัตว์พ้นจากความเจ็บป่วยได้ พระโพธิสัตตว์ย่อมปราศจากอาพาธใด ๆ รบกวนอีก

.อุปมาดั่งคฤหบดีผู้มีบุตรแต่เพียงคนเดียว เมื่อบุตรนั้นล้มเจ็บ บิดามารดาก็ย่อมพลอยเจ็บตามไปด้วย ครั้นบุตรนั้นหายเจ็บ บิดามารดาก็พลอยหายเจ็บไปด้วย ฉันใด พระโพธิสัตตว์ก็มีอุปไมยดุจเดียวกับแม้ฉันนั้น กล่าวคือมีความกรุณาเมตตาต่อสรรพสัตว์เช่นบุตรในอุทร เมื่อสรรพสัตว์เจ็บ ก็เท่ากับพระโพธิสัตตว์เจ็บ เมื่อสรรพสัตว์หายเจ็บ ความเจ็บของพระโพธิสัตตว์ก็ย่อมสูญหายไป

.อนึ่ง พระคุณถามว่า สมุฏฐานแห่งอาพาธเนื่องมาจากอะไร ? ข้าพเจ้าขอวิสัชนาว่า เหตุแห่งอาพาธของพระโพธิสัตว์นั้น มีพระมหากรุณาเป็นสมุฏฐานด้วยดั่งนี้แล "

ในพระสูตร "ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร" ที่พระพุทธศากยมุนีพุทธเจ้า 本師釋迦牟尼佛 ตรัสว่า

"อานนท์ ! หากเราตถาคตจะพรรณาโพธิสัตตวจรรยาอันไม่มีที่สิ้นสุด สดุดีพระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ในกุศโลบายที่ทรงสั่งสอนธรรมขัดเกลาเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ตลอดจนพระมหาปณิธานอันไม่มีประมาณของพระองค์ แม้จะพรรณาจนสิ้นกัลป์ ก็ยากที่จะพรรณนาพระจรรยาปณิธาน และพระกุศโลบายต่างๆให้หมดสิ้นไปได้"

.ขอให้สังเกตว่า การที่นิกายมหายานหยิบยกเอาความคิดเรื่องมหากรุณาขึ้น มาเน้นถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญในสังคมอินเดียทีเดียว ในสังคมนั้นคนอินเดียเชื่อคติเรื่องกรรมเก่า หมายความว่า ถ้าชีวิตเราทุกข์ยากนั้น​ ก็เพราะชาติที่แล้วเราทำกรรมชั่วร้ายเอาไว้ ถ้าชีวิตของเราดีงาม มีแต่ความมั่งคั่ง เกิดในวรรณะที่สูง จะทำอะไรๆก็ดูสำเร็จ นั้นก็​เพราะ​ชาติที่แล้วเราประกอบกุศลธรรมเอาไว้มาก

. ดังนั้นที่อินเดียแม้จนทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าจะไม่มีองค์กรการกุศล ความคิดเรื่องการบริจาคช่วยเหลือ เกื้อกูลคนอื่นเลย หรือถ้ามีก็มีน้อยมาก เพราะการที่คนๆ หนึ่งทุกข์ยากก็เป็นเพราะกรรมของเขา และ​เราไม่ควรเข้าไปยุ่งยากกับความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ เพราะนั้นเท่ากับเรากำลังไปขัดขวางการชดใช้กรรมของเขา และ เรากำลังเป็นต้นเหตุให้ชาติหน้าคนคนหนึ่งต้องเกิดมามีชีวิตที่ตกต่ำอีก

. อินเดียจึงเป็นประเทศที่คงความทุกข์ยากมากที่สุด และยาวนานที่สุดของโลกจวบจนทุกวันนี้ ดังนั้นการที่มหายานชูประเด็นดังกล่าว จึงนับว่าเป็นคติในระดับของการปฏิวัติความคิดทีเดียว

มหากรุณา ประกอบด้วยองค์ประกอบ ๔ ประการ

๑.การบ่มเพาะความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและไม่หวังสิ่งใดตอบแทน สิ่งนี้เรียกว่า ความเมตตา

๒. การตั้งจิตของท่าน ให้มั่นบนหนทางของความปรารถณาให้ผู้อื่นประสบแต่ความสุข สิ่งนี้เรียก ความกรุณา

๓. การให้ชีวิตของท่าน นำพาเอาแต่ความยินดีเบิกบานมาสู่ตนเองและผู้อื่น นี่คือ ไมตรีจิต หรือ มุทิตา

๔. การไม่ปล่อยให้ความลำเอียง อคติใดๆ มาบั่นทอนธรรมสามข้อแรก เรียกว่า อุเบกขา

.ในทิเบต อ.ชาวทิเบตนามว่า เกเช เชคาวา ได้พัฒนาวิธีการปฏิบัติที่ใช้การได้ขึ้นในการบ่มเพาะมหากรุณาขึ้นมา คือในราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ ๑๑ การปฏิบัตินี้ เรียกว่า ทงเลน ท่านเกเช เชคาวาได้รับแรงดลใจของการปฏิบัติในรูปแบบนี้ จากข้อความหนึ่งที่ท่านอ่านพบ ข้อความนั้นมีว่า

"จงมอบประโยชน์ทั้งหลายของท่านให้แก่ผู้อื่นเสีย และ รับเอาความเสียหายพ่ายแพ้มาเป็นของตน และ ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตาม ท่านต้องปฏิบัติตามนี้ หากท่านต้องการบรรลุถึงพุทธภาวะ"

(ข้อความดังกล่าวมาจากโศลกทั้ง​ ๘​ ของท่าน Geshe langri tangpa หรือ​ Eight Verses of Training the Mind)​

. ในการปฏิบัติทงเลน ท่านเกเซ แนะนำว่า "ขั้นแรกท่านต้องนั่งสำรวมจิต ปล่อยให้ความคิดของท่านสงบลงไป เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว จงหายใจ หายใจเข้า เราจะแบกรับเอาความทุกข์โศกทั้งหมดของโลกเขามา หายใจออกเราจะมอบความดีงาม กุศลธรรมทุกอย่างในตัวเราออกไปเพื่อเยียวยาโลก" ขอให้สังเกตว่าวิธีการนี้เราจะทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสามัญสำนึกของเราที่มักจะชอบนำสิ่งดีมาสู่ชีวิตมากกว่า สิ่งแย่ๆ แต่วิธีทองเลนนี้เราจะทำสิ่งที่ตรงข้าม "

.สังเกตว่า​ วิธีการนี้ค่อนข้างเรียบง่าย (ตราบเท่าที่คุณยังไม่ได้ลงมือทำ จริงถ้าลองทำคุณจะพบว่าจริงๆ ก็ไม่ง่ายนัก) แต่จริงๆวิธีปฏิบัติที่ได้ผลและลึกซึ้งจริงๆ ก็มักเป็นวิธีที่เรียบง่ายแบบนี้เสมอ นี่คือความลับ ด้วยวิธีการแบบนี้ จะช่วยแปรเปลี่ยนจิตใจที่หยาบกระด้างของเรา ให้ค่อยๆอ่อนนุ่ม และมีเมตตาธรรมมากขึ้น

.กล่าวกันว่า​ มีมหายักษ์เสนาบดีอีก ๑๒ ตน มีความเลื่อมใสในพระไภษัชยคุรุพุทธ 藥師如來 เป็นพิเศษ​ โดยทั้ง ๑๒ ตนนี้มีบริวารอีกตน ๗,๐๐๐ ตน โดยมหายักษ์เสนาบดีทั้งหมดนี้ได้ประกาศสัจจะ ปกปักรักษ์พุทธศาสนิกชนที่ตั้งมั่นในศีลธรรม มีความกตัญญู และศรัทธาในพระไภษัชยคุรุพุทธ 藥師如來 ให้ร่มเย็นรอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง พร้อมจะช่วยให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา​

.มหายักษ์เสนาบดีอีก ๑๒ ตน​ และ​ บริเวณอีก​ ๗,๐๐๐ คืออะไร? หากนำเอา ๑๒ ×๗,๐๐๐ จะเท่ากับ ๘๔,๐๐๐ ซึ่งเท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์พอดี ดังนั้นมหายักษ์เสนาบดีทั้ง​ ๑๒ และ บริวารอีกตน ๗,๐๐๐ ตน จึงเท่ากับ พระธรรมวินัยทั้งหมดนั่นเอง

.เราจะเห็นว่าในขณะที่พระสูตรบรรยายถึงโลกในอุดมคติ เฟ้อฝัน เราอาจจะคิดว่านี่มันเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จะมีสถานที่แบบนั้นได้ยังไง แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่จะมองอย่างลึกซึ้งขึ้น เราจะเห็นว่าพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าเหล่านี้ ไม่ได้ดำรงอยู่ที่ไหนเลย แต่ดำรงอยู่ที่นี่ตรงนี้ในหัวใจของเรา พุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าเหล่านี้ คือ ศักยภาพแห่งความตื่นรู้ และ การประจักษ์แจ้งต่อความจริงแท้ที่อยู่ในตัวเรา ซึ่งเป็นปรีชาญาณแจ่มชัด อันเป็นรากฐานคุณความดีในตัวมนุษย์ ซึ่งถ้านำเอามาใช้ ก็อาจจะช่วยคลี่คลายวิกฤติการณ์บางอย่างของโลกได้ เมื่อใดที่เราตระหนักถึงความจริงนี้ ก็เท่ากับเราได้ไปเยือนแล้ว ซึ่งพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้า แม้ว่าพระสูตรจะบรรยายว่าโลกธาตุเหล่านี้ช่างอยู่ไกลแสนไกล แต่สำหรับคนแบบนี้ พุทธเกษตรเหล่านี้ก็ไปถึงได้เพียงชั่วขณะจิตเดียว

เนื้อหาโดย: แสงแห่งโชคชะตา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสงแห่งโชคชะตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อบรมเสร็จ ครูไม่ได้กลับมือเปล่า! ชาวเน็ตฮือฮาเห็นของเต็มสองมือรอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีเรด้าพัง! รวมเหล่านางฟ้าเกณฑ์ทหาร ประจำปี 2568เส้นจราจรคลื่นแบบนี้ ช่วยลดความเร็วของรถยนต์ได้จริงหรือ?รัสเซียประณามมะกัน หลังมะกันขู่ถล่มอิหร่านฝรั่งงง คนไทยไว้ใจกันเกิน วางของไว้เฉยๆ ไม่มีใครขโมยรอยเลื่อนในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง อยากรู้ห้ามพลาดจีนและสหรัฐฯใช้ TikTok เป็นตัวต่อรองภาษีหนุ่มจีนถูกไล่ออกจากอพาร์ทเมนต์ถึง 2 ครั้ง เพราะนำลูกวัวป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยงสระว่ายน้ำของนางฟ้า Fairy Pools – อัญมณีแห่งเกาะสกายฮีโร่จมูกไว หนูแอฟริกันผู้สร้างสถิติในการตรวจจับวัตถุระเบิด“ภาวะหัวใจสลาย” อกหัก เสียใจมาก ๆ หัวใจจะสลายจนตายได้ไหม ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หนุ่มจีนถูกไล่ออกจากอพาร์ทเมนต์ถึง 2 ครั้ง เพราะนำลูกวัวป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยงเปิดภาพเอ็กซเรย์จากเครื่องมือค้นหาของทหารสหรัฐ อึ้ง!เจอร่างคนติดในกองซากปูนเพียบรัสเซียประณามมะกัน หลังมะกันขู่ถล่มอิหร่านเส้นจราจรคลื่นแบบนี้ ช่วยลดความเร็วของรถยนต์ได้จริงหรือ?ฮีโร่จมูกไว หนูแอฟริกันผู้สร้างสถิติในการตรวจจับวัตถุระเบิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ฝรั่งงง คนไทยไว้ใจกันเกิน วางของไว้เฉยๆ ไม่มีใครขโมยต้นหนุมานประสานกายนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดที่เก็บรักษาไว้ในอําพันอายุ 99 ล้านปีนั้นค่างแว่นถิ่นใต้ (Dusky Leaf Monkey)” สัตว์หน้าตาน่ารักแห่งป่าฝนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง