หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง

เขียนโดย evileyes

เวลาได้ยินคำว่า “ศาล” หลายคนมักนึกถึงห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษานั่งอยู่ด้านหน้า มีโจทก์ จำเลย และทนายความยืนโต้แย้งกัน แต่ศาลในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงแบบเดียว และไม่ได้รับพิจารณาคดีทุกประเภทปะปนกันทั้งหมด

ระบบศาลของไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลทหาร แต่ละศาลมีหน้าที่และเขตอำนาจต่างกัน การจะรู้ว่าคดีหนึ่งต้องไปศาลใด จึงต้องดูทั้งลักษณะข้อพิพาท คู่กรณี และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เลือกจากชื่อศาลที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด

ศาลที่ประชาชนพบเจอบ่อยที่สุดคือ “ศาลยุติธรรม” เพราะรับพิจารณาคดีทั่วไป ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา

คดีแพ่งเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ หรือทรัพย์สิน เช่น กู้เงินแล้วไม่คืน ผิดสัญญาซื้อขาย เรียกค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ แบ่งมรดก ฟ้องหย่า หรือ争เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนคดีอาญาเกี่ยวข้องกับการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิดและมีโทษ เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ทำร้ายร่างกาย ค้ายาเสพติด หรือฆ่าผู้อื่น

ศาลยุติธรรมแบ่งการพิจารณาคดีออกเป็น 3 ชั้น

ชั้นแรกคือศาลชั้นต้น เป็นจุดเริ่มต้นของคดีส่วนใหญ่ ศาลจะรับฟ้อง ตรวจพยานหลักฐาน สืบพยาน และมีคำพิพากษาเบื้องต้น ศาลจังหวัด ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงที่เราได้ยินชื่อกันบ่อย ล้วนอยู่ในกลุ่มศาลชั้นต้น แต่มีเขตพื้นที่และขอบเขตคดีต่างกัน

ศาลแขวงมักพิจารณาคดีที่มีขนาดหรืออัตราโทษอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ส่วนศาลจังหวัดรับคดีแพ่งและอาญาทั่วไปในพื้นที่ที่รับผิดชอบ สำหรับกรุงเทพมหานครมีศาลหลายแห่งแยกกันตามประเภทคดีและเขตอำนาจ เช่น ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ หรือศาลแพ่งธนบุรี

หากคู่ความไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และกฎหมายเปิดทางให้อุทธรณ์ได้ คดีอาจขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่ได้เริ่มพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมดเหมือนศาลชั้นต้น แต่จะตรวจสอบประเด็นที่คู่ความโต้แย้งขึ้นมา ทั้งข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

ชั้นสูงสุดคือศาลฎีกา คดีที่จะขึ้นถึงศาลฎีกาไม่ได้ขึ้นไปได้ทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ บางกรณีต้องขออนุญาตฎีกาและต้องเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว โดยหลักถือว่าคดีถึงที่สุด

ภายในศาลยุติธรรมยังมีศาลชำนัญพิเศษ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาคดีที่ต้องใช้ความรู้หรือกระบวนพิจารณาเฉพาะด้าน

ตัวอย่างที่ใกล้ตัวคือศาลเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจเกี่ยวกับคดีที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด รวมถึงคดีครอบครัว เช่น หย่า อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู การรับรองบุตร และการแบ่งสินสมรส วิธีพิจารณาจะให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของเด็ก เยาวชน และครอบครัวมากกว่าการมองเฉพาะว่าใครแพ้หรือชนะ

ศาลแรงงานพิจารณาข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กระบวนการของศาลแรงงานให้ความสำคัญกับการไกล่เกลี่ย เพราะคู่กรณีอาจยังต้องทำงานหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกันต่อไป

ศาลภาษีอากรพิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศรับคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ความลับทางการค้า และข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ ส่วนศาลล้มละลายดูแลคดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

ศาลอีกระบบหนึ่งคือ “ศาลปกครอง” ทำหน้าที่พิจารณาข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจทางปกครองของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

ตัวอย่างเช่น ประชาชนเห็นว่าคำสั่งของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยไม่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งเกินอำนาจ หน่วยงานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือโครงการของรัฐสร้างความเสียหายต่อชุมชน กรณีเหล่านี้อาจอยู่ในอำนาจศาลปกครอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีใดมีหน่วยงานรัฐเป็นคู่กรณีแล้วจะต้องไปศาลปกครองเสมอ หากหน่วยงานรัฐทำสัญญาซื้อของทั่วไปในลักษณะเดียวกับเอกชน หรือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาเป็นการส่วนตัว คดีอาจอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ต้องดูว่าข้อพิพาทเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือจากความสัมพันธ์ทางกฎหมายแบบใด

ศาลปกครองแบ่งเป็น 2 ชั้น คือศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลางและศาลปกครองในภูมิภาคเป็นศาลชั้นต้น เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

คำพิพากษาของศาลปกครองอาจไม่ได้จบแค่การสั่งให้ฝ่ายหนึ่งจ่ายเงิน ศาลอาจเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง สั่งให้หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ ห้ามการกระทำบางอย่าง หรือกำหนดวิธีเยียวยาความเสียหายตามลักษณะคดีได้

ส่วน “ศาลรัฐธรรมนูญ” ไม่ใช่ศาลสำหรับรับฟ้องคดีแพ่งหรือคดีอาญาของประชาชนทั่วไป หน้าที่หลักคือวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น กฎหมายหรือร่างกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ อำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญทับซ้อนหรือขัดแย้งกันหรือไม่ รวมถึงเรื่องทางการเมืองบางประเภทที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

ประชาชนจึงไม่สามารถเดินเข้าไปยื่นคดีทุกเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง การเสนอเรื่องต้องเป็นไปตามช่องทาง เงื่อนไข และผู้มีสิทธิยื่นคำร้องที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนด บางเรื่องส่งผ่านศาลที่กำลังพิจารณาคดี บางเรื่องเสนอโดยองค์กรหรือบุคคลที่มีอำนาจเฉพาะ

ศาลกลุ่มสุดท้ายคือ “ศาลทหาร” มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร รวมถึงคดีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด บุคคลในอำนาจศาลทหารโดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับทหารประจำการและบุคคลบางกลุ่มที่กฎหมายระบุไว้ ไม่ได้หมายความว่าคดีที่เกิดขึ้นในค่ายทหารทุกคดีจะต้องขึ้นศาลทหาร เพราะต้องพิจารณาสถานะของผู้กระทำ ความผิดที่ถูกกล่าวหา และเงื่อนไขตามกฎหมายประกอบกัน

ในเวลาปกติ ศาลทหารมีลำดับชั้น ได้แก่ ศาลทหารชั้นต้น ศาลทหารกลาง และศาลทหารสูงสุด ลักษณะการดำเนินคดีและองค์คณะตุลาการมีรายละเอียดต่างจากศาลยุติธรรม

ชื่อของศาลบางแห่งอาจทำให้สับสน เพราะเป็นชื่อที่บอกพื้นที่หรือประเภทคดี ไม่ได้หมายถึงระบบศาลใหม่ เช่น ศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลแพ่ง และศาลอาญา ล้วนอยู่ในระบบศาลยุติธรรม ขณะที่ศาลปกครองเชียงใหม่หรือศาลปกครองนครราชสีมาอยู่ในระบบศาลปกครอง

อีกคำที่พบในข่าวบ่อยคือ “แผนกคดี” เช่น แผนกคดีเลือกตั้ง แผนกคดีผู้บริโภค หรือแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำว่าแผนกไม่ได้แปลว่าเป็นศาลระบบที่ห้า แต่เป็นการจัดงานภายในศาลหรือกำหนดกระบวนการพิจารณาเฉพาะสำหรับคดีบางประเภท

ถ้าจะจำแบบง่ายที่สุด ให้เริ่มจากคู่กรณีและต้นเหตุของข้อพิพาท

คนทั่วไปทะเลาะกันเรื่องเงิน สัญญา ทรัพย์สิน หรือมีการกระทำความผิดอาญา มักเริ่มที่ศาลยุติธรรม

ประชาชนโต้แย้งคำสั่งหรือการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ มักเกี่ยวข้องกับศาลปกครอง

ปัญหาว่ากฎหมายหรือการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ

คดีอาญาของบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจศาลทหาร เป็นเรื่องของศาลทหาร

เส้นแบ่งเหล่านี้มีข้อยกเว้นและรายละเอียดทางกฎหมายอยู่ไม่น้อย บางคดีอาจเกิดข้อโต้แย้งด้วยซ้ำว่าควรอยู่ในอำนาจของศาลใด หากต้องดำเนินคดีจริง การดูเพียงชื่อคู่กรณีหรืออ่านจากข่าวอาจไม่พอ ต้องตรวจเอกสาร ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่ใช้กับเรื่องนั้นโดยตรง

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 86 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันพระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง84,000 พระธรรมขันธ์หมายถึงหน่วยของคำสอนไม่ใช่จำนวนหน้าของพระไตรปิฎก10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569ทำไมพระสังกัจจายน์จึงมีพุงใหญ่ทั้งที่คัมภีร์กล่าวถึงพระมหากัจจานะว่าเป็นพระเถระรูปงามพระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริงรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ฮิตสุดในไทย ได้รับความนิยมสูงที่สุดตลอดกาลทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทยเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุปมาเต่าตาบอดเตือนว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์คือโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่านอุปมาถ่มน้ำลายรดฟ้าสอนให้เห็นว่าความคิดร้ายย้อนกลับมาทำร้ายใจตัวเองHouse Edge คือกำแพงคณิตศาสตร์ที่ทำให้คาสิโนได้เปรียบเมื่อเล่นนานพอเหรียญออกหัวติดกันห้าครั้งไม่ได้ทำให้ครั้งต่อไปมีโอกาสออกหัวมากขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่