Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า กระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์
Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า กระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์
Oligio เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่กำลังมาแรง ด้วยการใช้ คลื่นวิทยุ RF (Radio Frequency) เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ใบหน้าดูเรียวชัดขึ้น มาพร้อมนวัตกรรมที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการ ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
Oligio คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม?
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย คลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่มีความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นระดับที่สามารถส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น นอกจากช่วยยกกระชับแล้ว ยังช่วย ลดไขมันสะสมใต้ผิว ทำให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย
จุดเด่นของ Oligio
- Oligio ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
- Oligio ลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์
- Oligio กระชับรูขุมขน ลดปัญหาผิวไม่เรียบเนียน
- Oligio ลดไขมันใต้ผิวหน้า เช่น แก้มและเหนียง
- Oligio ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6-12 เดือน
- Oligio ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น
Oligio vs เทคโนโลยียกกระชับอื่นๆ
Oligio เป็นการยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ RF ที่มี เทคโนโลยีใหม่กว่า ทำให้สามารถลดความรู้สึกเจ็บและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากขึ้นเมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ เช่น Thermage และ HIFU/
Oligio vs Thermage
- ความเจ็บปวดน้อยกว่า – Oligio มีระบบปล่อยความเย็นที่ช่วยลดอาการร้อนผิว ขณะที่ Thermage อาจทำให้รู้สึกแสบร้อน
- ประสิทธิภาพต่อเนื่อง – Oligio มีระบบตัดความร้อนอัตโนมัติ ช่วยให้พลังงานถูกส่งเข้าสู่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ต่างจาก Thermage ที่อาจเกิดความร้อนสะสมได้
- ใช้เวลาน้อยกว่า – Oligio ใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีต่อครั้ง ส่วน Thermage อาจใช้เวลาถึง 60 นาที
- หัวทิปขนาดใหญ่กว่า – ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างทั่วถึง ลดระยะเวลาในการรักษา
Oligio vs HIFU
- พลังงานลงผิวได้สม่ำเสมอ – Oligio ใช้คลื่น RF ซึ่งสามารถกระจายพลังงานเป็นวงกว้าง ต่างจาก Hifu ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ซึ่งปล่อยพลังงานเป็นจุด
- ลดริ้วรอยและไขมันได้ดีกว่า – Oligio สามารถช่วยลดไขมันใต้ผิวและกระชับผิวในเวลาเดียวกัน ขณะที่ Hifu เน้นไปที่การยกกระชับชั้น SMAS
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า – Hifu อยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ในขณะที่ Oligio อยู่ได้นานถึง 12 เดือน
การเตรียมตัวก่อนทำ Oligio
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือครีมที่ทำให้ผิวบางก่อนทำ Oligio
- งดทำเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนทำ Oligio
- ควรแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้เครื่องมือที่ใช้คลื่นพลังงาน
- หากมี แผลเปิดหรือการอักเสบของผิว ควรรอให้หายดีก่อนทำ Oligio
ขั้นตอนการทำ Oligio ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น
- ทำความสะอาดผิว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำ Oligio
- ทาเจลเย็น หรือสามารถเลือกใช้ยาชาก่อนทำ Oligio ได้
- แพทย์ใช้เครื่อง Oligio ปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ใต้ผิว โดยตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม
- ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นๆ แต่ไม่แสบร้อน เนื่องจาก Oligio มีระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ
- Oligio ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ต่อครั้ง หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ดูแลตัวเองหลังทำ Oligio ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนที่ผิว เช่น การซาวน่า หรือออกแดดจัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
- หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ผิวหน้าหรือเลเซอร์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
Oligio เจ็บไหม? อันตรายไหม?
- การทำ Oligio ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากใช้คลื่นวิทยุ RF ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและมีการรับรองทางการแพทย์ นอกจากนี้ Oligio ยังมี ระบบปล่อยความเย็น เพื่อลดความรู้สึกร้อนขณะทำ ทำให้รู้สึกสบายกว่าการทำ Thermage หรือ HIFU
Oligio ราคาเท่าไหร่? ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
- ราคาประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ ควรทำ ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่
Oligio เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้เรียวชัดขึ้น โดยให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6-12 เดือน โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีเวลาพักฟื้น หากคุณต้องการยกกระชับหน้าแต่กังวลเรื่องความเจ็บ Oligio อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด หากคุณต้องการฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงและคงความอ่อนเยาว์ Oligio อาจเป็นตัวช่วยที่คุณกำลังมองหา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
อยากสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เริ่มต้นอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
เมทัลชีท PU คืออะไร? วัสดุที่เหมาะสำหรับบ้านและอาคาร
[ด่วน!] ใกล้สิ้นปีแล้ว จองสถานที่จัดเลี้ยงบริษัท ขอนแก่น ที่ "ร้านคัม" ริมบึงหนองโคตร บรรยากาศดี โปรฯเพียบ!
ทริคประหยัดค่าไฟสูงสุดถึง 50% ต่อเดือน แค่ใช้แอร์ให้ถูกวิธี!
