7 Good Habits พัฒนาตัวเอง ด้วยทฤษฎี 21 วัน เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนชีวิต สร้างคุณคนใหม่
กฎ 21 วัน เปลี่ยนนิสัย
แนวคิดนี้ที่มาจาก ดร.แม็กซ์เวลล์ มอลตซ์ (Dr. Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน เป็นผู้เสนอแนวคิด ‘กฎ 21 วัน เปลี่ยนนิสัย’ ในหนังสือ Psycho-Cybernetics มาจากการที่เขาสังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยที่เขารักษามักใช้เวลาประมาณ 21 วันในการปรับตัวและคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังผ่าตัด เขาจึงสรุปว่า สมองมนุษย์ต้องการเวลา 21 วันในการยอมรับและปรับเปลี่ยนสิ่งใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ดร.ฟิลลิปปา ลัลลี (Dr.Phillippa Lally) นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ มีผลงานวิจัยที่สำคัญเกี่ยวกับการสร้างนิสัยและพฤติกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างนิสัยใหม่ก็เคยกล่าวไว้ว่า “การศึกษาพบว่า การทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในบริบทที่คงที่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างนิสัยที่แข็งแกร่ง” ดังนั้น เมื่อตั้งเป้าหมายที่จะสร้างนิสัยใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ในช่วงเวลาและสถานที่เดิม เพื่อให้จิตใต้สำนึกเชื่อมโยงพฤติกรรมนั้นเข้ากับบริบทต่างๆ จนเกิดเป็นความเคยชิน
7 Good Habits ลองฝึกทำติดต่อกัน 21 วันชีวิตเปลี่ยนแน่นอน
1.เข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นนอนให้ตรงเวลา
ลองเข้านอนก่อนห้าทุ่ม และตื่นให้เช้ากว่าเดิมซัก 1 ชั่วโมง การเข้านอนเวลาเดิมและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน จะช่วยให้นาฬิกาชีวิตสมดุลขึ้น เมื่อทำแบบนี้ไปซ้ำ ๆ ก็จะสามารถตื่นได้เองโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกอีกต่อไป
การนอนเร็วไม่เกิน 23.00 น. จะช่วยให้ตื่นเต็มตาในตอนเช้า ความจำดีขึ้น และระบบเผาผลาญดีขึ้น ลองหากิจกรรมที่ทำให้นอนหลับง่าย อย่างเช่น จุดเทียนหอม ดื่มชาคาโมมายด์ อ่านหนังสือ หรือนั่งสมาธิ
การตื่นนอนให้เร็วขึ้น ช่วยให้มีเวลาทำกิจวัตรตอนเช้าได้นานกว่า ได้กินอาหารเช้า ได้ฟังเพลงที่ชอบ ได้มีเวลาแต่งหน้าแต่งตัวเลือกคอสตูมนานกว่าเดิม ไม่ต้องรีบกุลีกุจอออกจากห้องเพื่อไปให้ทันตอกบัตร สแกนนิ้ว อีกต่อไป
2.ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว
ดื่มน้ำครบ 8 แก้วทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นง่าย ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดข้น เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ง่วงระหว่างวัน และช่วยลดอาการปวดศีรษะลงได้
แก้วที่ 1 ดื่มทันทีหลังตื่นนอน
แก้วที่ 2 ดื่มหลังกินอาหารเช้าเสร็จ 1 ชั่วโมง
แก้วที่ 3 ดื่มก่อนอาหารกลางวัน 30 นาที
แก้วที่ 4 ดื่มหลังกินอาหารกลางวันเสร็จ 1 ชั่วโมง
แก้วที่ 5 ดื่มช่วงประมาณ 15.00 น.
แก้วที่ 6 ดื่มก่อนอาหารเย็น 30 นาที
แก้วที่ 7 ดื่มหลังกินอาหารเย็นเสร็จ 1 ชั่วโมง
แก้วที่ 8 ดื่มก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง
3.อ่านหนังสือวันละ 15 นาที
อาจอ่านเป็นบทความสั้น ๆ ในอินเทอร์เน็ต อ่านข่าวจากเว็บไซต์สำนักข่าวหรือหนังสือพิมพ์ การอ่านเป็นการเพิ่มพูนความรู้รอบตัว ช่วยให้ทักษะการสื่อสารและการเขียนดีขึ้นได้ ยิ่งอ่านเยอะ ยิ่งช่วยให้มีทักษะในการเลือกใช้คำและสามารถเรียบเรียงประโยคได้ดีขึ้นไปโดยปริยาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในทุกแขนง
การอ่านเป็นการฝึกสมาธิทางอ้อม ใครที่รู้สึกว่าสมาธิสั้น หรือไม่สามารถจดจ่อกับอะไรนาน ๆ ลองอ่านอะไรบางอย่างก่อนเริ่มทำงาน 15 นาที จะช่วยเพิ่มสมาธิ ทำให้สามารถจดจ่อกับงานได้นานขึ้น หรือใครที่นอนหลับยาก การอ่านหนังสือเป็นตัวกล่อมนอนชั้นดี
4.ออกกำลังกายวันละ 20 นาที
ลองลุกขึ้นมาออกกำลังกายวันละ 20-30 นาที การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการสร้างไขมันดี (HDL) เป็นไขมันที่ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบ และช่วยลดระดับความดันโลหิต
การออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นให้สมองสร้างสารแห่งความสุขออกมา ทำให้หายเครียดจากงานอันแสนหนักหน่วง การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอตอนเย็น จะช่วยให้หลับสบายขึ้น การออกกำลังกายท่าโยคะเบา ๆ ในตอนเช้า จะช่วยเรียกเหงื่อและทำให้กระปรี้กระเปร่าหายง่วง
5.เพิ่มผักลงไปในทุกมื้อ
ลองเริ่มฝึกจากผักที่กินง่าย อย่างเช่น แครอท ผักกาดขาว ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ ผักเหล่านี้มีรสชาติหวานและไม่ค่อยมีกลิ่น ทั้งยังมีวิตามินและมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยเรื่องการมองเห็น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ป่วยง่าย
6.หยอดเงินใส่กระปุกทุกวัน
จะออมเงินเท่าไหร่ ลองคิดจำนวนเอาไว้ในหัว แล้วหยอดลงกระปุกทุก ๆ วันจนครบกำหนด หรือจะเปิดบัญชีใหม่เพื่อออม แล้วโอนเงินเข้าไป เมื่อครบ 21 วัน จำนวนเงินในกระปุกหรือในบัญชีจะทำให้รู้สึกอยากออมต่อไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว
7.เขียน Bullet Journal
การเขียน ‘Bullet Journal’ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า บูโจ คล้ายกับการเขียนไดอารี่ แต่มีความเป็นทางการกว่า สามารถจดได้ตั้งแต่ To do list รายวัน สิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในแต่ละวัน หนังที่ชอบ เพลงที่ฟัง และอื่น ๆ
การเขียน Bullet Journal เป็นการช่วยเตือนความจำ ช่วยจัดระเบียบและเรียบเรียงความคิด ให้ได้กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เมื่อกลับมาอ่านซ้ำ เหมือนได้ย้อนมองอดีตของตัวเอง เป็นการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ บันทึกผลลัพธ์ไปทีละวัน เมื่อกลับมาอ่านอาจจะทำให้อยากเอาชนะตัวเองคนในอดีตได้มากขึ้น
หมอช้างเตือน 2 ราศี ระวังการเงินตึงตัว รายจ่ายพุ่ง รายรับเข้าช้า
ถอดรหัสปริศนา "แม่ตะเคียนให้โชค" ลุ้นรวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569
เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69
การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทย
อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทย
สะพานป่าดินสอ อยุธยา สะพานข้ามกาลเวลา ที่เที่ยวน่าสนใจใกล้กรุงเทพ
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!
"10 เซียนลิขิต" ให้โชค งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คอหวยต้องห้ามพลาด
อันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
สังเกตสัญญาณบ่งชี้ว่า ชีวิตของคุณกำลังก้าวไปข้างหน้า หมดเคราะห์กรรม ชะตาชีวิตกำลังเปลี่ยน
เงินรัฐบาลอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กไทย
สิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยน! เมื่อสัตว์กลายเป็นเครื่องมือล้ำยุคใน "มนุษย์หินฟลิ้นท์สโตนส์"
ทำไม… การชูนิ้วกลาง ถึงเป็นสัญลักษณ์แทนคำด่า?
เปิดกรุวัตถุดิบอมตะ! 5 อาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เก็บยาวแค่ไหนก็ยังกินได้
หายใจเข้าออกลึก ๆ 5 วินาที ช่วยลดความเครียดได้
สังเกตสัญญาณบ่งชี้ว่า ชีวิตของคุณกำลังก้าวไปข้างหน้า หมดเคราะห์กรรม ชะตาชีวิตกำลังเปลี่ยน
Gen Z ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance เพราะโลกการทำงานเปลี่ยน ความขยันแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
คนเซนซิทีฟไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เป็นจุดแข็ง เสมือนมีพลังวิเศษ มีสกิลล้ำค่า ทำให้เข้าใจโลกได้มากกว่าคนทั่วไป





