ภาพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งกำลังช่วยชีวิตเด็กชาวเวียดนามสองคน ระหว่างการยิงต่อสู้ที่เมืองเว้ ช่วงการรุกตรุษญวน (Tet Offensive) การทัพทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสงครามเวียดนามเมื่อปี 1968 .
"การรุกตรุษญวน: การโจมตีที่เปลี่ยนแปลงสงครามเวียดนาม"
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 1968 ซึ่งตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของชาวเวียดนามหรือเทศกาลตรุษญวน กองกำลังเวียดกงและเวียดนามเหนือได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามเวียดนามที่รู้จักกันในชื่อ "การรุกตรุษญวน" (Tet Offensive) โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างความเสียหายและกดดันกองกำลังเวียดนามใต้และสหรัฐอเมริกา
การรบที่เมืองเว้: จุดเดือดของสงคราม
เมืองเว้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญ ได้กลายเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุดในช่วงการรุกนี้ ภาพเหตุการณ์ที่น่าจดจำ คือทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ ช่วยชีวิตเด็กชาวเวียดนามสองคนกลางดงกระสุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความโหดร้ายของสงคราม และผลกระทบที่มีต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์
ผลกระทบของการรุกตรุษญวน
แม้กองกำลังเวียดกงจะต้องเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรงจากฝ่ายสหรัฐและเวียดนามใต้ แต่การโจมตีครั้งนี้กลับส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อมุมมองของชาวอเมริกันที่มีต่อสงคราม โดยความรุนแรงและการเสียชีวิตจำนวนมากได้ทำให้สังคมอเมริกันเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการมีส่วนร่วมในสงคราม
บทเรียนจากประวัติศาสตร์
การรุกตรุษญวนไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงทิศทางของสงคราม แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบของความขัดแย้งที่เกินกว่าการต่อสู้ในสนามรบ ชะตากรรมของผู้บริสุทธิ์ และความมุ่งมั่นของผู้คนที่ต่อสู้เพื่อความเชื่อของตน
คุณคิดอย่างไรกับบทเรียนจากสงครามเวียดนาม?
ในมุมมองของคุณ การรุกตรุษญวนมีบทเรียนอะไรที่เราสามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน? ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกระทู้นี้!















