หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนขับรถควรรู้ : ขับรถเกียร์อัตโนมัติมัติอย่างไร ให้ถูกวิธี และปลอดภัย

โพสท์โดย stampchan

คนขับรถควรรู้ : ขับรถเกียร์อัตโนมัติมัติอย่างไร ให้ถูกวิธี และปลอดภัย

1. เกียร์ P (Parking) ใช้สำหรับจอดรถ

ซึ่งเกียร์ P จะช่วยล็อคล้อไว้ไม่ให้รถเคลื่อน โดยเราควรเปลี่ยนเกียร์รถมาที่ P เมื่อต้องการสตาร์ทรถหรือเมื่อรถจอดนิ่งสนิทแล้วต้องการดับเครื่องพร้อมดึงเบรกมือเสริมด้วยป้องกันเกียร์รถพัง

2. เกียร์ R (Reverse) คือ เกียร์ถอยหลัง

โดยปกติรถยนต์จะทำการถอยหลังเองช้าๆ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม ผู้ขับต้องวางเท้าที่แป้นเบรกเพื่อเตรียมตัวเหยียบเบรกไว้ด้วย จะช่วยให้ขับรถถอยหลังปลอดภัยมากขึ้น

3. เกียร์ N (Neutral) คือ เกียร์ว่าง

สำหรับเกียร์ N ใช้เมื่อต้องการจอดรถไว้ชั่วคราว เช่น จอดรถติดไฟแดงหรือจอดรถในสถานที่ที่ต้องจอดขวางหน้ารถคันอื่นเพราะเมื่อเกียร์รถอยู่ในตำแหน่ง N รถจะสามารถเข็นไปได้นั่นเอง

4. เกียร์ D (Drive) หรือ D4 คือ เกียร์เดินหน้า

เมื่อเปลี่ยนเกียร์รถมาที่ตำแหน่ง D แล้ว รถจนะเริ่มออกตัวไปเองอย่างช้าๆ และเมื่อเหยียบคันเร่ง รถจะเริ่มเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติ โดยเริ่มจากเกียร์ 1 แล้วไปเกียร์ 2 แล้วไปเกียร์ 3 จนถึงสูงสุดที่เกียร์ 4 ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถ

5. เกียร์ L (Low) ใช้ในการขับรถขึ้น-ลง เส้นทางที่มีความลาดชันสูง

โดยปกติแล้วส้นทางที่มีความลาดชันสูงและต้องใช้ความเร็วต่ำในการขับขี่ เมื่อลงเขาด้วยเกียร์ L จะเป็นการใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก หรือ Engine Brake เพื่อลดการเหยียบเบรกบ่อยๆ ที่อาจจะทำให้ผ้าเบรกหมดเร็วได้

6. เกียร์ S (Sport) หรือ B (Break)

ในปัจจุบันรถรุ่นใหม่ๆ มีเกียร์ S ที่มาเพิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยให้เปลี่ยนอัตราทดเกียร์ช้าลง หรือเครื่องยนต์ลากรอบมากกว่าปกติ ไว้ใช้สำหรับเร่งแซง ส่วนเกียร์ B ใช้สำหรับขับรถขึ้นลงทางลาดชัน ทำงานเหมือนกับเกียร์ L

วิธีการขับและดูแลรถเกียร์อัตโนมัติ

1) ไม่ควรขับลากเกียร์ หากมีการขับรถลากเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์เองเพื่อต้องการอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นหรือต่ำกว่ารอบความเร็ว จะส่งผลให้คลัตช์และระบบเกียร์รถยนต์ สึกหรอได้ง่าย

2) ไม่ขับแบบคิกดาวน์บ่อย ๆ จะส่งผลให้ผ้าคลัตช์ของเกียร์ทำงานหนักและพังเร็วได้

3) ไม่ควรเข้าเกียร์ N เพื่อปล่อยให้รถไหลเอง ทำให้ระบบเกียร์ออโต้เสียหายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แถมยังไม่ได้ช่วยประหยัดน้ำมันเลยอีกด้วย

4) อย่าเหยียบคันเร่งและเบรกพร้อมกัน การเหยียบคันเร่งและเบรกพร้อมกันจะทำให้ระบบเกียร์เกิดความเสียหายได้

ตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์เป็นประจำ น้ำมันเกียร์มีหน้าที่หล่อลื่นและระบายความร้อนให้กับระบบเกียร์ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์เป็นประจำและเติมน้ำมันเกียร์เมื่อจำเป็น

หมายเหตุ : การขับรถและการดูแลรถยนต์เกียร์อัตโนมัติอาจจะดูเหมือนมีส่วนที่ต้องให้จำเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าหากเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ตัวอักษรเกียร์เหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่เวลาเลือกใช้เกียร์ก็ต้องทำให้ถูกโอกาสเท่านั้น เพียงแค่นี้ เรื่องการขับรถเกียร์ออโต้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมือใหม่อีกต่อไปแล้ว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
stampchan's profile


โพสท์โดย: stampchan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทยหมอช้างเตือน 2 ราศี ระวังการเงินตึงตัว รายจ่ายพุ่ง รายรับเข้าช้า"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวยรายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!แค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทยธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทยสะพานป่าดินสอ อยุธยา สะพานข้ามกาลเวลา ที่เที่ยวน่าสนใจใกล้กรุงเทพวิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัวด้วย AI งวด 1 เมษายน 69..อยากรวย รีบซื้อหวยด่วน!"10 เซียนลิขิต" ให้โชค งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คอหวยต้องห้ามพลาดเผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สังคหวัตถุ 4: ขยี้สกิลครองใจคนฉบับย่อยง่าย (ไม่ปลอม ไม่ Toxic!) (สร้างกับ เอไอ)ปูตินคือใคร??อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทยรู้ไหม? "น้ำส้มสายชู" ไล่แมลงสาบได้
ตั้งกระทู้ใหม่