EMFACE ดีกว่าการยกกระชับทั่วไปอย่างไร? เปิดเหตุผลที่คุณต้องลอง
EMFACE ดีกว่าการยกกระชับทั่วไปอย่างไร? เปิดเหตุผลที่คุณต้องลอง
เมื่อพูดถึงการยกกระชับใบหน้า หลายคนอาจนึกถึงวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีตเมนต์ การฉีดโบท็อกซ์ หรือการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ช่วย แต่ EMFACE ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการยกกระชับแบบเดิม ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่รวมการกระชับผิวและสร้างกล้ามเนื้อในขั้นตอนเดียว
เทคโนโลยี EMFACE ใช้พลังงาน Synchronized RF และ HIFES™ ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมเสริมสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรง โดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด และที่สำคัญคือไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ ช่วยให้ใบหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ มีความยืดหยุ่น และโครงหน้าที่ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับใครที่กังวลเรื่องความเจ็บปวดจากการทำหัตถการหรือไม่อยากเผชิญกับผลข้างเคียง EMFACE ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างดี เพราะไม่เพียงช่วยยกกระชับผิวหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้นในเวลาเดียวกัน มาดูกันว่า EMFACE ดีกว่าวิธีการยกกระชับทั่วไปอย่างไร และทำไมคุณถึงควรให้โอกาสกับนวัตกรรมนี้
EMFACE คืออะไร?
EMFACE ย่อมาจาก “Electromagnetic Facial Enhancement” เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าขั้นสูงเพื่อ ยกกระชับใบหน้าและลดริ้วรอย โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือการฉีดสารเคมีใด ๆ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวพรรณอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดหรือระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน
หลักการทำงานของ EMFACE
- การกระตุ้นกล้ามเนื้อ
พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้หดตัวและคลายตัวในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ เสมือนการออกกำลังกายเฉพาะจุด ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรง ยกกระชับ และช่วยปรับโครงหน้าดูชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่เกิดจากอายุหรือแรงโน้มถ่วง - การกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน
พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิวหนังลึก ส่งเสริมให้มีการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เรียบเนียน และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง และสุขภาพดี
ผลลัพธ์ที่ได้จาก EMFACE
- ผิวหน้ายกกระชับ โครงหน้าชัดเจน
- ลดเลือนริ้วรอยลึกและริ้วรอยเล็ก ๆ
- เพิ่มความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิว
- ไม่ต้องพักฟื้นและไม่มีผลข้างเคียงจากการทำหัตถการ
EMFACE และ EMFACE Submentum ต่างกันอย่างไร?
นอกเหนือจากการยกกระชับผิวหน้าแบบครอบคลุมด้วย EMFACE ซึ่งเน้นการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ทั่วใบหน้าแล้ว ยังมีโปรแกรมย่อยที่เรียกว่า EMFACE Submentum ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การยกกระชับเฉพาะบริเวณใต้คางและลำคอโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดและเพิ่มความชัดเจนของแนวกราม
ความแตกต่างระหว่าง EMFACE และ EMFACE Submentum
EMFACE และ EMFACE Submentum เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อยกกระชับผิวและฟื้นฟูใบหน้า แต่มีจุดมุ่งหมายและบริเวณการรักษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- EMFACE เน้นการดูแลทั่วทั้งใบหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงความอ่อนเยาว์และลดปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าโดยรวม
- EMFACE Submentum ออกแบบมาเพื่อการดูแลเฉพาะบริเวณใต้คางและลำคอ ช่วยลดไขมันสะสมใต้คาง แก้ปัญหาคางสองชั้น และกระชับแนวกรามให้ชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยหรือไขมันในจุดดังกล่าว
ทั้งสองโปรแกรมใช้พลังงานและเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ โดย EMFACE มุ่งเน้นความกระชับทั่วใบหน้า ในขณะที่ EMFACE Submentum มุ่งเน้นความชัดเจนของแนวกรามและใต้คาง ช่วยเติมเต็มกันอย่างลงตัวเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติของใบหน้าและลำคอ
จุดเด่นของทั้งสองโปรแกรม
- EMFACE
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวทั่วใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือฉีดสารเคมี ช่วย ลดเลือนริ้วรอย บนใบหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าดู กระจ่างใส เปล่งปลั่ง และสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลโครงสร้างใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว - EMFACE Submentum
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุดในบริเวณ ใต้คางและลำคอ เช่น คางสองชั้น ความหย่อนคล้อย หรือแนวกรามที่ไม่ชัดเจน โปรแกรมนี้ช่วย ลดไขมันสะสมใต้คาง พร้อมยกกระชับผิวบริเวณลำคอและแนวกรามให้ดูเด่นชัดมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสมส่วนและเรียวสวยยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้วิธีการที่มีความเสี่ยงสูง
EMFACE vs เทคนิคยกกระชับอื่น ๆ
การเลือกวิธีการยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูผิวพรรณขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความต้องการของแต่ละคน EMFACE เป็นเทคโนโลยีที่มีจุดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติในการฟื้นฟูผิวเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่น ๆ ดังนี้
1. EMFACE vs ฉีดสารเติมเต็ม (Filler)
- EMFACE: ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อและคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องใช้เข็ม ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นหลังการรักษา และให้ความปลอดภัยสูงเนื่องจากไม่มีการฉีดสารเคมี
- Filler: ใช้การฉีดสารเติมเต็ม เช่น ไฮยาลูโรนิก แอซิด เพื่อเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ต้องการ เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่มีความเสี่ยงต่อการแพ้หรือการเกิดก้อนใต้ผิวหนัง และผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 6-18 เดือน
2. EMFACE vs ฉีดโบ
- EMFACE: กระตุ้นกล้ามเนื้อและการผลิตคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวดูเต่งตึงและลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นหลังการรักษา ไม่มีการใช้เข็มหรือสารเคมี
- ฉีดโบ: ทำงานโดยหยุดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย เห็นผลใน 3-7 วัน แต่ผลลัพธ์อาจขึ้นอยู่กับปริมาณและตำแหน่งการฉีด มีความเสี่ยงที่ใบหน้าอาจดูแข็งหรือตึงเกินไปในบางกรณี
3. EMFACE vs เลเซอร์ (Laser)
- EMFACE: ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและคอลลาเจนในผิวหนังลึก โดยไม่มีการลอกผิวชั้นบน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น และไม่มีระยะเวลาพักฟื้น
- เลเซอร์: ทำงานโดยลอกผิวชั้นบนออกเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ สามารถลดรอยดำ รอยแผลเป็น และริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องมีการพักฟื้นหลายวัน
4. EMFACE vs การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift)
- EMFACE: เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยกระตุ้นกล้ามเนื้อและการผลิตคอลลาเจน ผลลัพธ์ค่อย ๆ เห็นชัดเจนขึ้นตามจำนวนครั้งที่รักษา ไม่มีแผลหรือความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
- Facelift: เป็นการผ่าตัดเพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อและผิวหนัง เห็นผลทันทีหลังการฟื้นตัว แต่มีความเสี่ยงต่อแผลเป็นและภาวะแทรกซ้อน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานหลายปี
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูผิวมีให้เลือกหลากหลาย แต่ EMFACE โดดเด่นด้วยความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่มอบผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการฉีดสารเคมีหรือการผ่าตัด นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการการดูแลผิวแบบสะดวกสบาย ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กลับคืนมาได้อย่างมั่นใจ
ไม่ว่าคุณจะต้องการยกกระชับทั่วใบหน้าหรือแก้ปัญหาเฉพาะจุดบริเวณใต้คางและลำคอ EMFACE และ EMFACE Submentum สามารถช่วยตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีนี้ดูแลใบหน้าของคุณ เพื่อความมั่นใจในทุกมิติของความงามและสุขภาพผิวที่ดูอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ทหารเขมรฟิวส์ขาด ทนไม่ไหวลุกขึ้นกลางที่ประชุม ไปรบกับไทยที่ชายแดน ผลตอบแทนไม่คุ้มเสี่ยงภัย ครอบครัวอดอยาก
รพ.ร้อยเอ็ดชี้แจง กรณีน้องอีฟ พยาบาลที่เสียชีวิตระหว่างทำงาน พร้อมมอบเงินเยียวยา และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานศw
ชายวัย 36 อยู่ในอาการวิกฤต หลังรักษาโรคอีสุกอีใสด้วยตัวเอง
“รอยบากบนกรรไกร” ไม่ได้มีไว้ประดับ — ผู้รู้ชี้ ใช้เป็นแล้วช่วยงานครัวได้สารพัด
เต้” จุดกระแสอีกครั้ง เสนอนโยบายหญิงมีสามีได้ 4 คน อ้างความเท่าเทียม
เส้นทาง 'แป้งนาน' จากโอชาในรั้ววัง สู่ขนมปังยอดนิยมระดับโลก




