ต้อกระจก คืออะไร รู้จักกับอาการของโรคและปัจจัยที่ควรระวัง
เขียนโดย tothemoon555
ต้อกระจก เป็นโรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากเลนส์ตาที่ค่อยๆ ขุ่นมัว ทำให้สายตามองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม เป็นเหมือนการมีฝ้าบังตา ทำให้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้น
เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ ร่างกายของเราจะเริ่มเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา รวมถึงการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ที่มักมาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุคือ ต้อกระจก ซึ่งผู้ป่วยภาวะต้อกระจกจะมีอาการที่ส่งผลทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว ทำให้การมองเห็นลดลงอย่างช้า ๆ โดยไม่ทันสังเกต ถือเป็น "ภัยเงียบ" ที่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และหากไม่ได้รับการดูแลรักษาต้อกระจกอย่างเหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อดวงตาระยะยาวและการใช้ชีวิต
ต้อกระจก คืออะไร?
ต้อกระจก คือ โรคที่เกี่ยวกับดวงตาซึ่งเกิดจากภาวะที่เลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้แสงผ่านเลนส์เข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ส่งผลให้การมองเห็นของผู้ป่วยลดลง โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีแสงน้อยหรือในเวลากลางคืน ต้อกระจกอาการเริ่มต้น ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นภาพมัว สีจืดลง หรือมองเห็นแสงจ้าเกินไปเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดจัด หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา ต้อกระจกอาจรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นในที่สุด
รู้ก่อนเสี่ยง! อาการของโรคต้อกระจกเป็นยังไง
ต้อกระจกเป็นโรคที่เกี่ยวกับดวงตาซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากเลนส์แก้วตาขุ่นมัว ส่งผลให้แสงไม่สามารถผ่านไปยังจอประสาทตาได้อย่างเต็มที่ อาการต้อกระจกในผู้ป่วยมักจะมีปัญหาในการมองเห็นที่แย่ลงตามลำดับ และอาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ ถ้าไม่ทำการรักษาโรคต้อกระจก โดยอาการของโรคต้อกระจก ดังนี้
- มองเห็นไม่ชัดเจน เหมือนมองผ่านหมอกหรือฟิล์มบาง ๆ
- มองเห็นสีจางลงหรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม
- มองเห็นภาพซ้อน ๆ กัน
- การมองเห็นในที่แสงจ้า หรือในเวลากลางคืนแย่ลง
- ช่วงเวลาตอนกลางคืน ผู้ป่วยจะมองเห็นแสงไฟกระจายตอนขับรถ
- ลักษณะตรงกลางรูม่านตาจะมองเห็นฝ้าขุ่นสีขาว
สาเหตุของโรคต้อกระจก
โดยส่วนใหญ่ต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมของโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเลนส์แก้วตา เมื่อเลนส์ตาเสื่อมสภาพ โปรตีนเหล่านี้จะจับตัวกันจนทำให้เลนส์ขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นลดลง สาเหตุหลักมักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดต้อกระจก โดยที่ทำให้ตาเป็นต้อกระจก ดังนี้
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างโปรตีนของดวงตาเสื่อม จนทำให้เกิดเป็นโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้ง่าย
- การได้รับแสงแดดมากเกินไป เนื่องจากแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่สามารถทำลายเซลล์และโปรตีนในเลนส์ตาได้
- โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจกได้เร็วกว่าปกติ
- อาการบาดเจ็บที่ดวงตา เช่น อุบัติเหตุต่าง ๆ เมื่อดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดต้อกระจกที่ดวงตา
- สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวกระตุ้นที่เพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เลนส์ตาเสื่อมสภาพ
- พันธุกรรม ถ้าหากคนในครอบครัวเคยมีประวัติโรคต้อกระจกอาจเพิ่มโอกาสการเกิดโรคต้อกระจกมากกว่าครอบครัวที่ไม่มีประวัติ
วิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงการเป็นโรคต้อกระจก
โรคต้อกระจกสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น แต่ยังมีหลายวิธีที่สามารถช่วยป้องกันและชะลอการเกิดเป็นต้อกระจกตาได้ ซึ่งวิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงการเป็นโรคต้อกระจก ดังนี้
- ปกป้องดวงตาจากแสงแดด เช่น สวมใส่แว่นกันแดด กางร่ม ใส่หมวก จะสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)
- เลิกสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลา ไข่แดง ผักใบเขียว
- พักสายตาอย่างสม่ำเสมอ เช่น หลีกเลี่ยงมองโทรศัพท์เป็นเวลานาน
- ควรตรวจสุขภาพตาประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
วิธีรักษาอาการโรคต้อกระจก
วิธีรักษาต้อกระจกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีหลัก ซึ่งการเลือกใช้วิธีการรักษาต้อกระจกนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการต้อกระจกในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดนรายละเอียดวิธีรักษาอาการโรคต้อกระจก ดังนี้
- รักษาต้อกระจกโดยไม่ผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้สวมใส่แว่นสายตา เพื่อปรับค่าสายและรักษาตามอาการไปก่อน
- รักษาต้อกระจกโดยการผ่าตัด ซึ่งจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ เช่น
- ผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยเครื่องสลายต้อ (Phacoemulsification with Intraocular Lens) เป็นวิธีผ่าต้อกระจกที่ได้รับความนิยม โดยเปิดแผลเล็กเพียง 3–5 มิลลิเมตร แพทย์จะใช้เครื่องมือที่ส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ความถี่สูงสลายเลนส์ตาที่ขุ่น จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทน ข้อดีคือแผลเล็ก ไม่ต้องเย็บแผล ฟื้นตัวเร็ว
- การผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลกว้าง (Extracapsular Cataract Extraction with Intraocular Lens) วิธีการรักษาต้อกระจกที่เหมาะสำหรับต้อกระจกที่สุกและแข็งมาก แพทย์จะเปิดแผลบริเวณตาส่วนบนเพื่อเอาเลนส์ตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์ตาเทียมแทน จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยไหม
ต้อกระจกที่ดวงตา รีบรักษาก่อน
ต้อกระจกเป็นโรคของดวงตาที่มักพบในผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป และสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้มีอาการของต้อกระจก แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพดวงตา เช่น การป้องกันแสงแดด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลิกสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการต้อกระจก เช่น มองเห็นภาพมัว สีจางลง หรือมองเห็นแสงกระจาย ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อประเมินอาการ หากพบว่าต้อกระจกมีความรุนแรง การรักษาต้อกระจกที่เหมาะสมเป็นการผ่าตัดและการผ่าต้อกระจกพักฟื้นจะใช้ระยะเวลาไม่นาน ก็จะสามารถปรับมามองเห็นปกติอีกครั้ง
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
แนะนำซีรีส์จีนสุดฮิต ประทีปรักเหนือสองภพ (Love Beyond The Grave)
ป้าชาวจีนยืนโซ้ยบะหมี่หน้าตาเฉย กลางวงคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ระดับความอยากรู้นี้ ทำเอาโซจึ้งไปเลย!
แชร์ประสบการณ์ตรง! รีโนเวทห้องน้ำพังๆ เพราะปลวกกินวงกบ สู่การจบปัญหาด้วย "วงกบประตู PVC" ตัวตึงที่คนทำบ้านต้องรู้
ประกันสุขภาพ มีกี่ประเภท รู้จักข้อดี และวิธีเลือกซื้อประกันให้คุ้ม
เลือกใช้ WeatherBloc เพื่อการก่อสร้างที่ทนทาน ประหยัดพลังงาน
ลมพิษ เกิดจากอะไร? รู้สาเหตุเบื้องต้นและการรักษาที่เหมาะสม
