'ผู้คุมวิญญาณ' สิ่งมีชีวิตวิเศษต่ำช้าที่จะดูดกลืนเอาความสุขของเหยื่อไป
สวัสดีครับ ในกระทู้นี้จะขอกล่าวถึงผู้คุมวิญญาณถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลวร้ายที่สุดในโลกเวทมนตร์ชนิดหนึ่งกันนะครับ
เคยสงสัยว่าทำไมดัมเบิลดอร์จึงไม่ชอบผู้คุมวิญญาณ เขาน่าจะเป็นคนเดียวที่ยืนกรานว่ากระทรวงควรเลิกใช้พวกมันเป็นยามเฝ้านักโทษที่อัซคาบัน ตอนแรกคิดว่ามีแค่เหตุผลเรื่องการทรยศ เพราะดัมเบิลดอร์ได้เตือนฟัดจ์ว่า ผู้คุมวิญญาณจะเข้าร่วมกับโวลเดอมอร์ (ซึ่งพวกมันก็เข้าร่วมจริงๆ)
แต่ตอนนี้ผมคิดว่าน่าจะมีอีกเหตุผลหนึ่งด้วย นั่นคือ การใช้ผู้คุมวิญญาณเฝ้านักโทษที่อัซคาบันนั้น สร้างผลลัพธ์หลายๆ อย่างที่เลวร้ายมากกว่า
คุกหรือเรือนจำ คือ สถานที่ใช้คุมขังผู้กระทำผิด เป็นสถานที่ที่ผู้คนถูกควบคุมตัวตามกฎหมายเพื่อเป็นการลงโทษสำหรับอาชญากรรมที่พวกเขาได้ก่อเอาไว้
กระทรวงเวทมนตร์ใช้ผู้คุมวิญญาณคอยเฝ้านักโทษมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18 ตอนต้น โดยรัฐมนตรีในตอนนั้นให้เหตุผลว่า “ช่วยประหยัดงบประมาณ” และพวกมันยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
เรารู้กันดีว่าผู้คุมวิญญาณจะคอยดูดกลืนความสุขออกไปจากตัวของมนุษย์ทุกคนที่พวกมันเข้าใกล้ ยิ่งมนุษย์คนนั้นสิ้นหวังมากเท่าไร พวกมันก็จะยิ่งเติบโตและแพร่พันธุ์ได้มากขึ้นเท่านั้น นักโทษในคุกอัซคาบันส่วนใหญ่เข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกมา พวกเขาตายเพราะความหดหู่และสิ้นหวัง
แค่นี้ก็พอจะตอบได้คำถามหนึ่งล่ะ
จริงอยู่ที่คุกเป็นสถานที่ใช้กักขังผู้คนที่เคยมีประวัติอาชญากรรม แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นสถานที่ในการปรับเปลี่ยนและฝึกพฤติกรรมของนักโทษ (เรียกง่ายๆ คือการดัดสันดาน) เพื่อให้พวกเขาได้สำนึกกับสิ่งที่ได้เคยกระทำลงไป ก่อนจะปล่อยพวกเขากลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง
ซึ่งในกรณีของอัซคาบันมันไม่ใช่เลย และมันก็อาจสร้างอีกผลลัพธ์หนึ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนออกมาในตัวละครอย่างเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์
เพราะอย่างที่ได้บอกไปว่าคุกควรเป็นสถานที่เพื่อการปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของผู้คุมขัง และเตรียมส่งพวกเขากลับคืนสู่สังคม แต่ผู้คุมวิญญาณนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้าม เพราะนอกจากจะไม่ทำให้นักโทษได้สำนึกผิดแล้ว กลับกลายเป็นว่าพวกมันได้สร้างปิศาจที่ร้ายกาจขึ้นมาแทน ซึ่งเมื่อหลุดออกไปจากคุกแล้ว ยิ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโวลเดอมอร์และกลุ่มผู้เสพความตายมากกว่าเดิม
ลองคิดภาพดูสิว่าถ้ากระทรวงฯ ไม่ใช้ผู้คุมวิญญาณ เราอาจจะเห็นเบลลาทริกซ์กลับตัวกลับใจใหม่ก็ได้นะ สิบสี่ปีในอัซคาบันมันไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลย – แต่ก็อย่างที่เห็น มันกลับเปลี่ยนเธอให้เข้าสู่ความบ้าและซาดิสม์อย่างเต็มรูปแบบ

สรุป บางคนอาจบอกว่าความบ้าของเบลลาทริกซ์มันมาจากการแต่งงานเลือดชิด (ตระกูลแบล็ก) แถมยังอยู่ในครอบครัวที่บ้าเรื่องเลือดบริสุทธิ์อีก ซึ่งผมก็ไม่เถียงนะ แต่การส่งเธอเข้าอัซคาบันต่างหากที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เธอกลายเป็นอย่างที่เราเห็น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ แล้วพบกันกระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: stampchan
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
NVIDIA Control Panel ปลดระวางแล้ว คนใช้ GeForce ต้องรู้อะไรหลังย้ายไป NVIDIA app
เพิ่งรู้ว่า Google เกือบไม่ได้ใช้ชื่อนี้! ย้อนดูชื่อแรกสุดที่ฟังดูไม่เหมือนเสิร์ชเอนจินระดับโลก
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เลขเด็ด "พญาบึ้งดำ"วันที่ 16 มิถุนายน 2569
น้ำส้มไบเล่หายไปไหน จากขวดแก้วหน้าร้านโชห่วย สู่แบรนด์ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก
“น้องเต้าหู้” ยกกระเป๋าลงจากแกร็บคาร์ ทำท้ายรถเป็นรอย โดนไรเดอร์เรียก 2 พัน
เข้าคาเฟ่แล้วคิดไม่ออก สั่งเมนูไหนดีให้รอดทั้งกาแฟและขนม
ทองขึ้นลงแรง ก่อนซื้อทอง 1 บาทต้องดูอะไรให้คุ้มกว่าราคาขายออก
แกะรอย 6 เรื่องเล่า “อาถรรพ์ป่าปิด” ที่เทคโนโลยีก็ยังเอาชนะไม่ได้
เพิ่งรู้ว่า รถใช้น้ำมันคันแรกของโลก หน้าตาเหมือนรถซาเล้งสามล้อ แถมเมียต้องแอบขโมยไปขับ!
ของใช้ยุค 90–2000 ที่เด็กวันนี้อาจไม่รู้จัก แต่เคยอยู่ในชีวิตเราทุกวัน
แท้จริงแล้วมันไม่ใช่พยาธิ


