ผู้รักษาประตูที่ถูกทิ้งไว้กลางม่านหมอกในวันคริสต์มาส "แซม บาร์แทรม" โกล์ผู้ยืนงงกลางดงหมอก
สวัสดีครับ กระทู้นี้เราจะขอพูดถึงเหตุการณ์สุดประหลาด ต้อนรับเปิดฤดูกาลของพรีเมียร์ลีคไปด้วยกันนะครับ ในกระทู้จะขอกล่าวถึงผู้รักษาประตูคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าเสาประตู โดยที่เพื่อนๆต่างก็เตรียมจะกลับกันแล้วนะครับ
เกริ่นนำ วันที่ 25 ธันวาคม ปี 1937 ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ และหมอกหนาที่เข้าปกคลุมสนาม "สแตมฟอร์ด บริดจ์" (Stamford Bridge) ของ "สโมสรฟุตบอลเชลซี" ที่ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "ชาร์ลตัน แอธเลติก" โดยมีแฟนบอลกว่าสี่หมื่นคนเข้าชมศึกดวลแข้งในวันคริสต์มาสนี้ การแข่งขันดำเนินไปท่ามกลางหมอกที่หนาตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าปกคลุมทั้งสนามในช่วงครึ่งหลัง
“แซม บาร์แทรม” (Sam Bartram) ผู้รักษาประตูของทีมชาร์ลตันยืนประจำตำแหน่งอยู่ในกรอบเขตโทษ เพ่งมองผ่านหมอกทึบด้วยความฉงนสงสัยว่าเหตุใดเกมวันนี้จึงได้เงียบเชียบผิดปกติ และไม่มีนักบอลคนไหนเตะบอลผ่านมาที่ประตูของเขาเลย แต่เขาก็ยังคงมองโลกในแง่ดีว่าทีมชาร์ลตันของเขากำลังได้เปรียบ และเพื่อนร่วมทีมของเขาคงกำลังรุกโจมตีคู่ต่อสู้อย่างหนักอยู่ที่สนามอีกฝั่ง แต่ทุกอย่างรอบตัวเขาก็ช่างเงียบงันวังเวงเสียเหลือเกิน
หลังจากยืนโดดเดี่ยวเป็นเวลานานแสนนาน “บาร์แทรม” ก็ได้พบกับชายคนหนึ่งที่เดินฝ่าหมอกตรงเข้ามาหาเขา ชายคนนั้นไม่ใช่เพื่อนร่วมทีมหรือนักเตะคู่แข่งที่จะเข้ามาทำประตูแต่อย่างใด หากแต่เป็นนายตำรวจที่จ้องมอง “บาร์แทรม” อย่างไม่เชื่อสายตาพร้อมกับอุทานว่า “นายมาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ เกมหยุดไปตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้ว ไม่มีใครเหลืออยู่ในสนามแล้วนะ”
เนื่องจากหมอกที่หนามากจนไม่สามารถมองเห็นได้ ทำให้ผู้ตัดสินต้องยกเลิกเกมไปในครึ่งหลัง นักเตะคนอื่น ๆ ทั้งหมดพากันออกจากสนามไปที่ห้องแต่งตัว ส่วนแฟนบอลก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บนอัฒจันทร์ให้ทยอยออกจากสนามไป เนื่องจากยังไม่มีการประกาศออกลำโพงในสนามฟุตบอลในยุคนั้น เหลือเพียงนายทวารชาร์ลตันที่ไม่รับรู้เหตุการณ์รอบข้าง และยังคงยืนรักษาประตูของเขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นท่ามกลางหมอกหนา
หลังจากได้ทราบความจริงอันเงียบงันแล้ว “บาร์แทรม” ก็เดินคลำทางฝ่าหมอกไปยังห้องแต่งตัวเพื่อพบว่าเพื่อนร่วมทีมของเขาอาบน้ำเปลี่ยนชุดเตรียมจะกลับบ้านกันหมดแล้ว ทุกคนพากันหัวเราะลั่นเมื่อเห็น “บาร์แทรม” เพิ่งโผล่เข้าห้องมาด้วยความงงงัน
เหตุการณ์นี้ ได้กลายเป็นเรื่องเล่าในตำนานฟุตบอลที่ทำให้ “แซม บาร์แทรม” เป็นที่จดจำ และถูกพูดถึงในความมุ่งมั่นของเขาที่อุทิศตนให้กับการรักษาประตูท่ามกลางม่านหมอกอย่างไม่ย่อท้อ แม้จะไม่มีใครเหลืออยู่ในสนามแล้วก็ตาม
สรุป ในเหตุการณ์ช่วงนั้น เนื่องจากสมัยก่อนอาจจะไม่มีการประกาศออกลำโพง หรือโทรโข่ง “บาร์แทรม” จึงอยู่เฝ้าสนามโดยที่ไม่รู้เหตุการณ์เบื้องหน้าเลย เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่จดจำสำหรับใครหลายๆ คนในยุคนั้น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ พบกันกระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: Stampchan
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
ภาพตลกฮาๆ ซีรียส์ "คนเกิดวันไหน ควรจะปล่อยอะไร" มาดูกันได้เลยจ้า (ฮา)
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ตำนานนักรบกัมพูชา "ตาอม" คือใคร? ตำนานจริง หรือเป็นเรื่องแต่งกันแน่นะ ?
เต้” จุดกระแสอีกครั้ง เสนอนโยบายหญิงมีสามีได้ 4 คน อ้างความเท่าเทียม
ทหารเขมรฟิวส์ขาด ทนไม่ไหวลุกขึ้นกลางที่ประชุม ไปรบกับไทยที่ชายแดน ผลตอบแทนไม่คุ้มเสี่ยงภัย ครอบครัวอดอยาก
น่ารัก! ลูกนกแสก ที่ออกจากไข่ใหม่ ๆ ยังไม่ลืมตา
นายทหารชาวไทยคนสุดท้าย ที่ได้ประดับยศทหารชั้นจอมพล
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
แปลกแต่จริง...ศิลปินวาดรูปผู้หญิงในฝัน แล้วเขาก็ได้เจอผู้หญิงที่เหมือนกับในรูปที่เขาวาด แถมได้เป็นแฟนกันด้วย แปลกมากๆเลยเน่อ
ทึ่งทั่วไทย : "พุทธมณฑล" แห่งจังหวัดตราด สถานที่รวมใจของชาวพุทธในแดนใต้อีกแห่งหนึ่ง
เกร็ดความรู้พืชพรรณไม้น่าสนใจ "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" กับ "ดอกซากุระ" แตกต่างกันอย่างไร
หนังผีสุดโด่งดังของประเทศไทย ที่ถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศ
ปลาพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด เท่าที่เคยถูกค้นพบบนพื้นผิวของโลก
