ทิกบาลัง: ม้าปีศาจบ้าเลือด
เขียนโดย samuraimasterj
ความเชื่อเรื่องภูติผีปีศาจ ล้วนมีตำนานกันแพร่หลายและฝังรากลึกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ก่อนที่อารยธรรมจากที่อื่นๆ จะเข้ามา ความเชื่อดั้งเดิมของผู้คนก็ยังคงนับถือสิ่งเหนือธรรมชาติและอสุรกาย เทพเจ้านับหลายล้านแปดองค์ วันนี้ ตำนานสยองของเราจะพาทุกท่านเดินทางมายังประเทศฟิลิปปินส์ เข้าไปในป่าดงดิบอันลึกลับ ที่ว่าๆ กันว่า มีอสูรกายหัวเป็นม้า ตัวเป็นคนอาศัยอยู่ ถ้าพร้อมแล้วเราไปหาคำตอบกันเลย
ทิกบาลัง (Tikbalang) เป็นอสูรกายรูปร่างกึ่งม้ากึ่งมนุษย์ มีส่วนหัวเป็นม้า ท่อนล่างเป็นมนุษย์ที่กำยำและตัวสูงใหญ่ บางทีก็ผอมขี้ก้าง มีความสูงถึง 1.8-3 เมตรตามแต่ละตำนาน มันสามารถปีนต้นไม้ วิ่งและเดินได้อย่างเงียบเชียบ พละกำลังมหาศาลสามารถโยนลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นไปได้ในอากาศ ว่ากันว่ามันมักจะสิงสู่ตามต้นไม้ขนาดใหญ่กลุ่มต้นไทรหรือมะเดื่อที่เรียกว่า บาเลเต (Baleyte)
ทิกบาลังนั้นมีเวทย์มนตร์ โดยมันสามารถสร้างภาพลวงตาเพื่อหลอกให้คนหลงป่าได้ หรือจะลักพาตัวเด็กที่หลงเข้ามาในป่าไปดูแลแต่ไม่ทำอันตรายแก่เด็ก จะยอมคืนเด็กก็ต่อเมื่อพ่อกับแม่ของเด็กทำพิธีขอขมาคืน ว่ากันว่าถึงจะดุร้าย ทิกบาลังสามารถสยบให้เชื่องได้ด้วยขนสีทองหนึ่งเส้นที่อยู่บนแผงคอที่ท้ายทอยของมัน หากใครถอนขนกายสิทธ์นี้ ทิกบาลังจะยอมเป็นทาสรับใช้ให้กับผู้กล้าผู้นั้นและจะอยู่ใต้อาณัติจนกว่าเขาคนนั้นจะสิ้นอายุขัยจากไป มันจึงจะเป็นอิสระอีกครั้ง
แต่หากลองสืบย้อนดูดีๆ แล้ว ทิกบาลังในความเชื่อดั้งเดิมของชนพื้นเมืองหลายๆ กลุ่มในฟิลิปปินส์จะกล่าวว่า มันไม่ได้มีหัวม้าแต่แรก และตอนแรกๆ มันจะมีลักษณะเป็นมนุษย์ตัวใหญ่ ไม่ก็ชายชราร่างใหญ่ที่นุ่งเพียงผ้าเตี่ยวเสียมาก และเชื่อว่ามันทำหน้าที่ในการพิทักษ์ป่า อันเนื่องจากศาสนาผีดั้งเดิมของชาวฟิลิปปินส์นั้นให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าและธรรมชาติ พวกเขาเชื่อว่าป่าไม้ก็สำคัญเฉกเช่นเดียวกับสมบัติล้ำค่า จึงต้องดูและบวงสรวงให้แก่วิญญาณที่พิทักษ์ป่าเพื่อสร้างความพอใจ และวิญญาณเหล่านั้นจะให้การดูแลเมื่อมีผู้คนต้องเข้าป่าไปหาอาหารหรือวัสดุทำเครื่องใช้ เมื่อศาสนาฮินดูจากอินโดนีเซียและมาเลเซียเข้ามาในคริสตศตวรรษที่ 11 ก็นำภาพจำของคนธรรพ์หัวม้าจากอินเดียเข้ามายังฟิลิปปินส์ด้วย จึงทำให้ทิกบาลังเริ่มมีหัวเป็นม้า กระนั้น ภาพจำนี้ถูกตอกย้ำก็เริ่มชัดเจนที่สุดครั้งที่ชาวสเปนเข้ามาปกครองและตั้งอณานิคมในช่วงคริสต์ศตรวรรษที่ 15 ก็ได้มีการนำม้าเข้ามายังฟิลิปปินส์มากขึ้น ทำให้ชาวพื้นเมืองที่ได้เห็นม้าก็เริ่มรับภาพจำนั้นเข้ามาใช้ด้วย
ทุกวันนี้ ถึงแม้จะเป็นตำนานและเรื่องเล่า ทิกบาลังได้ปรากฏตัวในสื่อต่างๆ มากมาย อาทิเช่น Trese (2018) ที่เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติในฟิลิปปินส์ ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์มากมาย จะเห็นได้ว่าความเชื่อนั้นแฝงคติแง่คิด และก็สามารถเปิดขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมหรือซอฟต์พาวเวอร์ที่ส่งอิธิพลไปอีกมากมาย แล้วคุณล่ะ คิดว่าทิกบาลังมีจริงไหม?
อ้างอิงจาก: https://mythus.fandom.com/wiki/Tikbalang
https://www.facebook.com/aseanculturalcenter/photos/a.947188625347001/5843179322414549/?type=3&locale=hi_IN&paipv=0&eav=AfakQvicrVwlFem8GXDf8dEON5Ij5LQpKZhtyu3zuHy3_M_x84MJ1h7ty9pHdxu-xgA&_rdr
https://mythlok.com/tikbalang/
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้
เมืองโบราณดงละคร นครนายก ทำไมถูกเล่าเป็นเมืองลับแล
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย







