5 ชนิดเครื่องดื่ม ทำลายสุขภาพ : หลีกเลี่ยงได้อายุยืนยาว
ร่างกายของคนเรานั้น ต้องการอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตสำหรับในวัยเด็ก และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอสำหรับวัยผู้ใหญ่ แต่การรับประทานอาหารที่พอเหมาะถูกหลักโภชนาการ จึงเป็นการรับประทานที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ด้วยปัจจุบันเวลารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม คนส่วนใหญ่จะลืมนึกถึงสุขภาพของตนเอง จึงทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่มาจากการรับประทานที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะมาแจ้งเตือนให้กับทุกท่านได้ทราบเกี่ยวกับ 5 ชนิดเครื่องดื่มที่อันตรายและทำลายสุขภาพ หากดื่มติดต่อกันนาน ๆ เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างนั้น ตามอ่านได้จากตรงนี้เลยครับ
ชนิดที่หนึ่ง: กาแฟทรีอินวัน เนื่องจากกาแฟทรีอินวันนั้นมีกาแฟน้อยมาก โดยสามารถดูส่วนประกอบข้างซองจากกาแฟทรีอินวันยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีน้ำตาลถึง 50.20%เลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวน้ำตาลและสารปรุงแต่ง เช่น ครีมเทียมเหล่านี้ จะไปเพิ่มน้ำตาลในเส้นเลือด หากดื่มกาแฟทรีอินวันบ่อย ๆ ก็จะเสี่ยงเป็นไขมันในเลือดสูง เบาหวานและโรคอ้วนด้วย สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำ ก็ต้องปรับตัวเองดื่มกาแฟดำแทน ช่วงแรกอาจจะทำใจยากนิดหนึ่งสำหรับใครที่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปเป็นประจำอยู่แล้วแต่ปรับมาดื่มกาแฟดำแทน ซึ่งผู้เขียนอยากจะแนะว่าหากกาแฟดำขมมากสำหรับมือใหม่ ก็อาจจะดื่มโดยการเติมนมสดแทนครีมเทียมและใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาล หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือชงกาแฟดำ แต่อาจจะใส่กาแฟสำเร็จรูปเพียงเล็กน้อย เพื่อให้มีรส กลิ่นกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อที่เราชอบอยู่บ้าง อันนี้ต้องค่อย ๆ ปรับนะครับ หากสามารถดื่มกาแฟดำแบบนี้ได้แล้วก็จะทำให้ความเสี่ยงต่อโรคน้อยลงแน่นอน สามารถอ่านบทความเพิ่มเติม ดื่มการแฟอย่างไร ให้ห่างไกลไขมันในเส้นเลือด (postjung.com)
ชนิดที่สอง: น้ำอัดลม ด้วยน้ำดื่มอัดลมนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลมากถึง 34 กรัม นั่นหมายถึงว่าหากดื่มน้ำอัดลม 1 กระป๋อง เท่ากับกินน้ำตาลทรายเข้าไป 8 ช้อนชา ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ป่วยเป็นเบาหวาน โรคอ้วน เสี่ยงอันตรายมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากส่วนผสมน้ำตาลที่มีมากแล้วยังมีสารปรุงแต่งเพิ่มรสชาติ เช่น สี สารให้ความหวาน รสชาติปรุงแต่งหรือคาแฟอิน ซึ่งใครที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ ถ้าไม่ได้ดื่มแล้วรู้สึกปวดหัว ทำงานไม่ได้ ก็อาจจะปรับจากการดื่มน้ำอัดลม มาดื่มโซดาเปล่าแทน และอาจจะเพิ่มความหวานโดยการเติมน้ำผลไม้แทนน้ำตาล ซึ่งนอกจากจะได้ความซ่าจากโซดาและความหวานจากผลไม้แล้ว วิธีดื่มแบบนี้ยังดีต่อสุขภาพไม่เสี่ยงต่อโรคด้วยครับ
ชนิดที่สาม: นมเปรี้ยว ด้วยเครื่องดื่มนมเปรี้ยวนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลทรายจำนวนมาก จากตัวอย่างของนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง หากเราดื่มหมดหนึ่งขวดเล็กเท่ากับเรากินน้ำตาลทรายเข้าไป 6 ช้อนชา ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแน่นอน ยิ่งใครที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดหรือโรคอ้วน ยิ่งอันตรายมากขึ้น แต่ทั้งนี้ปัจจุบันก็มีนมเปรี้ยวหลายยี่ห้อได้ปรับผลิตภัณฑ์ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ก็สามารถดื่มได้ ดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน
ชนิดที่สี่: แอลกอฮอร์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ สาเก สาโท ต่าง ๆ ซึ่งแอลกอฮอร์ถือว่าเป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพ โดยองค์กรอนามัยโลกได้จัดอันดับแอลกอฮอร์ เป็นสารก่อมะเร็งชนิดที่ 1 ซึ่งมีความอันตรายและเป็นสารก่อมะเร็งชนิดที่ 1 เหมือนกับบุหรี่ ซึ่งจากการวิจัยค้นพบว่าผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์จำนวนมากเป็นประจำจะมีแอลกอฮอร์ในร่างกายจำนวนมากและมีสารพอกตับที่ก่อให้เกิดโรคตับและมะเร็ง แต่ทั้งนี้แอลกอฮอร์ก็ไม่ได้มีผลในทางลบอย่างเดียวหากเราดื่มในปริมาณที่ร่างกายสามารถขับออกได้ เช่น หากเทียบการดื่มเบียร์ ผู้ชายสามารถดื่มได้วันละ 2 กระป๋องและผู้หญิงสามารถดื่มได้วันละ 1 กระป่อง สำหรับใครที่อยากมีสังคมและมีสังคมอยู่แล้วแอลกอฮอร์ก็ถือเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้เวลาพบเพื่อนฝูง เข้าสังคม ฉะนั้นก็ค่อย ๆ ปรับและลดปริมาณให้สามารถอยู่ในปริมาณการดื่มที่ได้แนะนำไป (ซึ่งได้รับการยืนยันจากแพทย์แล้วว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน)
ชนิดที่ห้า: นมวัว โดยปกติแล้วนมวัวจะเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารที่นิยมกันมากเพราะมีโปรตีนสูง มีแคลเซียมสูง สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย จัดเป็นอาหารสุขภาพของทุกคนในปัจจุบัน แต่หารู้ไหมว่าในนมวัวนั้นมีสารเร่งโตสูงมาก ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์หรือลูกวัวเท่านั้น กล่าวคือ โดยธรรมชาติของลูกวัวจะกินนมแม่ระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 1 ปี จากนั้นก็ไปกินหญ้าหรืออาหารชนิดอื่น แต่คนเรานั้นกลับกินนมวัวทั้งชีวิต ตัวอย่างงานวิจัยบพบว่าเด็กนักเรียนประถมเมื่อมีการดื่มนมวัว ผลปรากฏว่าเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้นอย่างมาก นั่นก็หมายความว่าเด็กนักเรียนจะเกิดสิวบนใบหน้าเร็วและรุนแรงขึ้น อีกทั้งนมวัวนั้นจะไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเด็กผู้หญิงให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้นและนอกจากนี้นมวัวจะก่อใหเกิดภูมิแพ้และโรคหอบหืดด้วย ฉะนั้นสำหรับใครที่ดื่มนมวัวเป็นประจำก็ต้องปรับตัวเองไปดื่มนมจากถั่วเหลืองแทน เพราะในนมถั่วเหลืองนั้นมีโปรตีนและแคลเซียลในปริมาณที่ใกล้เคียงกับนมวัวแทบจะไม่แตกต่างกันเลย
และนี่ก็คือเครื่องดื่ม 5 ชนิดที่เป็นอันตราย ทำลายสุขภาพ สำหรับใครที่ติดเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่งใน 5 ชนิดนี้ ต้องพยายามปรับและลด เพื่อให้สุขภาพของตัวเองดีขึ้น ไม่เสี่ยงหรือเกิดโรคที่รุนแรง ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นปรโยชน์อย่างมากสำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านแล้ว อย่าลืม!!! บอกต่อ แชร์แบ่งปันให้กับท่านอื่น ๆ ทราบกันด้วยนะครับ
เนื้อหาโดย:loylom อ่านแล้ว อย่าลืม!!! กดไลท์ กดแชร์ ให้กำลังใจด้วยนะครับ
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
มดบนขอนไม้: ของว่างสุดแปลกจากอเมริกาที่ไม่มีมดจริงแม้แต่ตัวเดียว
เลขเด็ด "ปฏิทินรวย รวย" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..ส่องเลย รวยก่อนใคร!!
จิ๋วแต่แจ๋วหลบไป! "น้องชอน จูเนียร์" ทารกยักษ์นิวยอร์ก หนัก 5.8 กก. ทุบสถิติโรงพยาบาล
มดบนขอนไม้: ของว่างสุดแปลกจากอเมริกาที่ไม่มีมดจริงแม้แต่ตัวเดียว
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
โอ๊ยยย เอาอีกแล้ว! จุดปราบเซียน รถตู้ติดแหง็กใต้สะพานกลับรถบางใหญ่ ทำจราจรอัมพาตยาว!
แมวตาเขียวผู้ลึกลับ “Russian Blue” อัจฉริยะขนสีฟ้า ผู้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์
"สีแมวมงคล" เลี้ยงเสริมดวง เรียกทรัพย์ รับโชคลาภเข้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
สิ่งที่พบเมื่อปล่อยแมวให้อยู่ลำพังที่บ้านเป็นเวลา 26 วัน ในช่วงวันหยุดตรุษจีน
แมวตาเขียวผู้ลึกลับ “Russian Blue” อัจฉริยะขนสีฟ้า ผู้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์
"เลิกนิสัยเสียสักที! แฉพฤติกรรมลูกค้าสั่งของ 'เก็บเงินปลายทาง' แล้วไม่รับ...รู้ไหมว่าคนขายต้องแบกภาระอะไรบ้าง!? ใจเขาใจเราบ้างเถอะครับ!"
ฐานทัพของสหรัฐอเมริกา ที่เคยมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย
โจทย์คณิตที่ยากที่สุด ที่มนุษย์ยังคงพยายามหาคำตอบอยู่




