หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติศาสตร์รถเมล์ไทย

เขียนโดย buay1975

 

รถเมล์เป็นยานพาหนะขนส่งมวลชนที่ได้รับความนิยมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2428 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการรถเมล์ไทย โดยพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) ได้ริเริ่มนำรถเทียมม้ามาให้บริการขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพฯ โดยใช้ชื่อว่า "รถนายเลิศ"

รถเทียมม้าเป็นรถเมล์รุ่นแรกที่ใช้ในประเทศไทย มีความเร็วในการวิ่งที่ไม่รวดเร็วนัก มักใช้วิ่งตามถนนสายหลักในกรุงเทพฯ โดยผู้โดยสารสามารถขึ้นลงรถได้ตามความสะดวก อัตราค่าโดยสารคิดเป็นชั่วโมงละ 75 สตางค์ หรือ 1 บาทต่อชั่วโมง

ต่อมาใน พ.ศ. 2430 กรุงเทพฯ ได้เริ่มมีรถรางไฟฟ้าเปิดให้บริการ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว รถเทียมม้าจึงเริ่มถูกยกเลิกไป

จนกระทั่งใน พ.ศ. 2452 รถเมล์เทียมม้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยพระยาภักดีนรเศรษฐ ได้ปรับปรุงกิจการใหม่ โดยนำรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดมาวิ่งแทนรถเทียมม้า และทำที่นั่งเป็น 2 แถว เรียกกันว่า "รถเมล์ขาว" หรือ "รถอ้ายโกร่ง" เนื่องจากมีเสียงดังขณะวิ่ง

กิจการรถเมล์เริ่มพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาให้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความสับสนวุ่นวายในการให้บริการ เช่น การวิ่งทับเส้น แย่งลูกค้า และแข่งขันเรื่องราคา รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติการขนส่งเพื่อควบคุมกิจการรถเมล์ในปี พ.ศ. 2497

ในปี พ.ศ. 2502 รถรางไฟฟ้าถูกยกเลิก เนื่องจากความเชื่องช้าและขัดขวางการจราจรบนท้องถนน ส่งผลให้รถเมล์กลายเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีความสำคัญมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้จัดตั้งบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด ขึ้น โดยเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัท จำกัด มีรัฐถือหุ้นอยู่ 51% และเอกชนถือหุ้นอยู่ 49% เพื่อรวมกิจการรถเมล์ทั้งหมดในกรุงเทพมหานครมาอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขึ้น โดยรวมกิจการรถเมล์ทั้งหมดจากบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด มาขึ้นอยู่กับ ขสมก.

ปัจจุบัน ขสมก. ให้บริการรถเมล์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกว่า 4,000 คัน ครอบคลุมเส้นทางกว่า 500 เส้นทาง ให้บริการผู้โดยสารกว่า 10 ล้านคนต่อวัน

รถเมล์ไทยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากรถเทียมม้า รถสองแถว รถเมล์โดยสารประจำทาง จนกระทั่งเป็น ขสมก. ในปัจจุบัน ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญในการรองรับการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

โพสท์โดย: buay1975
ที่มาของข้อมูลสำหรับบทความเรื่องประวัติศาสตร์รถเมล์ไทยนี้ มาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ดังนี้

* หนังสือ "รถเมล์ไทย" โดย หม่อมหลวงคึกฤทธิ์ ปราโมช
* เว็บไซต์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
* เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก
* เว็บไซต์ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รวบรวมมานั้น ได้รับการเรียบเรียงและนำเสนอใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และเห็นพัฒนาการของรถเมล์ไทยอย่างครบถ้วน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
buay1975's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 193 ครั้ง
เขียนโดย buay1975
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: buay1975
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยทำไมการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงแข่งขันสูงขึ้นทุกปีโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง12 อาชีพที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่รายได้อาจมากกว่างานประจำเหล็กแข็งแรงมาก แต่ทำไมสุดท้ายถึงแพ้สนิมได้ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก"เจาะลึก 7 อาชีพรายได้สูงที่เปลี่ยนโลกส่วนตัวของชาว Introvert ให้กลายเป็นความสำเร็จ"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยทำไมการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงแข่งขันสูงขึ้นทุกปีโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”เหล็กแข็งแรงมาก แต่ทำไมสุดท้ายถึงแพ้สนิมได้ทองคำขาวคืออะไร? ราคาเท่าทองคำไหม?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัยประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยทำไมการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงแข่งขันสูงขึ้นทุกปี
ตั้งกระทู้ใหม่