การพูดที่ใช้จิตวิทยาโน้มน้าวใจ เพื่อทำให้ประสบความสำเร็จตามต้องการ
เมื่อพูดถึงเรื่องการพูดการพูดเก่งไม่ได้ขึ้นกับการพูดในหลักเนื้อหาที่ถูกต้องพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการพูดที่เกิดขึ้นจากความประทับใจของผู้ฟังด้วยซึงในการสื่อสารจึงมีการยก
- ทฤษฎี 7-38-55
มาใช้ในการปรับปรุงการพูดได้เป็นอย่างดีซึ่งความหมายของทฤษฎีนี้คือ
1.1. 7 หมายถึง ภาษาในการสื่อสารของมนุษย์ที่ใช้ในการสื่อสารทั่วๆไป
1.2. 38 หมายถึง การใช้โทนเสียง น้ำเสียงที่ดึงดูดผู้ฟังและการใช้จังหวะในการพูดก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ
1.3. 55 หมายถึง Body language คือการสื่อสารที่ใช้ร่างกาย ท่าทางเป็นตัวสื่อสารอาการลักษณะที่ทำให้ผู้ฟังมีความเข้าใจ
การชักจูงโน้มน้าวจิตใจ และการล้างสมอง
ศัพท์เหล่านี้ความหมายของมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณตั้งใจที่จะนิยามมันขึ้นมาโดยเราสามารถนิยามมันได้ดังนี้
- การชักจูงโน้มน้าวจิตใจ คือ การจักจูงโน้มน้าวจิตใจอีกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง
- การล้างสมอง คือ การจักจูงโน้มน้าวจิตใจอีกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของเราเอง
ซึ่งในหลักการเหล่านี้มาสารถนำมาใช้ในการทำงาน หรือการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดีหรือแม้กระทั่งนักต้มตุ๋มก็ใช้หลักการนี้เพื่อหลอกลวงเหยื่อ
เทคนิคการพูด คือ “ภาพลักษณ์” หากคุณต้องการให้คนเชื่อ คุณต้องทำให้เพื่อคุณเชื่อก่อน และหากคุณต้องการให้เพื่อนคุณเชื่อคุณต้องทำให้ตัวคุณเชื่อก่อน
คุณต้องรู้จักการลงทุน
การลงทุนในที่นี้หมายถึงการลงทุนใน “ภาพลักษณ์” ของคุณ เสื้อผ้า ผม ผิวพรรณ เหล่านี้คือสิ่งที่จะสร้างภาพลักษณะให้แก่คุณ เพื่อดึงดูดความน่าเชื่อถือให้แก่คุณทำให้ผู้รับฟังรู้สึกว่าคุณมีความเชื่อถือได้ ซึ่งประเด็นสำคัญมี 5 ประการที่ควรที่จะลองทำสำหรับผู้ชาย
- เลือกขนาดและจับคู่เสื้อผ้าเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
- การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวทุกวัน
- การโกนหนวดให้สะอาดสะอ้านประจำ
- การตัดทรงผมที่เหมาะสม
- การสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้ดูดี
เทคนิคที่จะทำใหคุณเป็นคู่สนทนาที่ดีขึ้น
2.1 การพูดหัวข้อสนทนาที่ทำให้อีกฝ่ายมีความภูมิใจในตัวเอง เช่าน ชวนคุยในเรื่อวงที่เขามีความชื่นชอบ ในลักษณะขอความรู้
2.2 ปรากฏการณ์พิกมาเลียน
คือการทำให้เขามีความเชื่อว่าเขากลุ่มคนที่เก่งและมีความพิเศษมาก แล้วเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นคนที่ดีที่เก่งซึ่งเหมาะกับการนำไปบริหารคนในกลุ่มการทำงานที่เป็นทีมมาก
2.3 การชมแบบขัดแย้งทางอารมณ์
คือ การที่ทำให้เขาคิดว่าเขามีความคิดที่ไม่ดีหรือไม่เก่งโดยใช้การนิ่งเงียบในลักษณะครุ่นคิด เมื่อเขาเกิดความคิดตามที่เราต้องการ เราจึงกล่าวเขาชมเขาขึ้นมา จะทำให้ประสิทธิภาพการชมของเรามีมากขึ้น
2.4 หัวข้อที่ทรงพลังที่สุด
คือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขา เพราะคคนเราจะมีมีความคิดว่าเราคิดอย่างไรเกี่ยวกับเขา พยายามให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองให้มากขึ้นแล้วเราต้องรับฟัง
2.5 การใช้คำพูด “การใช้ พูดง่ายๆ เหมือนกับ”
ซึ่งการใช้คำเหล่านี้เพื่อชักจูงให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย เพราะมีการเปรียบเที่ยบเพื่อให้มองเห็นภาพที่ง่ายกว่า
2.6 การเปรียบเทียบ
การเปรียบเทียบจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น จากเนื้อหาที่ยาก หรือเป็นการยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเห็นความแต่งต่างได้อย่างแท้จริง
2.7 การพูดเรื่องเดียวต่อ 1 สไลด์
วิธีการสื่อสารเป็นศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการทำงานและไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆกับทุกคนและสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดจากการฝึกฝน และสำคัญที่สุดคือ “นักพูดที่ดี คือนักฟังที่ดี”
เรียนรู้การสื่อสารให้ทรงพลังผ่านหนังสือ “จิตวิทยาสายดาร์ก” นี้ทำให้ผมได้มีความเข้าใจการใช้เทคนิคการพูดหลายๆอย่างที่ทำให้เกิดงานที่มีคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ฟังได้และจากสิ่งที่ผมเรียนรู้นี้ทำให้ทราบว่าเทคนิคการพูดนั้นไม่ได้ขึ้นที่เนื้อหาแต่เพียงอย่าสงเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นต่อคุณได้แต่มันรวมไปถึงองค์ประกอบหลายๆอย่าง ทั้ง บุคลิกภาพ จังหวะ ท่าทางการพูดก็สำคัญเช่นกันและคำที่ว่า“นักพูดที่ดี คือนักฟังที่ดี” นั้นทำให้ผมเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
ใครเป็นคนกำหนดเงินเยียวยาประชาชน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด
ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?



