เมื่ออินเดียมีแนวคิดจะเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “ภารัต”
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนอาจจะอ่านเจอข่าวต่างประเทศหนึ่งที่อาจจะไม่เรื่องใหญ่มาก แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่ เมื่อรัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายกฯ โมดิ แห่งพรรคภารตียชนตา (Bharatiya Janata) มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “ภารัต” (Bharat) แทน เหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศที่ได้เคยเปลี่ยนชื่อทางการของประเทศมาก่อนหน้านี้แล้ว (รวมถึงไทยด้วยที่เปลี่ยนจาก “สยาม” แต่คนไทยยุคนี้อาจจะไม่รู้เลยก็ได้ เพราะคนที่เกิดทันยุคที่ยังใช้ชื่อประเทศว่า “สยาม” เดี๋ยวนี้ก็คงเหลืออยู่น้อยคนเต็มทีแล้ว) โดยระหว่างการประชุม G20 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีของอินเดียก็ยังถูกระบุในตำแหน่งว่า President of Bharat แทนที่จะเป็น india
ความจริงแล้ว อินเดียก็เรียกว่าตัวเองว่า “ภารัต” มานานอยู่แล้ว แม้แต่ในรัฐธรรมนูญของอินเดีย ในมาตราที่ 1 ก็ให้คำนิยามชื่อประเทศของตนว่า“India, that is Bharat, is a Union of States” แต่เนื่องจากคนทั่วโลกคุ้นกับชื่ออินเดียอยู่ก่อน จึงทำให้อินเดียจำใจยังต้องยอมรับชื่อนี้อยู่ แต่มาในยุคหลัง ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงที่พรรคของนายโมดิมีอำนาจ รัฐบาลก็ได้มีความพยายามเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่าง ๆ ที่ตกค้างมาจากยุคที่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษให้กลับมาเป็นภาษาสันสกฤติ เช่น บอมเบย์ (Bombay) เปลี่ยนเป็นมุมไบ (Mumbai) มัทราส (Madras) เปลี่ยนเป็นเชนไน (Chennai) ฯลฯ เพื่อต้องลบสัญลักษณ์แห่งความเป็นทาสทิ้งไป
คำว่า “อินเดีย” นั้น เป็นชื่อที่ชาวอังกฤษใช้เรียกดินแดนชมพูทวีปทั้งหมด ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “สินธุ” ซึ่งก็คือแม่น้ำสินธุ ที่ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศปากีสถาน ต่อมาชาวเปอร์เซียเรียกเพี้ยนไปเป็น ฮินดู และชาวกรีกที่เข้ามาในดินแดนชมพูทวีปในยุคพระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราชเรียกเป็น อินดุส ซึ่งได้กลายมาเป็นชื่อ “อินเดีย” ในที่สุด
ส่วนคำว่า “ภารัต” นั้น มีความเป็นมาเก่าแก่มาก ตั้งแต่กว่า 2000 ปีที่ผ่านมาแล้ว โดยมีการเอ่ยถึงในคัมภีร์ปุราณะ ได้กล่าวถึงกษัตริย์นาม ภรต และต่อมาก็มีปรากฏในมหากาพย์ภารตะว่า พระภรตเป็นต้นราชวงศ์กุรุ ซึ่งเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ทั้งหลายในชมพูทวีป รวมถึงฝ่ายปาณฑพและฝ่ายเการพ ซึ่งเป็นคู่สงครามที่เกิดขึ้นในมหากาพย์ดังกล่าว ชาวชมพูทวีปจึงเรียกดินแดนของพวกตนว่า “ภารตวรรษ” หรือดินแดนแห่งพระภรต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในบรรดาดินแดนโดยรอบ (รวมถึงไทยด้วย) มานานแล้ว
มีความเป็นไปได้ว่า นายโมดิอาจจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาในสัปดาห์หน้านี้เลย อย่างไรก็ตาม แนวคิดในการเปลี่ยนชื่อประเทศนี้ก็มีหลายฝ่ายแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อยในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รวมถึงยังเห็นว่าชื่อ “อินเดีย” เป็นที่รู้จักของชาวโลกกันดีอยู่แล้ว การเปลี่ยนชื่อประเทศก็อาจจะทำให้ต้องมีการทำตลาดใหม่ทั้งหมดอีกด้วย
เรื่อง https://www.indiatoday.in/india/story/bharat-india-renamed-controversy-constitution-parliament-congress-2431285-2023-09-05
และ https://www.silpa-mag.com/history/article_116660
อ้างอิงจาก: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0eQMQmoyxk91dXgTLWbjeVjJ55HZuk3ygQDtYmZWHN89P8bodL3nMddS4GbMyoz1ml&id=100070082524078&mibextid=Nif5oz
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจ
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
6 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรง
8 ท่อไอเสียรถแต่งแบรนด์ดังยุคก่อน ที่มือสองยังมีคนตามหา ราคาพุ่งกว่าของใหม่บางรุ่น
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
“เจอด่าน จบที่จับ” ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอ่าวลึก กวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 ราย
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจา



