เด็กจบใหม่กับงานที่ใช่
เขียนโดย PLB
สวัสดี เด็กจบใหม่ ไม่ว่าคุณจะจบจากมหาลัยไหน ที่ไหน เดือนไหน เราคือเพื่อนกัน เพราะต้องหางานทำ ต้องย้ายออกจากหอ มีค่าใช่จ่ายต่าง ๆ นานา มากมาย พอเรียนจบก็หวังว่าจะมีรายได้แต่ก็ต้องสะดุดกับการหางานทำนี่แหละ วันนี้เราเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์เมื่อเรียนจบแล้วต้องมาหางานทำให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพลินๆ น้าา
อย่างแรกเลยที่เรามักจะเจอเมื่อกำลังจะหางาน
คุณสมบัติ - ยินดีรับเด็กจบใหม่ - มีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี (แล้วคือหมายความว่ายังไงกันนนน5555)
**เราก็เลยต้องหางานที่เขาระบุไว้ว่ารับเด็กจบใหม่จริงๆ ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็ทำได้ โทรถาม HR เลยก็ได้นะว่าเราเพิ่งจบ ถ้าสมัครไปแล้วมีโอกาศที่จะได้ไหม เพราะ HR เองเขาก็อยากได้คนเข้าทำงานจริง ๆ นั้นแหละ ถ้ายังติดตรงไหน ตรงไหนที่เราไม่เข้าใจเราก็ถามเขาได้เลย
คุณสมบัติ 2 - มีใบประกอบวิชาชีพ
**อันนี้ต้องแล้วแต่สาขาหรือคณะที่เราเรียนอยู่นะ อย่างแพทย์ พยาบาล หรือสายวิทยาศาสตร์สุขภาพพวกนี้ส่วนใหญ่ก็จะต้องมีการสอบใบประกอบ ซึ่งที่ทำงานส่วนใหญ่เขาต้องเอาไปใช้แขวนใบ ถ้าเราเพิ่งจบหรือกำลังจะสอบเราก็จะไม่ตรงตามคุณสบบัติเขา ก็ต้องทำใจละนะ
และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด คือช่วงที่เราเริ่มนัดสัมภาษณ์งาน จะบอกว่าประสบการณ์ที่แรกที่เราได้นัดสัมภาษณ์ ทำให้เราสับสนในตัวเองเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น
ทำไม่เรารู้สึกไม่ชอบงานนี้/ สวัสดิการเขาก็ดี แต่เราไม่โอเคกับที่นั้น/ ทำไมรู้สึกว่างานหนักจัง/ หรือเราเลือกวาน เกี่ยงงานมากเกินไป/ ถ้าเราไม่ลองที่นี่ แล้วจะมีที่อื่นรับเราหรอ/ ทำไมๆ กันถึงไม่โอเคเลย
จนเราต้องมีเช็คลิสตัวเองใหม่ก่อนที่จะยื่นเรซูเม่ไปที่อื่นละนะ โดยเราข้อที่เราคิดว่าเราไม่โอเค "ต้องเป็นข้อที่สามารถหาคำตอบของตัวเองได้ว่าเพราะอะไรว่า" จึงได้ความว่า
- ทำไมถึงคิดว่างานหนัก - เพราะว่าต้องทำงานเป็นกะ ถ้าได้กะดึกนี่ไม่น่าไหว (เราเป็นคนที่นอนเร็ว ถ้าต้องลากยาวทำงานไปก็กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี
- ทำไมไม่ชอบงานนี้ - เพราะว่าด้วยลักษณะงานที่ทำ คือเราเรียนมาแบบหนึ่ง แต่ต้องมาทำงานอื่นแบบหนึ่ง อันนี้ถ้ามันดูไม่มากจนเกินไปเราว่าพอจะทำได้ แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องถอย
- แรงกดดัน - เป็นไรไม่รู้นะ แต่เราต้องหาความรู้สึกในใจว่าเราว่าเรา Haapy อยู่ไหม ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจน เช่น เรารู้สึกโอเคกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตอนที่พี่เลี้ยงสอน ตอนที่ HR คุยไหม ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้แหละที่เราจะต้องปฏิบัติในอนาคตนี่ เราขะทำได้จริงๆ หรอ ยกตัวอย่าง การให้บริการ บางที่ที่ต้องทำงานกับคน ต้องมี Service mind เราสามารถทำแบบนั้นได้ไหม
เป็นหัวข้อคร่าวๆ ที่เราต้องตอบคำถามกับตัวเอง โดยเน้นย้ำว่าเราจะต้องไม่ตอบเข้าข้างตัวเองหรือเอาเปรียบตัวเองจริงๆ เรื่องบางเรื่องเราสามารถที่จะฝึกฝนได้จากการทำงานจริง บางเรื่องในห้องเรียนไม่ได้สอน หรือบางงานต้องมาเรียนรู้ระบบใหม่หมดก็มี อยู่ที่ว่าเราจะไหมแค่ไหน ไม่งั้นลองทำดูไม่เสียหาย หาตัวเองให้เจอในช่วงทดลองงานดูได้ แล้วสุดท้ายเราจะได้ "งานที่ใช่สำหรับเรา และเราใช่สำหรับเขา"
ภาพประกอบโดย: https://pixabay.com/th/
3 ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกเสริมโชคเรื่องเงินในบ้าน
ข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากัน
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69
ทำไมการ์ดเกมและการ์ดนักฟุตบอลบางใบถึงแพงหลักแสน
สำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อป
ตำนาน "เอลโดราโด" จากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ สู่เมืองทองคำลวงตาที่โลกตามหา
มรดกโลกของประเทศไทย
สรุปวิธีคำนวณไทยช่วยไทย พลัส 60:40 เติมเท่าไหร่ถึงใช้สิทธิครบเดือน
10 คำเมืองที่ฟังแล้วไพเราะที่สุด
ทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิม
วัดเขาอ้อ ตำนานไสยศาสตร์สายใต้ที่ผูกกับความเชื่อคนไทย
สรุปไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ใช้สิทธิ์ยังไงให้คุ้ม ไม่สับสนระบบใหม่
3 ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกเสริมโชคเรื่องเงินในบ้าน
ตำนาน "เอลโดราโด" จากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ สู่เมืองทองคำลวงตาที่โลกตามหา





