"ตดหมูตดหมา"ของเหม็นที่มีดีกว่าที่คิด
เครือตดหมา ได้ยินชื่อหรือได้เห็นหน้าสมุนไพรชนิดนี้ ต้องหันหน้าหาเพื่อนข้าง ๆ ด้วยคำถามที่ว่า เธอรู้จักไหม ? บ้านเธอเรียกว่าอะไร ? คำตอบก็มักจะแตกต่างออกไปถ้าเพื่อนข้าง ๆ อยู่ต่างภูมิภาค ต่างพื้นที่กัน ซึ่งบางพื้นที่เรียก “เครือตดหมา” ว่า ตำยานตัวผู้ หญ้าตดหมา พังโหม กระพังโหม ย่านพาโหม หรือหญ้าตดหมูตดหมา
แล้วถ้าจะถามเพื่อนข้าง ๆ ต่อไปว่า เครือตดหมา นี่เอามาทำอะไรได้บ้าง เพื่อนข้างตัวไม่น้อยคนคงทำหน้าเอ๊ะไปสักครู่ และคำตอบที่คาดว่าฟิกซ์ไว้แล้วเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ กล่าว “ไม่รู้” และอาจจะมีคำถามอื่น ๆ จากเพื่อนโต้กลับคืนเข้าหาตัวเรา เช่นว่า เอาไปทำเป็นอย่างอื่นได้ด้วยหรือ ถ้าเอาไปทำอย่าอื่นได้แล้วทำอะไร ไม่ได้เป็นแค่วัชพืชหรอกหรือ กินได้ไหม และอีกมากมายหลายคำถาม
วันนี้แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ขอรับบทเป็นเพื่อนของคุณอีกคน จะพาไปไขคำตอบว่า เครือตดหมา คืออะไร ลักษณะเป็นอย่างไร แล้วสรรพคุณของเครือตดหมามีคุณประโยชน์ต่อตัวเราอย่างไร และที่สำคัญเครือตดหมากินได้ไหม
ลักษณะของตดหมูตดหมา
ต้นตดหมูตดหมา จัดเป็นไม้เถาขนาดเล็ก มีกลิ่นเหม็นเขียวเฉพาะและมียาวสีขาวทั้งต้น เจริญเติบโตแบบไม้เลื้อยเนื้ออ่อน ลำต้นเป็นสีเขียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.8-5 เซนติเมตร ก้านใบ กิ่งอ่อน ก้านช่อดอก และผลมีขนสั้น ๆ ปกคลุมอยู่หนาแน่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำ เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย แสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้าง ในป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะตามป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง และป่าที่กำลังคืนสภาพที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 400-800 เมตร ในต่างประเทศพบได้ที่ประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนวิธีการป้องกันและจำจัด สามารถทำได้โดนการใช้วิธีการเขตกรรม (ถาก ตัดให้สั้นเพื่อไม่ให้ออกดอก หรือขุดทิ้ง) และใช้สารเคมีต่าง ๆ
ใบตดหมูตดหมา
ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2.2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.1-12 เซนติเมตร ใบเป็นสีเขียวถึงเขียวค่อนข้างเข้ม หน้าใบและหลังใบไม่มีขน แต่จะมีขนสั้น ๆ ละเอียดที่มุมเส้นใบตัดกับเส้นกลางใบ เส้นแขนงใบออกตรงข้ามกันและเยื้องกันบ้าง ปลายเส้นวิ่งไปจนเส้นถัดไป ไม่ถึงขอบใบ เส้นแขนงเล็ก ๆ สานกันเป็นร่างแห มีเส้นแขนงใบข้างละ 4-7 เส้น ก้านใบยาวประมาณ 1.2-2.3 เซนติเมตร
ออกดอกเป็นช่อบริเวณยอดและตามซอกใบ ยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร ดอกย่อยมีจำนวนมากอยู่ชิดติดกันเป็นกระจุก กลีบดอกด้านนอกเป็นสีเขียว ส่วนด้านในเป็นสีม่วงเข้ม ดอกมีลักษณะเป็นรูปกรวยปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉกและหยักตื้น โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม
ผลตดหมูตดหมา
ลักษณะของผลเป็นรูปไข่หรือกลมแบน ผลมีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 0.5-0.7 เซนติเมตร ผลจะแก่ในช่วงเมษายนถึงพฤษภาคม

ประโยชน์ของตดหมูตดหมา
- ใช้เป็นพืชอาหารและสมุนไพร โดยใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมากินเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก แกล้มกับลาบ และตำมะม่วง หรือนำมาต้มหรือลวกรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก
- ใช้เป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ เป็นต้น ต้นมีกลิ่นเหม็นเขียวเพราะมีสาร Methyl mercaptan เมื่อนำมาต้มกลิ่นระเหยไป สามารถนำมาทำอาหารได้
- ผลใช้ทาฟันทำให้ฟันมีสีดำ[1] รากนำมาปอกเปลือกแช่น้ำ นำไปตำกับข้าวเหนียวนึ่งเพื่อทำข้าวพอง (ข้าวโป่ง) หรือที่คนภาคกลางเรียกว่า “ข้าวเกรียบว่าว”
ใช้ปลูกเป็นไม้ดับ ด้วยการปลูกเป็นค้างให้เลื้อย ดอกมีขนาดเล็กแต่ออกดกมีสีสันสวยงาม และสามารถนำมาทำเป็นขนมได้นั่นคือ ข้าวเขียบ หรอข้าวเกรียบนั่นเอง

วิธีการเตรียมรากเครือตดหมาก่อนจะนำเป็นส่วนผสมในการทำข้าวเขียบ
อันดับแรกนำเอาเครือตดหมามาล้างน้ำทำความสะอาด แล้วขูดเอาเปลือกของรากสีน้ำตาลออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวด้านใน จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ พอประมาณ แล้วนำมาตำให้ละเอียดก่อนจะนำไปละลายน้ำ และนำรากเครือตดหมาที่ละลายน้ำแล้ว มาแช่ร่วมกับน้ำจากการแช่ข้าวสารเหนียว ทิ้งไว้ 1 คืนยิ่งดี เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของแป้งข้าวเขียบ เอ๊ะ อย่าลืมนึ่งข้าวเหนียวกันด้วยนะ
ส่วนผสมในการทำข้าวเขียบ (ขึ้นอยู่กับปริมาณที่เราจะทำข้าวเขียบ)
- ไข่ไก่
- เนย
- เกลือ
- น้ำตาล
- งาดำ
- งาขาว
- รากเครือตดหมา
- ใบเตย
- ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่
- น้ำมันพืช
ขั้นตอนการทำ
- นำข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ใส่ครกกระเดื่อง หรือครกมอง ในภาษาอีสาน
- ตำข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ให้ละเอียด หรือเหนียวจนเป็นยาง
- จากนั้นทยอยนำน้ำรากเครือตดหมาใส่ลงไปเรื่อย ๆ
- ใช้มือสัมผัสให้รู้สึกให้เนื้อแป้งที่ตำผสมกับน้ำรากเครือตดหมาเนียนละเอียดดี แล้วทยอยใส่ส่วนผสมอื่น ๆ ลงไป
- ตำให้ส่วนผสมเข้ากันดี จนได้แป้งข้าวเขียบที่มีความยืดหยุ่นดี วิธีเช็กคือต้องไม่ติดครก ไม่ติดสาก หรือยืดแป้งดูแล้วไม่ขาด แสดงว่าได้ที่แล้ว
- จากนั้นนำมาใส่เครื่องขึ้นรูป ให้ได้เป็นแผ่นบาง ๆ รูปทรงกลม
- ต้องทาน้ำมันพืชเพื่อไม่ให้แป้งติดมือ และแผ่นพลาสติกที่ประกบตัวแป้งขณะขึ้นรูป
- พอได้แป้งข้าวเขียบถูกขึ้นรูปออกมาเป็นแผ่นแล้ว นำไปตากแดด ถ้าแดดดีให้ตาก 1 วัน แต่ถ้าฟ้าแดดไม่เป็นใจ ก็ต้องคอยกลับตัวแผ่นข้าวเขียบไปมา จนกว่าแผ่นแป้งจะแห้ง
วิธีรับประทาน
ให้นำไปย่างด้วยไฟ ด้วยความใจเย็น ถ้าไฟแรงต้องระมัดระวังเพราะข้าวเขียบจะไหม้ได้ พยายามพลิกกลับไปมาเพื่อให้ข้าวเขียบของเราพอง สวย มีสีสันสม่ำเสมอกันทั้งแผ่น ถ้าทำตามขั้นตอนนี้ได้ รับรองว่าข้าวเขียบจะ หอม กรอบ อร่อย แน่นอน
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
ประเทศที่ไม่มีทะเลแต่มีกองทัพเรือ
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
เมืองที่ “อยู่ยาก” หรือ “ไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย” (จากสภาพแวดล้อมจริง)
ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
ประวัติศาสตร์อิหร่าน จากจักรวรรดิเปอร์เซียสู่การปฏิวัติอิสลาม
ผู้นำอิสราเอลเผย "อิหร่านแอบสร้างบังเกอร์ใต้ดิน ถ้าเราไม่โจมตีตอนนี้ มันก็จะสายเกินไป!!"
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด








